<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:pp="http://www.presspage.com/rss/"
     version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
                <channel>
                    <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                    <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                    <description></description>
                    <language>th-th</language>
                    <lastBuildDate>Tue, 08 Sep 2026 01:22:56 +0200</lastBuildDate>
                    <pubDate>Thu, 09 Jul 2026 04:52:22 +0200</pubDate>
                    <image>
                        <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                        <url>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png</url>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                        <width>144</width>
                    </image><item>
                        <title>​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานเวนคอเรกซ์เดิมในไทยและสหรัฐฯ เสริมแกร่งเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</guid><pp:caseid>761511</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e318cd269977ee3d0390e61615fc30303"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​​​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;เดิมของ&nbsp; &nbsp;เวนคอเรกซ์&nbsp;(Vencorex)&nbsp;สองแห่งในจังหวัดระยอง ประเทศไทย และเมืองฟรีพอร์ต รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา</strong></span></li><li data-list-item-id="e3cfa05047316ab5d60ecb2180d30576e"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายการผลิตในภูมิภาคของโคเวสโตร และยกระดับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสำหรับลูกค้าในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน การต่อเรือและซ่อมเรือ&nbsp;เฟอร์นิเจอร์ไม้ อิเล็กทรอนิกส์ และการประยุกต์ใช้งานอุตสาหกรรมอื่น ๆ​​</strong>&nbsp;</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>​เกี่ยวกับโคเวสโตร:</strong></span><strong>&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><span>​โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน</span>&nbsp;<span>โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย</span>&nbsp;<span>รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต</span>&nbsp;Scope 1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;Scope 2&nbsp;<span>ภายในปี</span>&nbsp;2035&nbsp;<span>และสำหรับ</span>&nbsp;Scope 3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี</span>&nbsp;2050&nbsp;<span>ในปีงบประมาณ</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>มีรายได้จากการขายจำนวน</span>&nbsp;12.9&nbsp;<span>พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>บริษัทมีโรงงานผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,600&nbsp;<span>คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)</span> &nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:justify;">โคเวสโตร&nbsp;ประกาศความสำเร็จอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเดิมของ&nbsp;Vencorex&nbsp;ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2569&nbsp;โรงงานระยองซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้รับการบูรณาการเข้าสู่เครือข่ายการผลิตของโควสโตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างสมบูรณ์แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;</span></p><p>โรงงานที่ระยองนี้มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI (Hexamethylene Diisocyanate&nbsp;หรือ&nbsp;เฮกซาเมทิลีน ไดไอโซไซยาเนต)&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญสำหรับสารเคลือบโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูง กาว และสารซีลแลนท์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับศูนย์การผลิตมาบตาพุดที่มีอยู่เดิมของโคเวสโตร ซึ่งผลิตโพลีคาร์บอเนต ฟิล์มชนิดพิเศษ และอีลาสโตเมอร์ ส่งผลให้ฐานการผลิตของบริษัทในประเทศไทยขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ภายในเครือข่ายเอเชียแปซิฟิกของโคเวสโตร&nbsp;&nbsp;"การเพิ่มโรงงานในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของเรา ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการผลิตในภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าจากสถานที่ผลิตที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา"&nbsp;<strong>นายโทมัส โรเมอร์ (Thomas Roemer) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;(Coatings and Adhesives)&nbsp;</strong>ในระดับโลกของโคเวสโตร กล่าว&nbsp;</p><p>​การขยายฐานการผลิตที่ระยองส่งผลดีโดยตรงต่อลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ลดระยะเวลาในการจัดส่ง และสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;คุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอจากฐานการผลิตในท้องถิ่น&nbsp;</p><p>​โดย&nbsp;<strong>นางโมนีค&nbsp;บูค&nbsp;(Monique Buch) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์&nbsp;(Chief Commercial Officer)</strong>&nbsp;ของโคเวสโตร กล่าวว่า "ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าสร้างขึ้นบนรากฐานของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของเราในธุรกิจที่ลูกค้าพึ่งพาเราในด้านคุณภาพที่สม่ำเสมอ การจัดหาในภูมิภาค และความเชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้"&nbsp;</p><p>​สำหรับโคเวสโตรในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเติบโตในฐานะศูนย์กลางด้านการผลิตและนวัตกรรมของภูมิภาค&nbsp;<strong>นางสาวนิศา สุทธิพรไพศาลกุล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ บริษัท โควสโตร (ประเทศไทย) </strong>จำกัด&nbsp;กล่าวเสริมว่า "ประเทศไทยคือหนึ่งในเสาหลักเชิงกลยุทธ์ของการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คือการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของโคเวสโตรต่อตลาดนี้&nbsp;ซึ่งโรงงานระยองจะช่วยเสริมสร้างความสามารถของเราในการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"&nbsp;</p><p>​การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของโคเวสโตรในการสร้างธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะระดับโลก สืบเนื่องจากการลงทุนก่อนหน้า อาทิ การเข้าซื้อกิจการธุรกิจ&nbsp;Resins & Functional Materials&nbsp;จาก&nbsp;DSM​&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[APAC,Thailand,Covestro Thailand,วัสดุและอุตสาหกรรม,สารเคลือบ,ข่าวสารองค์กร,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,ไทย,อุตสาหกรรม,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ]]></category>
            <pubDate>Fri, 03 Jul 2026 09:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Covestro acquired production site in Rayong_1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Covestro AP-2 - 3]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>Covestro เริ่มดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ Vulkollan® ในประเทศไทย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-production-for-vulkollan-raw-materials-in-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-production-for-vulkollan-raw-materials-in-thailand-th/</guid><pp:caseid>548409</pp:caseid><pp:subtitle>การเริ่มต้นโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่มาบตาพุด</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p>ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับอีลาสโตเมอร์ประสิทธิภาพสูง</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร&nbsp;</strong><br>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;<br>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564&nbsp;<br>&nbsp;</p><p><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong><br>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของฝ่ายบริหารโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร <a href="https://www.covestro.com" target="_blank">www.covestro.com</a> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ โคเวสโตร ได้เริ่มการดำเนินการผลิต แนฟทาลีนไดไอโซไซยาเนต (Naphthylen-Diisocyanate - NDI) สำหรับวัตถุดิบ Vulkollan® ที่โรงงานที่สร้างขึ้นใหม่ในศูนย์การผลิตมาบตาพุดในประเทศไทย การเริ่มต้นการก่อสร้างของโรงงานนี้เกิดขึ้นเกือบสองปีที่แล้วในปลายปี 2563 ซึ่งการลงทุนนี้ ถือว่าเป็นการลงทุนระดับกลาง-ใหญ่ของบริษัท โดยมีเม็ดเงินลงทุนเป็นเลขสองหลักล้านยูโร และเป็นหนึ่งในการลงทุนหลายอย่างของบริษัทในส่วนของวัตถุดิบโพลียูรีเทน เช่น ที่<a href="https://www.covestro.com/press/covestro-launches-a-new-production-line-for-desmodur-15-prepolymers/">โรงงานในสเปน</a>หรือที่โรงงานในเมืองเฉาจิง ในประเทศจีน เป็นต้น</p><p>“เราเชื่อในการเติบโตของตลาดแคสต์อีลาสโตเมอร์และต้องการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ด้วยโรงงานผลิตแห่งใหม่นี้ ทำให้เราประสบความสำเร็จในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของเราสำหรับอีลาสโตเมอร์ประสิทธิภาพสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” สุเชตา โกวิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ ของโคเวสโตรกล่าว “การลงทุนนี้ยังช่วยให้เราให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ได้ปรับปรุงการบริการลูกค้าของเรา และสนับสนุนการเติบโตของแอพพลิเคชั่นและอุตสาหกรรมที่ต้องการประสิทธิภาพระดับไฮเอนด์”</p><p>โทมัส เบรก หัวหน้ากลุ่มธุรกิจอีลาสโตเมอร์ ของโคเวสโตร อธิบายเพิ่มเติมว่า “การเริ่มต้นโรงงานที่ มาบตาพุดถือเป็นก้าวล่าสุดของหลายการลงทุนในธุรกิจอีลาสโตเมอร์เพื่อสนับสนุนแบรนด์ Vulkollan® และเราเชื่อมั่นในศักยภาพอันแข็งแกร่งของแบรนด์เก่าแก่และมีชื่อเสียงนี้ และพร้อมสำหรับการลงทุนนี้สำหรับการเติบโตในอนาคตและการพัฒนาของลูกค้า”</p><p>“ศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุดของเราในประเทศไทยนี้ ได้รับการเตรียมพร้อมอย่างดีที่จะเติบโต และตอนนี้เราภูมิใจและพร้อมที่จะสนับสนุนธุรกิจอีลาสโตเมอร์อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนกลยุทธ์โดยรวมของ โคเวสโตร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์พิเศษด้วย” ดร.ทีโม สลาวินกี้ ในฐานะผู้จัดการศูนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด กล่าวเสริม</p><p>โรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทยนี้มีพนักงานมากกว่า 25 คน โดยยางที่ผลิตจากวัตถุดิบนี้เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่ล้อรถยก ล้อรถไฟเหาะ ไปจนถึงข้อต่อและซีลสำหรับอุตสาหกรรมเชิงวิศวกรรม และอื่นๆ อีกมากมาย ผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในยางที่ทรงพลังที่สุดในตลาด มีความทนทาน มีความเสถียรที่เหนือกว่า จึงช่วยลดความต้องการในการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักของวัสดุ และทำให้เป็นวัสดุทางเลือกสำหรับลูกค้าและการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น</p>]]></description><category><![CDATA[วัสดุและอุตสาหกรรม,อุตสาหกรรม,งานก่อสร้าง,พลาสติก,วัสดุ,มาบตาพุด,APAC,Elastomers,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 24 Nov 2022 10:20:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_img-0030-forpressrelease.jpg?17437" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_img-0030-forpressrelease.jpg?17437</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/img-0030-forpressrelease.jpg?17437</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20221124_Vulkollan production line MTP]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[The new production line for the Vulkollan&amp;reg; raw material NDI in Covestro&amp;rsquo;s Map Ta Phut site in Thailand. &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS สำหรับศูนย์การผลิตมาบตาพุด ประเทศไทย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-receives-iscc-plus-certification-for-its-map-ta-phut-production-site-in-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-receives-iscc-plus-certification-for-its-map-ta-phut-production-site-in-thailand-th/</guid><pp:caseid>525678</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p><strong>โดยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าเดิม</strong></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="text-align:justify;"><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p style="text-align:justify;"><span>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</span></p><p style="text-align:justify;"><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร </span><i><span>www.covestro.com </span></i><span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัปเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรงงานผลิตของโคเวสโตรในมาบตาพุดได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนทางชีวมวลและพลังงานชีวมวล ด้วยมาตรฐานนี้ บริษัทสามารถส่งมอบโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูงจำนวนมากให้กับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรวมถึงวัสดุคอมปาวด์และฟิล์มโพลีคาร์บอเนตที่ผลิตจากวัตถุดิบทางเลือกที่มีคุณภาพในระดับเดียวกับวัตถุดิบจากฟอสซิล</span></p><p><span>“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงงานผลิตในมาบตาพุดเป็นอีกหนึ่งโรงงานของโคเวสโตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS” ดร.ทีโม</span><i><span> </span></i><span>สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และผู้จัดการศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุด กล่าว “ด้วยมาตรฐานนี้ เรามุ่งขับเคลื่อนการทดแทนวัตถุดิบจากฟอสซิลด้วยสารประกอบทางเลือก ซึ่ง เราได้รับวัตถุดิบสมดุลมวลสาร ฟีนอล และ อะซิโตน ชุดแรกจากซัพพลายเออร์ในเอเชียในเดือนสิงหาคม &nbsp;2565 และได้เริ่มผลิตโพลีคาร์บอเนตภายใต้มาตรฐานชีวภาพเชิงหมุนเวียน ISCC Plus ล็อตแรกที่มาบตาพุดเมื่อไม่นานมานี้”</span></p><p><span>การรับรองมาตรฐานนี้ทำให้โคเวสโตรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารหลายชนิดจากโรงงาน เช่น พลาสติก Makrolon<sup>®</sup> RE และฟิล์ม Makrofol<sup>®</sup> ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากฟอสซิล โดยพลาสติกชนิดแรกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ CQ ซึ่งเป็นกลุ่มโซลูชันแบบหมุนเวียนจากโคเวสโตร CQ เป็นแนวคิดใหม่จากโคเวสโตรที่มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบทางเลือกในผลิตภัณฑ์ของบริษัท และมีการแสดงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้</span></p><p><span>ในแนวคิดด้านสมดุลมวลสาร วัตถุดิบชีวภาพหรือวัตถุดิบรีไซเคิลจะถูกป้อนเข้าไปในช่วงแรกของการสกัดวัตถุดิบ และนำไปผสมเป็นผลิตภัณฑ์ที่แล้วเสร็จตามสัดส่วนที่ผ่านการคำนวณ วิธีการนี้ช่วยลดการใช้วัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารยังคงเท่าเทียมกันกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฟอสซิล&nbsp;</span></p><p><span>โซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้สูตรการผลิต อุปกรณ์ วิธีการผลิต และข้อกำหนดในการผลิตแบบเดิมได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยน และในขณะเดียวกัน โคเวสโตรยังพร้อมสนับสนุนลูกค้าในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนอีกด้วย&nbsp; และนอกเหนือจากโรงงานผลิตในมาบตาพุด โรงงานผลิตแห่งอื่นของโคเวสโตรในเมือง เซี่ยงไฮ้ ชางฮัว เลเวอร์คูเซิน ดอร์มาเกิน เครเฟลด์-เออร์ดิงเกิน แอนต์เวิร์ป และ ฟิลาโก ก็ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS เช่นเดียวกัน</span></p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,พลาสติก,วัสดุและอุตสาหกรรม,วัสดุ,อุตสาหกรรม,สถานที่,APAC,ไทย,มาบตาพุด,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 30 Aug 2022 10:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220830_Map-Ta-Phut-Receives-ISCC-PLUS-Certification-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[การรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ทำให้โคเวสโตรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารหลายชนิดจากโรงงาน เช่น พลาสติก Makrolon&amp;reg; RE และฟิล์ม Makrofol&amp;reg; ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากฟอสซิล]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรเริ่มทำการส่งมอบ TDI แบบหมุนเวียน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-pioneers-the-supply-of-renewable-tdi-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-pioneers-the-supply-of-renewable-tdi-th/</guid><pp:caseid>499759</pp:caseid><pp:subtitle>อีกหนึ่งก้าวสู่ความสำเร็จเพื่อบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศ</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นอน เบาะเฟอร์นิเจอร์ รองเท้า และเบาะรถยนต์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น</strong></li><li><strong>ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต²</strong></li><li><strong>โซลูชั่นประสิทธิภาพสูงที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><a href="https://covestro.com/th"><span>โคเวสโตร</span></a><span>ขยายการผลิตกลุ่มวัตถุดิบหมุนเวียน และนำเสนอผลิตภัณฑ์ Toluene Diisocyanate (TDI) แบบหมุนเวียนให้กับลูกค้าของเรา ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต2 โดยยังคงไว้ซึ่งคุณภาพไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากฟอสซิล โดย TDI เป็นวัตถุดิบสําคัญในการผลิตโฟมโพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่น ซึ่งช่วยเพิ่มความนุ่มสบายให้กับที่นอน เบาะเฟอร์นิเจอร์ เบาะรถยนต์ รวมถึงรองเท้า ซึ่งโคเวสโตรได้ผลิต TDI แบบหมุนเวียนที่โรงงานในเมืองดอร์มาเกน (Dormagen) ประเทศเยอรมัน และโรงงานในเมืองเซาจิง (Caojing) ประเทศจีน ซึ่งทั้ง 2 โรงงานนี้ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISCC PLUS</span></p><p><span>การนำเสนอ TDI แบบหมุนเวียน<sup>1</sup> หรือ แบบสมดุลมวลสารนับเป็นก้าวสำคัญในการทำให้วัตถุดิบทางเคมีนี้มีความยั่งยืนมากขึ้น โดย ดร. เคลาส์ เชฟเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของโคเวสโตรได้อธิบายว่า "เมื่อหลายปีก่อน เราได้พัฒนาเทคโนโลยีก๊าซที่ช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานในการผลิต TDI หลังจากนั้นเรามุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยมลพิษในกระบวนการผลิต โดยหันมาใช้พลังงานสีเขียว ซึ่งเป็นการพัฒนาและเดินหน้าไปสู่ความกลางทางสภาพภูมิอากาศ3 และเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการใช้วัตถุดิบหมุนเวียนแบบสมดุลมวลสาร โดยเรามุ่งมั่นในการลดการปล่อยมลพิษตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการนําเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการลดคาร์บอนอีกด้วย"</span></p><p><span>คุณสุเชตา โกวิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตร กล่าวว่า "การเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์แบบสมดุลมวลสาร ทำให้เราสามารถช่วยลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมายทางด้านสภาพภูมิอากาศและผลักดันการเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ในขณะเดียวกันเราเองก็มุ่งเน้นในการใช้วัตถุดิบทางเลือก และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า” โดย TDI แบบหมุนเวียนนี้มาในรูปแบบของโซลูชั่นแบบดรอปอิน ซึ่งหมายความว่าลูกค้าของเราสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตที่มีอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนทางเทคนิค</span></p><p style="text-align:start;">โฟมโพลียูรีเทน (PU) ชนิดยืดหยุ่นที่ผลิตจาก TDI และ polyols แบบสายโซ่ยาว (Long Chain) เป็นวัตดุดิบที่สําคัญในการผลิตเบาะรองนั่งและที่นอน โดย TDI แบบหมุนเวียนตอบโจทย์ความต้องการสำหรับการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยที่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพที่ดี มีความนุ่มสบาย และยังระบายอากาศได้ดี เช่นเดียวกับ TDI ที่ใช้ฟอสซิลในการผลิต นอกจากนี้ยังตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังมองหาวัตถุดิบทางเลือกสำหรับเบาะในรถยนต์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p><h3 style="text-align:start;">Sinomax เป็นผู้ริเริ่มเพื่อความยั่งยืน</h3><p style="text-align:start;">เมื่อปลายปีที่แล้วโคเวสโตรได้ลงนามในสัญญาทางการค้ากับบริษัท Sinomax ซึ่งเป็นผู้ผลิต และจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนระดับโลกในประเทศจีน ซึ่งทั้งสองบริษัทมีความมุ่งมั่นในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และ Sinomax ต้องการที่จะเป็นลูกค้ารายแรกที่ใช้ TDI แบบใหม่ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่ง TDI แบบสมดุลมวลสารนี้มาจากโรงงานผลิตของโคเวสโตรในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งได้รับการรับรอง ISCC PLUS และสามารถจัดส่งได้ทั่วโลก ทำให้โคเวสโตรสามารถมอบ TDI แบบสมดุลมวลสารได้มากขึ้น</p><p style="text-align:start;">วิธีในการทำสมดุลมวลสารนั้น วัตถุดิบที่ได้จากมวลชีวภาพ หรือของเสียจะถูกนำไปสกัดวัตถุดิบ และใช้หลักคณิตศาสตร์มาคำนวณคุณลักษณะและผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยประหยัดวัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในขณะที่ยังคงคุณภาพไว้ไม่ต่างจากการผลิตด้วยฟอสซิลอย่างเดียว โดยผู้ผลิตสามารถใช้สูตรผลิต อุปกรณ์ และกระบวนการผลิตเดิม โดยที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น และช่วยบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศได้อีกด้วย</p><hr><p><i><span><sub><sup>1</sup> TDI แบบหมุนเวียนที่ผลิตโดยใช้วิธีสมดุลมวลสาร โดยใช้วัตถุดิบหมุนเวียน จากชีวมวลบริสุทธิ์ ของเสียชีวภาพ และสารตกค้าง ในการผลิต TDI หมุนเวียน แบบสมดุลมวลสาร ซึ่งใช้หลักคณิตศาสตร์มาคำนวณคุณลักษณะและผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์</sub></span></i>&nbsp;</p><p><i><span><sub><sup>2</sup> การประเมินภายในวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ทั้งแต่การเป็นวัตถุดิบ จนจบกระบวนการผลิตของโคเวสโตร โดยวิธีการของ LCA ของเราเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และ 14044 คํานึงถึงต้นกําเนิดทางชีวภาพของคาร์บอน ตามข้อมูลเบื้องต้นจากห่วงโซ่อุปทาน ไม่มีการใช้มาตรการชดเชย</sub></span></i></p><p><i><span><sub><sup>3</sup> "การผลิตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ" ซึ่งเป็นเป้าหมายของโคเวสโตร คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2</sub></span></i></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,โฟม,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,ยานยนต์,กีฬาและนันทนาการ,ดอร์มาเกน,เยอรมนี,EMLA,วัสดุ,อุตสาหกรรม,เซี่ยงไฮ้,จีน,APAC,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 18 Jul 2022 14:31:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220324_Covestro-Offers-Mass-Balanced-TDI-Pic-2]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[TDI แบบหมุนเวียนจากโคเวสโตรจะถูกนำมาใช้ในการผลิตโฟมโพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่นสำหรับเพิ่มความนุ่มสบายให้ที่นอน]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรร่วมงาน ACS 2022 เดินหน้าก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-builds-a-bridge-to-the-circular-economy-at-acs-2022-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-builds-a-bridge-to-the-circular-economy-at-acs-2022-th/</guid><pp:caseid>500913</pp:caseid><pp:subtitle>การนำเสนอโซลูชั่นที่ยั่งยืนด้วยเรซิ่นที่ทำจากพืช</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหมุนเวียน</strong></li><li><strong>ลดการพึ่งพาวัตถุดิบฟอสซิล</strong></li><li><strong>คิดค้นนวัตกรรมเพื่อมุ่งสู่จุดหมาย</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;"><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong><br>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;"><a href="https://covestro.com/th">โคเวสโตร</a>ได้จัดแสดงโซลูชั่นสำหรับสารเคลือบผิวอย่างยั่งยืน ในงาน<span>&nbsp;</span><a href="https://solutions.covestro.com/th/digital-event-space/acs">American Coatings Show 2022</a>&nbsp;ที่เมืองอินเดียนาโพลิส ซึ่งช่วยปูทางสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยในปี 2021 โคเวสโตรได้ทำการเข้าซื้อกิจการ Resins & Functional Materials (RFM) ของบริษัท Royal DSM ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโคเวสโตรในด้านโซลูชั่นที่มีความยั่งยืน และยังตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านสารเคลือบและสารยึดเกาะที่ยั่งยืน</p><p style="text-align:start;">ด้วยประสบการณ์ในการผลิตมากกว่า 50 ปีของโคเวสโตร เรามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาในครั้งนี้ และต่อไปนี้โซลูชั่นที่ผลิตมาจากวัสดุที่ยั่งยืนจะเป็นสินค้าหลักในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยสารเคลือบเรซิ่นที่ยั่งยืนนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตลาด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งตอบสนองความต้องการทางด้านวัสดุและสารเคลือบของโลก ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกับลูกค้าของเราในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยโซลูชั่นแบบใหม่นี้จะมีส่วนช่วยในเรื่องของผลกระทบจากการเติบโตของสังคมเมือง การเดินทาง และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ</p><h2 style="text-align:start;">วัตถุดิบทางเลือกที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ</h2><p style="text-align:start;">ผลงานที่น่าตื่นเต้นที่สุดอย่างหนึ่งที่เราได้ทำร่วมกับบริษัท<span>&nbsp;</span><a href="https://www.genomatica.com/" target="_blank">Genomatica</a><span>&nbsp;</span>ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีชีวภาพ คือ การประสบความสำเร็จในการผลิต HMDA (hexamethylene diamine) ที่ผลิตจากพืชเป็นครั้งแรก โดย HMDA เป็นสารตั้งต้นที่สำคัญในการผลิตสารเคลือบผิว และสารยึดเกาะหลายชนิด รวมถึงไนลอนที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย (nylon-6,6) ซึ่งในแต่ละปีมีการผลิต HMDA มากถึง 2 ล้านตัน ที่ยังคงใช้วัตถุดิบฟอสซิลจนถึงทุกวันนี้ โดยเราคาดว่ากระบวนการผลิตแบบใหม่นี้ จะช่วยให้เราสามารถผลิตวัสดุคุณภาพสูงในปริมาณมากในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ การก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งทอมีความยั่งยืนมากขึ้น</p><p style="text-align:start;">Martin Vlak หัวหน้าฝ่ายขายและการพัฒนาตลาด ผลิตภัณฑ์สารเคลือบและสารยึดเกาะในอเมริกาเหนือ กล่าวว่า "ความร่วมมือของเราในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีนี้ ทำให้เราสามารถลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากฟอสซิลได้อย่างมาก และด้วย HMDA ที่ผลิตจากพืชจะช่วยให้เราสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายขององค์กรในด้านการผลิตสินค้าที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนอีกด้วย"</p><p style="text-align:start;">โคเวสโตรได้จัดแสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนภายในบูธ (#2529) และนำเสนอผลิตภัณฑ์ Desmodur® eco N 7300 สารเคลือบไอโซไซยาเนตแบบใส ซึ่งเป็นสารเร่งแข็ง โดยมีปริมาณคาร์บอนมาจากพลังงานชีวมวล แทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 70% ซึ่งช่วยลดรอยเท้าคาร์บอนของสารเร่งแข็งได้ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับแบบเดิม โดยสามารถนำไปใช้งานได้เลย โดยที่ไม่ต้องปรับแต่งขั้นตอนการผลิต และยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพและคุณภาพ ไม่ต่างจากเดิม</p><h2 style="text-align:start;">เรซินชีวภาพ (บางส่วน) สำหรับพื้นไม้</h2><p style="text-align:start;">Decovery® เรซิ่นสำหรับเคลือบพื้นไม้ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบจากพืช ถึง 52 % ซึ่งโคเวสโตรมีประสบการณ์ยาวนานในด้านเทคโนโลยีเรซิ่นสำหรับเคลือบพื้นไม้ โดยวิศวกรของเรารู้ดีว่าสารเคลือบที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพจะต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวด ซึ่งจำเป็นสำหรับพื้นไม้ที่ต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ จากการทดสอบแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ Decovery® มีประสิทธิภาพในด้านความทนทาน ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี และทนต่อการขีดข่วน ไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตดุดิบฟอสซิลที่มีในตลาด</p><p style="text-align:start;">โดย Martin Vlak กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผลิตภัณฑ์แบบใหม่ที่มีความยั่งยืนและผลิตจากพืชของเรานี้ เป็นผลมาจากเป้าหมายระยะยาวของเราในการเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นสารเคลือบอย่างยั่งยืน ด้วยการเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหมุนเวียน ซึ่งไม่มีผลการต่อประสิทธิภาพของสินค้า โดยตลาดกำลังมีความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งสำคัญมากกว่าเรื่องของกำไร คือ การเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เราเดินหน้าไปสู่การผลิตสินค้าที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริงนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงแค่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมและเดินหน้าต่อไป"</p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,สารเคลือบ,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,อุตสาหกรรม,วัสดุ,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 18 Jul 2022 13:05:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220404_Covestro-Builds-Bridge-To-Circular-Economy-At-ACS-2022-Pic]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>การออกแบบเพื่อความสวยงาม ฟังก์ชั่นการทํางาน และความยั่งยืน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/aesthetics-functionality-and-sustainability-for-designers-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/aesthetics-functionality-and-sustainability-for-designers-th/</guid><pp:caseid>512764</pp:caseid><pp:subtitle>ครั้งแรกกับการเข้าร่วมใน Milan Design Week 2022</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p><span>ชุดเครื่องมือสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อโซลูชั่น CMF&nbsp;</span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;"><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก ด้วยยอดขายกว่า 10.7 พันล้านยูโรในปี 2020 ธุรกิจของโคเวสโตรให้ความสำคัญกับการผลิตวัสดุโพลิเมอร์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน และในการดำเนินการนี้ โคเวสโตรกำลังก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักที่เป็นกลุ่มลูกค้าของโคเวสโตร คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และไม้ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นอกจากนี้ยังรวมถึง กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและอึตสหกรรมเคมีเองอีกด้วย โคเวสโตรมีศูนย์การผลิตอยู่ 33 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำและเทียบเท่าประมาณ 16,500 คน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p style="text-align:left;">ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/"><strong>www.covestro.com</strong></a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>โลกของการออกแบบกําลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่: นอกจากด้านความสวยงามและฟังก์ชั่นการทํางาน แล้ว ยังต้องให้ความสำคัญในเรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่กำลังมีความสําคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย&nbsp; และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่โคเวสโตรได้เข้าร่วมงาน Fuori Salone Milan ใน Milan Design Week ซึ่งเป็นงานอีเวนต์ระดับโลกที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยได้จัดแสดงสินค้าภายใน Superstudio Più ซึ่งเป็นผู้จัดงานเกี่ยวกับวัสดุสำหรับการออกแบบ&nbsp; ภายในงานมีการนําเสนอโซลูชั่นสำหรับวัสดุเพื่อความสวยงาม พร้อมฟังก์ชั่นการทำงาน และความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า&nbsp; โดยมีตัวอย่างวัสดุสำหรับ โซลูชั่น CMF (Color, Material, Finish) มากมายถูกจัดแสดงภายในบูธที่มิลาน และโคเวสโตรยังได้จัดแสดงผ่านช่องทางดิจิทัลในพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย</span></p><p><span>งานแสดงสินค้านี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับโคเวสโตรในการเข้าถึงนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้าน CMF “การร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นการออกแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ โดยมุ่งเน้นด้านการหมุนเวียนและการผลิตในปริมาณมาก โดยเราต้องการที่จะนำเสนอชุดเครื่องมือเพื่อช่วยในการออกแบบทั้งทางด้านรูปลักษณ์ และการใช้งาน ด้วยผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตและวัสดุอื่นๆ ซึ่งเรามีสีที่กำลังเป็นที่นิยมมากถึง 24 สี"&nbsp; Dr. Christopher Stillings หัวหน้าฝ่ายสีและการออกแบบสำหรับพลาสติกประสิทธิภาพสูง กล่าว</span></p><p><span>โดยโคเวสโตรมีศูนย์ Color & Design Centers จำนวน 6 แห่งตั้งอยู่ทั่วโลก เพื่อให้บริการลูกค้าของเรา &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span></p><h2><span><strong>เส้นทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน</strong></span></h2><p><span>วิสัยทัศน์ของโคเวสโตร คือ การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และด้วยเหตุนี้เราจึงนําเสนอวัสดุโพลีคาร์บอเนตและโพลียูรีเทนที่มีความเป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศให้กับลูกค้า รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมรีไซเคิล และนําพลาสติกรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่อีกด้วย</span></p><p><span>ด้วยโพลีคาร์บอเนตเกรดใหม่ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต<sup>1</sup>&nbsp; โดยการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนในกระบวนการผลิตของโคเวสโตร รวมถึงการใช้วัตถุดิบจากวัสดุชีวภาพและวัสดุเหลือใช้&nbsp; ซึ่งเป็นพลาสติกมีคุณภาพดีไม่ต่างจากพลาสติกที่ผลิตจากฟอสซิล และลูกค้ายังสามารถนำไปใช้ในการผลิตได้ทันที&nbsp; โดยไม่กระทบกับคุณภาพของสินค้า</span></p><p><span>และเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (TPU) ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงสินค้ากีฬา&nbsp; โคเวสโตรวางแผนที่จะผลิตสินค้าแบบหมุนเวียนนี้ให้มากขึ้น ซึ่งเรากำลังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในห่วงโซ่คุณค่าเพื่อร่วมกันบรรลุเป้าหมายนี้&nbsp; ด้วยการใช้วัตถุดิบชีวภาพบางส่วน การใช้สมดุลมวลสาร รวมถึง TPU รีไซเคิล</span></p><p><span>ด้วยความสามารถในการรีไซเคิลที่ดีของ TPU เราจึงได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เกรดรีไซเคิล&nbsp; โดยเราได้ร่วมมือกับ Fairphone ซึ่งเป็นลูกค้าของเราในการพัฒนาโซลูชั่นวัสดุหมุนเวียนสําหรับ Fairphone รุ่น 3 และ 4 โดยใช้ TPU และโพลีคาร์บอเนต เกรดรีไซเคิล</span></p><h2><span><strong>รายงานเกี่ยวกับเทรนด์ใหม่ของ CMF</strong></span></h2><p><span>เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา โคเวสโตรได้เปิดเผยรายงานฉบับที่ 2 เกี่ยวกับเทรนด์ของ CMF (Color, Material, Finish) &nbsp;ซึ่งได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Shanghai Tongji&nbsp; มหาวิทยาลัย Shanghai Jiaotong และ The Good Matter Design Agency ซึ่งเป็นรายงานเกี่ยวกับเทรนด์ระดับโลกเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และสุขภาพ รวมถึงธีมหลักสําหรับปี 2022 และ 2023 ที่สามารถนำไปใช้ในการกำหนดกลยุทธ์และการออกแบบ CMF ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ของโคเวสโตร&nbsp;</span></p><hr><p><sup>1</sup> การให้คะแนน "ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ" และการประเมินวงจรผลิตภัณฑ์ทั้งหมด พิจารณาจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ไปจนถึงกระบวนการผลิตของโคเวสโตร ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และได้รับการตรวจสอบโดย TÜV Rheinland</p>]]></description><category><![CDATA[วัสดุ,พลาสติก,ยานยนต์,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ,การดูแลสุขภาพ,อุตสาหกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Fri, 03 Jun 2022 10:07:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220603-covestro-at-design-week-milan-pic.jpg?59874" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220603-covestro-at-design-week-milan-pic.jpg?59874</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220603-covestro-at-design-week-milan-pic.jpg?59874</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220603_Covestro-at-Design-Week-Milan-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[ชุดเครื่องมือสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์จากโคเวสโตร สำหรับนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้าน CMF เพื่อใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติกที่หลากหลาย เช่น แล็ปท็อป เป็นต้น  &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>การพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การหมุนเวียนด้วยกระบวนการทางเคมี</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/advancing-circular-solutions-with-chemistry-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/advancing-circular-solutions-with-chemistry-th/</guid><pp:caseid>507944</pp:caseid><pp:subtitle>โคเวสโตร นำโซลูชั่นใหม่ในการรีไซเคิลพลาสติกออกแสดงที่งาน IFAT 2022</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><span>การพัฒนานวัตกรรมสําหรับกระบวนการรีไซเคิลเชิงเคมี</span></li><li><span>ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อกระบวนการรีไซเคิล</span></li><li><span>เปิดตัวแนวคิดผลิตภัณฑ์หมุนเวียนด้วย Desmodur®CQ</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก ด้วยยอดขายกว่า 10.7 พันล้านยูโรในปี 2020 ธุรกิจของโคเวสโตรให้ความสำคัญกับการผลิตวัสดุโพลิเมอร์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน และในการดำเนินการนี้ โคเวสโตรกำลังก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักที่เป็นกลุ่มลูกค้าของโคเวสโตร คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และไม้ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นอกจากนี้ยังรวมถึง กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและอึตสหกรรมเคมีเองอีกด้วย โคเวสโตรมีศูนย์การผลิตอยู่ 33 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำและเทียบเท่าประมาณ 16,500 คน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>โคเวสโตรนําเสนอเทคโนโลยีการรีไซเคิลตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในงานแสดงสินค้า IFAT ร่วมกับสมาคมการจัดการของเสียของประเทศเยอรมัน (DGAW)&nbsp; และนำเสนอเทคโนโลยีของนวัตกรรมพลาสติก สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเชิงกล และการรีไซเคิลทางเคมีได้&nbsp; นอกจากนี้ โคเวสโตรยังได้ร่วมแสดงสินค้าที่บูธของสมาคมอุตสาหกรรมเคมีเยอรมัน (VCI) ซึ่งให้ความสำคัญในเรื่องของการรีไซเคิลเชิงเคมีอีกด้วย</span></p><p><span>โคเวสโตรยึดมั่นในหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน เรากําลังพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และนี่คือเหตุผลที่โคเวสโตรมุ่งมั่นในการนําเสนอโซลูชั่นและวัสดุหมุนเวียนที่มีความยั่งยืนเข้าสู่ตลาด การพัฒนาเทคโนโลยีของโคเวสโตรมุ่งเน้นไปที่การรีไซเคิล 4 แนวทาง&nbsp; นอกจากการรีไซเคิลเชิงกล (Mechanically) ที่ถูกใช้ในการผลิตพลาสติกประสิทธิภาพสูงอย่างโพลีคาร์บอเนต และเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (TPU) แล้ว โคเวสโตรกําลังพัฒนากระบวนการรีไซเคิลทางเคมี&nbsp; ซึ่งรวมถึงแบบกระบวนทางเคมี (Chemolysis) แบบไพโรไลซิส (Smart Pyrolysis) และแบบเอนไซม์ (Enzymatic)&nbsp; เพื่อการผลิตพลาสติกรีไซเคิลที่มีคุณภาพดีไม่ต่างจากพลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นมาใหม่ซึ่งผลิตด้วยฟอสซิลแบบดั้งเดิม และยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรมทางเคมีของโคเวสโตรอีกด้วย&nbsp;</span></p><p><span>“เราต้องการผลักดันให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งอุตสาหกรรมเคมีและการจัดการของเสียจะต้องร่วมมือกัน และเดินหน้าไปพร้อมกัน&nbsp; เรากําลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเพื่ออุตสาหกรรมนี้&nbsp; กระบวนการรีไซเคิลที่หลากหลายจะช่วยให้เราสามารถนำวัตถุดิบต่างๆ ในการผลิตพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างเป็นระบบ&nbsp; เป้าหมายของเราคือการใช้วัสดุหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการทำให้ผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุกลับมาใช้ได้อีกครั้ง เพื่อประหยัดวัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการนำเสนอวัสดุรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดียวกับพลาสติกที่ผลิตขึ้นมาใหม่"&nbsp; ดร. มาร์คุส สไตเลอแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว โดยบริษัทมีแผนที่จะลงทุนในโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียนประมาณ 1 พันล้านยูโร ภายในปี 2030 ซึ่งโคเวสโตรได้ริเริ่มโรงงานนําร่องสําหรับการรีไซเคิลเชิงเคมีสำหรับโฟมโพลียูรีเทนในเมือง Leverkusen เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</span></p><p><span>นอกจากนี้ โคเวสโตรยังได้จัดแสดงโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์แบบหมุนเวียนให้ลูกค้าได้ชมภายในงาน IFAT ที่เมือง Munich ภายใต้แนวคิด "CQ"&nbsp; ด้วยการนำวัตถุดิบทางเลือกมาใช้ในการผลิตสินค้า อย่างน้อย 25 %&nbsp; ซึ่ง "CQ" ในที่นี้ย่อมาจาก “Circular Intelligence”&nbsp; หรือ การหมุนเวียนอย่างชาญฉลาด โดยผลิตภัณฑ์ "CQ" ตัวแรก คือ Desmodur®CQ ที่ใช้ในการผลิตโพลียูรีเทนสำหรับใช้ในเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ ที่นอน&nbsp; ฉนวนกันความร้อน รวมถึงสารเคลือบสําหรับรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน</span></p><p><span>&nbsp;"ในการดําเนินมาตรการเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ เราจําเป็นต้องเปลี่ยนกรอบความคิดของเรา ของลูกค้า และของทุกคนในห่วงโซ่คุณค่า&nbsp; และในเวลาเดียวกันเราก็จะต้องได้ประโยชน์จากโซลูชั่นเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเคมีที่เป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่คุณค่า จะต้องปรับเปลี่ยนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน&nbsp; รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบทางเลือกและพลังงานหมุนเวียน&nbsp; ซึ่งเราได้กําหนดเป้าหมายที่ท้าทายในการมุ่งสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยุติการใช้ทรัพยากรฟอสซิลในที่สุด ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กับผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ "&nbsp; คุณสุเชตา โกวิล&nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ กล่าว &nbsp;</span></p><h2><span><strong>การร่วมมือเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มรูปแบบ</strong></span></h2><p><span>สิ่งสําคัญในการบรรลุสู่เป้าหมายการหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ คือ กระบวนการรีไซเคิลแบบใหม่ การร่วมมือกับพาทเนอร์ในอุตสาหกรรม รวมถึงการค้นคว้าวิจัย ตัวอย่างเช่น โครงการเกี่ยวกับโฟมแบบหมุนเวียน (CIRCULAR FOAM) ที่โคเวสโตรได้ร่วมมือกับสหภาพยุโรปและพาร์ทเนอร์อีก 22 รายจาก 9 ประเทศ โดยมีจุดประสงค์ในการพัฒนานวัตกรรมการรีไซเคิลเชิงเคมีสําหรับโฟมโพลียูรีเทนแข็งในฉนวนกันความร้อน โดยโฟมโพลียูรีเทนแข็งนั้นช่วยทำให้ตู้เย็นและอาคารสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังขาดในเรื่องการจัดการขยะและกระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้องในการสร้างวงจรชีวิตที่ยั่งยืน &nbsp; โดยตั้งแต่ปี 2040 เป็นต้นไป การรีไซเคิลเชิงเคมีจะสามารถช่วยให้เราลดปริมาณขยะได้มาก ถึง 1 ล้านตัน / ปี และช่วยลด CO2 ได้ถึง 2.9 ล้านตัน / ปี&nbsp;</span></p><p><span>และที่งานนี้<strong> </strong>ดร. มาร์คุส สไตเลอแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ร่วมหารือในหัวข้อ "การสร้างคุณค่าระดับโลกในภาวะวิกฤต ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียนในทวีปยุโรป" ร่วมกับ Delara Burkhardt (โฆษกด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมของคณะผู้แทนสังคมนิยมและพรรคเดโมแครตในรัฐสภายุโรป) Dr. Christoph Epping (หัวหน้าแผนกเศรษฐกิจหมุนเวียน กระทรวงสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และการคุ้มครองผู้บริโภคแห่งสหพันธรัฐเยอรมัน) และ Wolfgang Niedermark (สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ BDI) ทั้งยังได้ร่วมการเสวนาเรื่อง "สารเคมีในการขับเคลื่อนการหมุนเวียน: การรีไซเคิลเชิงเคมี คือ สิ่งสำคัญในการสร้างมูลค่าให้กับการหมุนเวียนในอุตสาหกรรมยานยนต์" ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก Audi&nbsp; และมหาวิทยาลัย TU Dortmund อีกด้วย</span></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,การรีไซเคิล,โฟม,พลาสติก,เทอร์โมพลาสติก โพลียูรีเทน,วัสดุ,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,อุตสาหกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 30 May 2022 10:04:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220530-covestro-at-ifat-fair-pic-1.jpg?92463" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220530-covestro-at-ifat-fair-pic-1.jpg?92463</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220530-covestro-at-ifat-fair-pic-1.jpg?92463</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220530_Covestro-at-IFAT-Fair-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[โคเวสโตรนําเสนอนวัตกรรมการรีไซเคิลซึ่งถูกจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงานแสดงสินค้า IFAT  ซึ่งเป็นโรงงานนําร่องสําหรับการรีไซเคิลผ่านกระบวนการไพโรไลซิส (Smart Pyrolysis)  &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ในอุตสาหกรรมการผลิตรองเท้า</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/reducing-the-carbon-footprint-of-footwear-production-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/reducing-the-carbon-footprint-of-footwear-production-th/</guid><pp:caseid>496920</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p><span><strong>ความสำเร็จในการร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีสิ่งทอ และบริษัทเส้นใยในประเทศจีน</strong></span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p><span><strong>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร&nbsp;</strong></span><a href="https://www.covestro.com" target="_blank"><span><strong>www.covestro.com</strong></span></a><span><strong>&nbsp;ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</strong></span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;"><a href="https://covestro.com/th">โคเวสโตร</a><span>&nbsp;</span>ร่วมกับ บริษัทเทคโนโลยีสิ่งทอ<span>&nbsp;</span><a href="https://www.huafeng-cn.com/en/" target="_blank">Huafeng</a><span>&nbsp;</span>และ บริษัทเทคโนโลยีเส้นใยสีเขียว<span>&nbsp;</span><a href="http://www.cycloneyarn.com/en/" target="_blank">Cyclone</a><span>&nbsp;</span>จากประเทศจีน ได้ร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นในการผลิตรองเท้าวิ่งและรองเท้ากีฬาคุณภาพสูง ด้วยวิธีที่ยั่งยืนมากกว่าที่เคย โดยการใช้เส้นใยรีไซเคิลที่ผลิตจากเส้นใย CYCLONE® ซึ่งเป็นโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล (rPET) ในการผลิตหน้าผ้าของรองเท้า และเคลือบบางส่วนด้วยเทคโนโลยี HAPTIC® จาก Huafeng ซึ่งในกระบวนการผลิตนั้นได้ใช้โพลียูรีเทน (PU) สูตรน้ำจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ INSQIN® ของโคเวสโตร โดยมีปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้น ครึ่งหนึ่งมาจากวัตถุดิบชีวภาพ ซึ่งการผลิตรองเท้าแต่ละคู่ด้วยวิธีนี้จะเกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ คาร์บอนไดออกไซค์ ประมาณ 230 กรัม ซึ่งน้อยกว่าการใช้โพลียูรีเทน (PU) แบบสูตรเดิมที่ใช้ฟอสซิล และการใช้เส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตขึ้นมาใหม่</p><p style="text-align:start;">“นี่เป็นข่าวดีสำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ด้วยวิธีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด” Tony Wu ผู้จัดการฝ่ายการตลาดสากล แผนกการเคลือบสิ่งทอของโคเวสโตรกล่าว โดยเน้นย้ำว่าความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่ได้ลดทอนคุณสมบัติทางด้านความทนทาน รูปลักษณ์ หรือ ความนุ่มสบายบริเวณหน้าผ้าของรองเท้า โดยใช้ร่วมกับเทคโนโลยีการพิมพ์ HAPTIC® ของ Huafeng ในการสร้างรูปทรง 3 มิติ ซึ่งสามารถใช้พิมพ์บนผ้าผืน เพื่อการออกแบบที่ทันสมัยและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรองเท้ากีฬา</p><p style="text-align:start;">ในกระบวนการผลิต Huafeng ใช้ผลิตภัณฑ์ Impranil® eco DLS โพลียูรีเทน (PU) สูตรน้ำของโคเวสโตรที่มีปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้น ครึ่งหนึ่งมาจากพลังงานชีวมวล (Biomass) โดยใช้เส้นใย PET รีไซเคิลจาก CYCLONE และใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ HAPTIC® ของ Huafeng<br>&nbsp;</p><p style="text-align:start;">Impranil® eco DLS คือ สารยึดเกาะที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพบางส่วนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ INSQIN® ซึ่งเป็นสารเคลือบเรซิ่นสูตรน้ำสำหรับเคลือบเส้นใยที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 60 กรัมต่อการผลิตรองเท้า 1 คู่ ซึ่งค่าที่ได้จากการคำนวณนี้ได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอก โดยจะเห็นความแตกต่างในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ชัดเจนขึ้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการใช้สารเคลือบโพลียูริเทนที่ใช้ตัวทำละลายแบบเดิม นอกจากนี้การใช้เส้นใย PET รีไซเคิล ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 170 กรัมต่อคู่</p><p style="text-align:start;">เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และสิ่งที่เราได้ค้นพบให้กับอุตสาหกรรมนี้ Covestro, Huafeng และ Cyclone ได้ร่วมกันจัดสัมมนาออนไลน์ทั่วโลก เพื่อแนะนำเทคโนโลยีทั้งสาม รวมถึงสิ่งที่เราได้พัฒนาร่วมกัน ซึ่งสามารถรับชมการสัมมนาออนไลน์ที่บันทึกไว้ได้<a href="https://www.bilibili.com/video/BV1v44y1n7RA" target="_blank">ที่นี่</a></p><p style="text-align:start;">“ความยั่งยืน คือ กุญแจสู่ความสำเร็จด้านการตลาดของ Huafeng และด้วยโพลียูรีเทน (PU) สูตรน้ำของโคเวสโตรที่ใช้วัตถุดิบชีวภาพ เราจึงสามารถนำวัตถุดิบหมุนเวียนมาเป็นส่วนผสมในสารเคลือบ HAPTIC® ของเราได้มากขึ้น เพื่อพัฒนาการด้านความยั่งยืน" Dr. Thomas Schmidt ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม ของบริษัท Huafeng กล่าว และ Dr. Torsten Pohl หัวหน้าแผนกการเคลือบสิ่งทอสากล บริษัท โคเวสโตร ได้กล่าวเสริมว่า "การรวมเอาสารเคลือบ INSQIN® โพลียูรีเทน (PU) ที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพบางส่วนของเรา เข้ากับเทคโนโลยีการพิมพ์ HAPTIC® ของ Huafeng สำหรับพิมพ์บนผ้า PET รีไซเคิล นั้น แสดงให้เห็นว่าเราสามารถร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และทำงานร่วมกันในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนได้"</p>]]></description><category><![CDATA[วัสดุทางเลือก,สารเคลือบ,จีน,งานวิจัยและนวัตกรรม,เส้นใย,กีฬาและนันทนาการ,วัสดุ,อุตสาหกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 08 Mar 2022 10:03:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220308-covestro-collaboration-with-huafeng-cyclone-pic-1.jpg?36590" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220308-covestro-collaboration-with-huafeng-cyclone-pic-1.jpg?36590</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220308-covestro-collaboration-with-huafeng-cyclone-pic-1.jpg?36590</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220308_Covestro-Collaboration-with-Huafeng-Cyclone-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Covestro, Huafeng และ Cyclone ร่วมกันพัฒนาวัสดุในการผลิตรองเท้าวิ่งและ รองเท้ากีฬาคุณภาพสูง ซึ่งมีความยั่งยืนมากกว่าที่เคย : เทคโนโลยีสิ่งทอ &amp;copy; HUAFENG]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรเปิดตัวผลิตภัณฑ์ MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-climate-neutral-mdi-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-climate-neutral-mdi-th/</guid><pp:caseid>495297</pp:caseid><pp:subtitle>อีกหนึ่งก้าวสู่ความสำเร็จเพื่อบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศ</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>MDI เกรดใหม่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต [1]</strong></li><li><strong>ผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้กับธุรกิจก่อสร้าง อุตสาหกรรมการจัดเก็บและการขนส่งแบบควบคุมความเย็น และอุตสาหกรรมยานยนต์</strong></li><li><strong>โซลูชั่นแบบดร๊อปอิน (Drop-in solution)โดยการเติมสารละลายเข้าไปในผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<hr><p><span>[1] </span><span style="text-align:start;">ค่าความเป็นกลางของคาร์บอน คำนวณจากวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์บางส่วนตั้งแต่วัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการผลิต (ของโคเวสโตร) ซึ่งในเร็วๆ นี้ ขั้นตอน LCA ของเรา จะได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสถาบันภายนอก และเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และ 14044 การคำนวณจะพิจารณาถึงการกักเก็บคาร์บอนไบโอเจนิก (biogenic carbon) ตามข้อมูลเบื้องต้นจากห่วงโซ่อุปทาน และ ไม่มีการใช้มาตรการชดเชย</span></p><p>&nbsp;</p><h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร&nbsp;www.covestro.com&nbsp;ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;"><a href="https://covestro.com/th">โคเวสโตร</a><span>&nbsp;</span>ดำเนินงานตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมาอย่างต่อเนื่อง และเปิดตัว MDI (methylene diphenyl diisocyanate) ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิตของโคเวสโตร ด้วยการใช้วัตถุดิบทางเลือกและขยะอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองการควบคุมสมดุลมวลสาร ตามมาตรฐาน ISCC PLUS โดย MDI เกรดใหม่นี้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในธุรกิจก่อสร้าง อุตสาหกรรมการจัดเก็บและการขนส่งแบบควบคุมความเย็น และในอุตสาหกรรมยานยนต์</p><p style="text-align:start;">อ้างอิงตามรูปแบบการคำนวณทั่วไป [1] ในระดับที่มีความสมดุลจะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดย MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศนั้นถูกผลิตโดยโรงงานของโครเวสโตรในเมืองเครเฟลด์-เออร์ดิงเงิน (Krefeld-Uerdingen), แอนต์เวิร์ป (Antwerp) และเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISCC PLUS</p><p style="text-align:start;">“เราได้เปิดตัว MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ และเรากำลังขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ” Sucheta Govil ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตรกล่าว "ดิฉันรู้สึกยินดีที่สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราทั่วโลกสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน" โดยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้ประกาศเปิดตัว<a href="https://www.covestro.com/press/covestro-starts-offering-the-worlds-first-climate--neutral-polycarbonate/" target="_blank">โพลีคาร์บอเนตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</a>ไปแล้ว</p><p style="text-align:start;">Hermann-Josef Dörholt หัวหน้าฝ่าย Performance Materials &nbsp;กล่าวเสริมว่า: "ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน และผลิตภัณฑ์ MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของเรานั้นเป็นโซลูชันแบบดรอปอินที่ลูกค้าของเราสามารถนำไปผลิตได้ทันที โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต และยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพไม่ต่างจากแบบเดิม"</p><h2 style="text-align:start;">ฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่มีความยั่งยืนมากขึ้น</h2><p style="text-align:start;">สำหรับฉนวนกันความร้อนภายในอาคารนั้น MDI เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตแผ่นฉนวนโพลียูรีเทน แผงแซนวิช และอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบในฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง โดยอุณหภูมิภายในอาคารสามารถลดลงได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ด้วยการใช้ฉนวนโพลียูรีเทน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากฉนวนโพลียูรีเทนนั้นสามารถออกแบบให้บางลง แต่ยังคงประสิทธิภาพไว้ได้ดี ในขณะที่ช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าวัสดุอื่นๆ</p><p style="text-align:start;">นอกจากฉนวนโพลียูรีเทนจะมีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนความร้อนที่ดีแล้ว MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของโคเวสโตรนั้นยังมาพร้อมความยั่งยืนอีกด้วย: ด้วยการลดการปล่อยมลพิษในระหว่างกระบวนการผลิต และยังช่วยลดคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของอาคาร การใช้ฉนวนโพลียูรีเทนในอาคารใหม่ รวมถึงการปรับปรุงอาคารเก่านั้นมีส่วนสำคัญในการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้นอีกด้วย</p>]]></description><category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน,งานก่อสร้าง,ความยั่งยืน,วัสดุ,อุตสาหกรรม,โฟม,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ,ยานยนต์,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 24 Feb 2022 10:10:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220224-climate-neutral-mdi-pic-1.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220224-climate-neutral-mdi-pic-1.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220224-climate-neutral-mdi-pic-1.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220224_Climate-Neutral-MDI-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศจากโคเวสโตร (ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต) ใช้ในการผลิตฉนวนโพลียูรีเทนโฟม สำหรับฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่มีประสิทธิภาพสูง]]></pp:imageDescription></item></channel>
                    </rss>