<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:pp="http://www.presspage.com/rss/"
     version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
                <channel>
                    <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                    <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                    <description></description>
                    <language>th-th</language>
                    <lastBuildDate>Mon, 07 Sep 2026 21:02:36 +0200</lastBuildDate>
                    <pubDate>Thu, 09 Jul 2026 04:52:22 +0200</pubDate>
                    <image>
                        <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                        <url>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png</url>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                        <width>144</width>
                    </image><item>
                        <title>​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานเวนคอเรกซ์เดิมในไทยและสหรัฐฯ เสริมแกร่งเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</guid><pp:caseid>761511</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e318cd269977ee3d0390e61615fc30303"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​​​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;เดิมของ&nbsp; &nbsp;เวนคอเรกซ์&nbsp;(Vencorex)&nbsp;สองแห่งในจังหวัดระยอง ประเทศไทย และเมืองฟรีพอร์ต รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา</strong></span></li><li data-list-item-id="e3cfa05047316ab5d60ecb2180d30576e"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายการผลิตในภูมิภาคของโคเวสโตร และยกระดับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสำหรับลูกค้าในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน การต่อเรือและซ่อมเรือ&nbsp;เฟอร์นิเจอร์ไม้ อิเล็กทรอนิกส์ และการประยุกต์ใช้งานอุตสาหกรรมอื่น ๆ​​</strong>&nbsp;</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>​เกี่ยวกับโคเวสโตร:</strong></span><strong>&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><span>​โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน</span>&nbsp;<span>โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย</span>&nbsp;<span>รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต</span>&nbsp;Scope 1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;Scope 2&nbsp;<span>ภายในปี</span>&nbsp;2035&nbsp;<span>และสำหรับ</span>&nbsp;Scope 3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี</span>&nbsp;2050&nbsp;<span>ในปีงบประมาณ</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>มีรายได้จากการขายจำนวน</span>&nbsp;12.9&nbsp;<span>พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>บริษัทมีโรงงานผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,600&nbsp;<span>คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)</span> &nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:justify;">โคเวสโตร&nbsp;ประกาศความสำเร็จอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเดิมของ&nbsp;Vencorex&nbsp;ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2569&nbsp;โรงงานระยองซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้รับการบูรณาการเข้าสู่เครือข่ายการผลิตของโควสโตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างสมบูรณ์แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;</span></p><p>โรงงานที่ระยองนี้มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI (Hexamethylene Diisocyanate&nbsp;หรือ&nbsp;เฮกซาเมทิลีน ไดไอโซไซยาเนต)&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญสำหรับสารเคลือบโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูง กาว และสารซีลแลนท์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับศูนย์การผลิตมาบตาพุดที่มีอยู่เดิมของโคเวสโตร ซึ่งผลิตโพลีคาร์บอเนต ฟิล์มชนิดพิเศษ และอีลาสโตเมอร์ ส่งผลให้ฐานการผลิตของบริษัทในประเทศไทยขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ภายในเครือข่ายเอเชียแปซิฟิกของโคเวสโตร&nbsp;&nbsp;"การเพิ่มโรงงานในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของเรา ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการผลิตในภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าจากสถานที่ผลิตที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา"&nbsp;<strong>นายโทมัส โรเมอร์ (Thomas Roemer) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;(Coatings and Adhesives)&nbsp;</strong>ในระดับโลกของโคเวสโตร กล่าว&nbsp;</p><p>​การขยายฐานการผลิตที่ระยองส่งผลดีโดยตรงต่อลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ลดระยะเวลาในการจัดส่ง และสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;คุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอจากฐานการผลิตในท้องถิ่น&nbsp;</p><p>​โดย&nbsp;<strong>นางโมนีค&nbsp;บูค&nbsp;(Monique Buch) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์&nbsp;(Chief Commercial Officer)</strong>&nbsp;ของโคเวสโตร กล่าวว่า "ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าสร้างขึ้นบนรากฐานของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของเราในธุรกิจที่ลูกค้าพึ่งพาเราในด้านคุณภาพที่สม่ำเสมอ การจัดหาในภูมิภาค และความเชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้"&nbsp;</p><p>​สำหรับโคเวสโตรในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเติบโตในฐานะศูนย์กลางด้านการผลิตและนวัตกรรมของภูมิภาค&nbsp;<strong>นางสาวนิศา สุทธิพรไพศาลกุล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ บริษัท โควสโตร (ประเทศไทย) </strong>จำกัด&nbsp;กล่าวเสริมว่า "ประเทศไทยคือหนึ่งในเสาหลักเชิงกลยุทธ์ของการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คือการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของโคเวสโตรต่อตลาดนี้&nbsp;ซึ่งโรงงานระยองจะช่วยเสริมสร้างความสามารถของเราในการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"&nbsp;</p><p>​การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของโคเวสโตรในการสร้างธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะระดับโลก สืบเนื่องจากการลงทุนก่อนหน้า อาทิ การเข้าซื้อกิจการธุรกิจ&nbsp;Resins & Functional Materials&nbsp;จาก&nbsp;DSM​&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[APAC,Thailand,Covestro Thailand,วัสดุและอุตสาหกรรม,สารเคลือบ,ข่าวสารองค์กร,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,ไทย,อุตสาหกรรม,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ]]></category>
            <pubDate>Fri, 03 Jul 2026 09:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Covestro acquired production site in Rayong_1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Covestro AP-2 - 3]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรร่วมงาน ACS 2022 เดินหน้าก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-builds-a-bridge-to-the-circular-economy-at-acs-2022-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-builds-a-bridge-to-the-circular-economy-at-acs-2022-th/</guid><pp:caseid>500913</pp:caseid><pp:subtitle>การนำเสนอโซลูชั่นที่ยั่งยืนด้วยเรซิ่นที่ทำจากพืช</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหมุนเวียน</strong></li><li><strong>ลดการพึ่งพาวัตถุดิบฟอสซิล</strong></li><li><strong>คิดค้นนวัตกรรมเพื่อมุ่งสู่จุดหมาย</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;"><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong><br>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;"><a href="https://covestro.com/th">โคเวสโตร</a>ได้จัดแสดงโซลูชั่นสำหรับสารเคลือบผิวอย่างยั่งยืน ในงาน<span>&nbsp;</span><a href="https://solutions.covestro.com/th/digital-event-space/acs">American Coatings Show 2022</a>&nbsp;ที่เมืองอินเดียนาโพลิส ซึ่งช่วยปูทางสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยในปี 2021 โคเวสโตรได้ทำการเข้าซื้อกิจการ Resins & Functional Materials (RFM) ของบริษัท Royal DSM ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโคเวสโตรในด้านโซลูชั่นที่มีความยั่งยืน และยังตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านสารเคลือบและสารยึดเกาะที่ยั่งยืน</p><p style="text-align:start;">ด้วยประสบการณ์ในการผลิตมากกว่า 50 ปีของโคเวสโตร เรามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาในครั้งนี้ และต่อไปนี้โซลูชั่นที่ผลิตมาจากวัสดุที่ยั่งยืนจะเป็นสินค้าหลักในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยสารเคลือบเรซิ่นที่ยั่งยืนนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตลาด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งตอบสนองความต้องการทางด้านวัสดุและสารเคลือบของโลก ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกับลูกค้าของเราในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยโซลูชั่นแบบใหม่นี้จะมีส่วนช่วยในเรื่องของผลกระทบจากการเติบโตของสังคมเมือง การเดินทาง และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ</p><h2 style="text-align:start;">วัตถุดิบทางเลือกที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ</h2><p style="text-align:start;">ผลงานที่น่าตื่นเต้นที่สุดอย่างหนึ่งที่เราได้ทำร่วมกับบริษัท<span>&nbsp;</span><a href="https://www.genomatica.com/" target="_blank">Genomatica</a><span>&nbsp;</span>ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีชีวภาพ คือ การประสบความสำเร็จในการผลิต HMDA (hexamethylene diamine) ที่ผลิตจากพืชเป็นครั้งแรก โดย HMDA เป็นสารตั้งต้นที่สำคัญในการผลิตสารเคลือบผิว และสารยึดเกาะหลายชนิด รวมถึงไนลอนที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย (nylon-6,6) ซึ่งในแต่ละปีมีการผลิต HMDA มากถึง 2 ล้านตัน ที่ยังคงใช้วัตถุดิบฟอสซิลจนถึงทุกวันนี้ โดยเราคาดว่ากระบวนการผลิตแบบใหม่นี้ จะช่วยให้เราสามารถผลิตวัสดุคุณภาพสูงในปริมาณมากในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ การก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งทอมีความยั่งยืนมากขึ้น</p><p style="text-align:start;">Martin Vlak หัวหน้าฝ่ายขายและการพัฒนาตลาด ผลิตภัณฑ์สารเคลือบและสารยึดเกาะในอเมริกาเหนือ กล่าวว่า "ความร่วมมือของเราในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีนี้ ทำให้เราสามารถลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากฟอสซิลได้อย่างมาก และด้วย HMDA ที่ผลิตจากพืชจะช่วยให้เราสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายขององค์กรในด้านการผลิตสินค้าที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนอีกด้วย"</p><p style="text-align:start;">โคเวสโตรได้จัดแสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนภายในบูธ (#2529) และนำเสนอผลิตภัณฑ์ Desmodur® eco N 7300 สารเคลือบไอโซไซยาเนตแบบใส ซึ่งเป็นสารเร่งแข็ง โดยมีปริมาณคาร์บอนมาจากพลังงานชีวมวล แทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 70% ซึ่งช่วยลดรอยเท้าคาร์บอนของสารเร่งแข็งได้ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับแบบเดิม โดยสามารถนำไปใช้งานได้เลย โดยที่ไม่ต้องปรับแต่งขั้นตอนการผลิต และยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพและคุณภาพ ไม่ต่างจากเดิม</p><h2 style="text-align:start;">เรซินชีวภาพ (บางส่วน) สำหรับพื้นไม้</h2><p style="text-align:start;">Decovery® เรซิ่นสำหรับเคลือบพื้นไม้ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบจากพืช ถึง 52 % ซึ่งโคเวสโตรมีประสบการณ์ยาวนานในด้านเทคโนโลยีเรซิ่นสำหรับเคลือบพื้นไม้ โดยวิศวกรของเรารู้ดีว่าสารเคลือบที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพจะต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวด ซึ่งจำเป็นสำหรับพื้นไม้ที่ต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ จากการทดสอบแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ Decovery® มีประสิทธิภาพในด้านความทนทาน ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี และทนต่อการขีดข่วน ไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตดุดิบฟอสซิลที่มีในตลาด</p><p style="text-align:start;">โดย Martin Vlak กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผลิตภัณฑ์แบบใหม่ที่มีความยั่งยืนและผลิตจากพืชของเรานี้ เป็นผลมาจากเป้าหมายระยะยาวของเราในการเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นสารเคลือบอย่างยั่งยืน ด้วยการเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหมุนเวียน ซึ่งไม่มีผลการต่อประสิทธิภาพของสินค้า โดยตลาดกำลังมีความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งสำคัญมากกว่าเรื่องของกำไร คือ การเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เราเดินหน้าไปสู่การผลิตสินค้าที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริงนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงแค่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมและเดินหน้าต่อไป"</p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,สารเคลือบ,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,อุตสาหกรรม,วัสดุ,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 18 Jul 2022 13:05:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220404_Covestro-Builds-Bridge-To-Circular-Economy-At-ACS-2022-Pic]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ในอุตสาหกรรมการผลิตรองเท้า</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/reducing-the-carbon-footprint-of-footwear-production-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/reducing-the-carbon-footprint-of-footwear-production-th/</guid><pp:caseid>496920</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p><span><strong>ความสำเร็จในการร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีสิ่งทอ และบริษัทเส้นใยในประเทศจีน</strong></span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p><span><strong>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร&nbsp;</strong></span><a href="https://www.covestro.com" target="_blank"><span><strong>www.covestro.com</strong></span></a><span><strong>&nbsp;ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</strong></span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;"><a href="https://covestro.com/th">โคเวสโตร</a><span>&nbsp;</span>ร่วมกับ บริษัทเทคโนโลยีสิ่งทอ<span>&nbsp;</span><a href="https://www.huafeng-cn.com/en/" target="_blank">Huafeng</a><span>&nbsp;</span>และ บริษัทเทคโนโลยีเส้นใยสีเขียว<span>&nbsp;</span><a href="http://www.cycloneyarn.com/en/" target="_blank">Cyclone</a><span>&nbsp;</span>จากประเทศจีน ได้ร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นในการผลิตรองเท้าวิ่งและรองเท้ากีฬาคุณภาพสูง ด้วยวิธีที่ยั่งยืนมากกว่าที่เคย โดยการใช้เส้นใยรีไซเคิลที่ผลิตจากเส้นใย CYCLONE® ซึ่งเป็นโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล (rPET) ในการผลิตหน้าผ้าของรองเท้า และเคลือบบางส่วนด้วยเทคโนโลยี HAPTIC® จาก Huafeng ซึ่งในกระบวนการผลิตนั้นได้ใช้โพลียูรีเทน (PU) สูตรน้ำจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ INSQIN® ของโคเวสโตร โดยมีปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้น ครึ่งหนึ่งมาจากวัตถุดิบชีวภาพ ซึ่งการผลิตรองเท้าแต่ละคู่ด้วยวิธีนี้จะเกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ คาร์บอนไดออกไซค์ ประมาณ 230 กรัม ซึ่งน้อยกว่าการใช้โพลียูรีเทน (PU) แบบสูตรเดิมที่ใช้ฟอสซิล และการใช้เส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตขึ้นมาใหม่</p><p style="text-align:start;">“นี่เป็นข่าวดีสำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ด้วยวิธีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด” Tony Wu ผู้จัดการฝ่ายการตลาดสากล แผนกการเคลือบสิ่งทอของโคเวสโตรกล่าว โดยเน้นย้ำว่าความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่ได้ลดทอนคุณสมบัติทางด้านความทนทาน รูปลักษณ์ หรือ ความนุ่มสบายบริเวณหน้าผ้าของรองเท้า โดยใช้ร่วมกับเทคโนโลยีการพิมพ์ HAPTIC® ของ Huafeng ในการสร้างรูปทรง 3 มิติ ซึ่งสามารถใช้พิมพ์บนผ้าผืน เพื่อการออกแบบที่ทันสมัยและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรองเท้ากีฬา</p><p style="text-align:start;">ในกระบวนการผลิต Huafeng ใช้ผลิตภัณฑ์ Impranil® eco DLS โพลียูรีเทน (PU) สูตรน้ำของโคเวสโตรที่มีปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้น ครึ่งหนึ่งมาจากพลังงานชีวมวล (Biomass) โดยใช้เส้นใย PET รีไซเคิลจาก CYCLONE และใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ HAPTIC® ของ Huafeng<br>&nbsp;</p><p style="text-align:start;">Impranil® eco DLS คือ สารยึดเกาะที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพบางส่วนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ INSQIN® ซึ่งเป็นสารเคลือบเรซิ่นสูตรน้ำสำหรับเคลือบเส้นใยที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 60 กรัมต่อการผลิตรองเท้า 1 คู่ ซึ่งค่าที่ได้จากการคำนวณนี้ได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอก โดยจะเห็นความแตกต่างในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ชัดเจนขึ้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการใช้สารเคลือบโพลียูริเทนที่ใช้ตัวทำละลายแบบเดิม นอกจากนี้การใช้เส้นใย PET รีไซเคิล ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 170 กรัมต่อคู่</p><p style="text-align:start;">เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และสิ่งที่เราได้ค้นพบให้กับอุตสาหกรรมนี้ Covestro, Huafeng และ Cyclone ได้ร่วมกันจัดสัมมนาออนไลน์ทั่วโลก เพื่อแนะนำเทคโนโลยีทั้งสาม รวมถึงสิ่งที่เราได้พัฒนาร่วมกัน ซึ่งสามารถรับชมการสัมมนาออนไลน์ที่บันทึกไว้ได้<a href="https://www.bilibili.com/video/BV1v44y1n7RA" target="_blank">ที่นี่</a></p><p style="text-align:start;">“ความยั่งยืน คือ กุญแจสู่ความสำเร็จด้านการตลาดของ Huafeng และด้วยโพลียูรีเทน (PU) สูตรน้ำของโคเวสโตรที่ใช้วัตถุดิบชีวภาพ เราจึงสามารถนำวัตถุดิบหมุนเวียนมาเป็นส่วนผสมในสารเคลือบ HAPTIC® ของเราได้มากขึ้น เพื่อพัฒนาการด้านความยั่งยืน" Dr. Thomas Schmidt ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม ของบริษัท Huafeng กล่าว และ Dr. Torsten Pohl หัวหน้าแผนกการเคลือบสิ่งทอสากล บริษัท โคเวสโตร ได้กล่าวเสริมว่า "การรวมเอาสารเคลือบ INSQIN® โพลียูรีเทน (PU) ที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพบางส่วนของเรา เข้ากับเทคโนโลยีการพิมพ์ HAPTIC® ของ Huafeng สำหรับพิมพ์บนผ้า PET รีไซเคิล นั้น แสดงให้เห็นว่าเราสามารถร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และทำงานร่วมกันในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนได้"</p>]]></description><category><![CDATA[วัสดุทางเลือก,สารเคลือบ,จีน,งานวิจัยและนวัตกรรม,เส้นใย,กีฬาและนันทนาการ,วัสดุ,อุตสาหกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 08 Mar 2022 10:03:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220308-covestro-collaboration-with-huafeng-cyclone-pic-1.jpg?36590" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220308-covestro-collaboration-with-huafeng-cyclone-pic-1.jpg?36590</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220308-covestro-collaboration-with-huafeng-cyclone-pic-1.jpg?36590</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220308_Covestro-Collaboration-with-Huafeng-Cyclone-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Covestro, Huafeng และ Cyclone ร่วมกันพัฒนาวัสดุในการผลิตรองเท้าวิ่งและ รองเท้ากีฬาคุณภาพสูง ซึ่งมีความยั่งยืนมากกว่าที่เคย : เทคโนโลยีสิ่งทอ &amp;copy; HUAFENG]]></pp:imageDescription></item></channel>
                    </rss>