Submit
อีกหนึ่งก้าวสู่ความสำเร็จเพื่อบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศ

โคเวสโตรเปิดตัวผลิตภัณฑ์ MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ

Copied to clipboard
  • MDI เกรดใหม่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต [1]
  • ผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้กับธุรกิจก่อสร้าง อุตสาหกรรมการจัดเก็บและการขนส่งแบบควบคุมความเย็น และอุตสาหกรรมยานยนต์
  • โซลูชั่นแบบดร๊อปอิน (Drop-in solution)โดยการเติมสารละลายเข้าไปในผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง
MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศจากโคเวสโตร (ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต) ใช้ในการผลิตฉนวนโพลียูรีเทนโฟม สำหรับฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่มีประสิทธิภาพสูง

โคเวสโตร ดำเนินงานตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมาอย่างต่อเนื่อง และเปิดตัว MDI (methylene diphenyl diisocyanate) ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิตของโคเวสโตร ด้วยการใช้วัตถุดิบทางเลือกและขยะอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองการควบคุมสมดุลมวลสาร ตามมาตรฐาน ISCC PLUS โดย MDI เกรดใหม่นี้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในธุรกิจก่อสร้าง อุตสาหกรรมการจัดเก็บและการขนส่งแบบควบคุมความเย็น และในอุตสาหกรรมยานยนต์

อ้างอิงตามรูปแบบการคำนวณทั่วไป [1] ในระดับที่มีความสมดุลจะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดย MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศนั้นถูกผลิตโดยโรงงานของโครเวสโตรในเมืองเครเฟลด์-เออร์ดิงเงิน (Krefeld-Uerdingen), แอนต์เวิร์ป (Antwerp) และเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISCC PLUS

“เราได้เปิดตัว MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ และเรากำลังขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ” Sucheta Govil ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตรกล่าว "ดิฉันรู้สึกยินดีที่สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราทั่วโลกสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน" โดยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้ประกาศเปิดตัวโพลีคาร์บอเนตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศไปแล้ว

Hermann-Josef Dörholt หัวหน้าฝ่าย Performance Materials  กล่าวเสริมว่า: "ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน และผลิตภัณฑ์ MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของเรานั้นเป็นโซลูชันแบบดรอปอินที่ลูกค้าของเราสามารถนำไปผลิตได้ทันที โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต และยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพไม่ต่างจากแบบเดิม"

ตู้เย็นส่วนใหญ่ทั่วโลกนั้นใช้ฉนวนโพลียูรีเทนโฟมสำหรับกันความร้อน ซึ่ง MDI เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตฉนวนกันความร้อน ซึ่งโคเวสโตรนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ

ฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่มีความยั่งยืนมากขึ้น

สำหรับฉนวนกันความร้อนภายในอาคารนั้น MDI เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตแผ่นฉนวนโพลียูรีเทน แผงแซนวิช และอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบในฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง โดยอุณหภูมิภายในอาคารสามารถลดลงได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ด้วยการใช้ฉนวนโพลียูรีเทน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากฉนวนโพลียูรีเทนนั้นสามารถออกแบบให้บางลง แต่ยังคงประสิทธิภาพไว้ได้ดี ในขณะที่ช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าวัสดุอื่นๆ

นอกจากฉนวนโพลียูรีเทนจะมีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนความร้อนที่ดีแล้ว MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของโคเวสโตรนั้นยังมาพร้อมความยั่งยืนอีกด้วย: ด้วยการลดการปล่อยมลพิษในระหว่างกระบวนการผลิต และยังช่วยลดคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของอาคาร การใช้ฉนวนโพลียูรีเทนในอาคารใหม่ รวมถึงการปรับปรุงอาคารเก่านั้นมีส่วนสำคัญในการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้นอีกด้วย

โฟมโพลียูรีเทนแบบขึ้นรูปในเบาะรถยนต์ทำมาจาก MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ

[1] ค่าความเป็นกลางของคาร์บอน คำนวณจากวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์บางส่วนตั้งแต่วัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการผลิต (ของโคเวสโตร) ซึ่งในเร็วๆ นี้ ขั้นตอน LCA ของเรา จะได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสถาบันภายนอก และเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และ 14044 การคำนวณจะพิจารณาถึงการกักเก็บคาร์บอนไบโอเจนิก (biogenic carbon) ตามข้อมูลเบื้องต้นจากห่วงโซ่อุปทาน และ ไม่มีการใช้มาตรการชดเชย

เกี่ยวกับโคเวสโตร

โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย

กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564

ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร www.covestro.com ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต
Compare