<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:pp="http://www.presspage.com/rss/"
     version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
                <channel>
                    <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                    <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                    <description></description>
                    <language>th-th</language>
                    <lastBuildDate>Wed, 09 Sep 2026 01:31:54 +0200</lastBuildDate>
                    <pubDate>Mon, 27 Jul 2026 05:56:57 +0200</pubDate>
                    <image>
                        <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                        <url>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png</url>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                        <width>144</width>
                    </image><item>
                        <title>​​โคเวสโตร และ บีวายดี จัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับสากล เดินหน้าขับเคลื่อนอนาคตการคมนาคม พลังงาน และเทคโนโลยีขั้นสูง ​​</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-and-byd-form-strategic-partnership-for-the-future-of-mobility-energy-and-advanced-technologies-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-and-byd-form-strategic-partnership-for-the-future-of-mobility-energy-and-advanced-technologies-th/</guid><pp:caseid>762971</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul style="list-style-type:disc;"><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e0bb3dc57f019ed981997171a7462e9d6"><span><strong>​​ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU)&nbsp;เพื่อจัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงและการพัฒนาการประยุกต์ใช้งาน</strong></span><strong> </strong></li><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e34191617c727d538c9d83578a889148e"><span><strong>​ความร่วมมือครอบคลุมยานยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า</strong></span><strong>&nbsp;</strong><span><strong>ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอนาคต</strong></span><strong> </strong></li><li data-list-item-id="e956d9471419df5799b48db61f8f0d005"><span><strong>​มุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาโซลูชันวัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุหมุนเวียน</strong></span><strong>&nbsp;</strong><span><strong>เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน​</strong></span><strong>&nbsp;</strong><span>&nbsp;</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span>​เกี่ยวกับโคเวสโตร:&nbsp;</span>&nbsp;</p><p><span>​โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน</span>&nbsp;<span>โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย</span>&nbsp;<span>รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต</span>&nbsp;Scope 1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;Scope 2&nbsp;<span>ภายในปี</span>&nbsp;2035&nbsp;<span>และสำหรับ</span>&nbsp;Scope 3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี</span>&nbsp;2050&nbsp;<span>ในปีงบประมาณ</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>มีรายได้จากการขายจำนวน</span>&nbsp;12.9&nbsp;<span>พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>บริษัทมีโรงงานผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,600&nbsp;<span>คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)</span> <span>​</span>&nbsp;</p><p><i><span>​ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่:</span>&nbsp;</i><a href="http://www.covestro.com/de" target="_blank"><i>Covestro homepage</i></a><i>.&nbsp;</i>&nbsp;</p><p><i><span>​ติดตามเราได้บนช่องทางโซเชียลมีเดีย:&nbsp;</span><strong>Facebook&nbsp;</strong></i><a href="https://www.facebook.com/share/18D5pxjyz3/" target="_blank"><i><strong>Covestro Thailand</strong></i></a>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>​​​<strong>โคเวสโตร</strong></span><strong> (Covestro) </strong><span>ผู้ผลิตวัสดุคุณภาพสูงชั้นนำระดับโลก และ</span> <span><strong>บีวายดี (</strong></span><strong>BYD)</strong> <span>หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำของโลก ประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจ (</span>Memorandum of Understanding: MoU) <span>เพื่อจัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว มุ่งพัฒนาและประยุกต์ใช้โซลูชันวัสดุขั้นสูงสำหรับกลุ่มธุรกิจที่กำลังเติบโตของบีวายดี ครอบคลุมทั้งยานยนต์พลังงานใหม่ ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีแห่งอนาคต</span> </p><p><span>​ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบริษัทจากการเป็นคู่ค้าด้านการจัดหาวัสดุ สู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมสร้างนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (</span>Value Chain) <span>โดยมีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่า อนาคตของการคมนาคม พลังงาน และระบบอัจฉริยะ จะเกิดขึ้นได้จากการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันอย่างใกล้ชิด และสำหรับโคเวสโตร ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับกลยุทธ์</span> <strong>“</strong><span><strong>อนาคตที่ยั่งยืน”</strong></span> (Sustainable Future) <span>ของบริษัท ที่มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (</span>Circular Economy) <span>พร้อมสร้างการเติบโตในอุตสาหกรรมที่สมรรถนะของวัสดุกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน</span> </p><p><span><strong>​นางลิลลี่</strong></span><strong> </strong><span><strong>หวัง (</strong></span><strong>Lily Wang) </strong><span><strong>หัวหน้ากลุ่มธุรกิจพลาสติกเชิงวิศวกรรมระดับโกลบอล</strong></span><strong> </strong><span><strong>ของโคเวสโตร</strong></span><strong> </strong><span>กล่าวว่า</span> <i>"<span>โคเวสโตรเชื่อมั่นในศักยภาพของวิทยาศาสตร์ด้านวัสดุและความร่วมมือในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ความร่วมมือกับบีวายดีในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดดังกล่าว การขยายธุรกิจของบีวายดีนำมาซึ่งความท้าทายด้านวัสดุที่ล้ำสมัยและซับซ้อนที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งเป็นจุดที่องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของโคเวสโตรสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้นำความเชี่ยวชาญดังกล่าวมาร่วมพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไปพร้อมกับบีวายดี"</span></i> <span><strong>​</strong></span> </p><p><span><strong>​ผสานความเชี่ยวชาญด้านวัสดุ ต่อยอดเทคโนโลยีล้ำสมัยของบีวายดี</strong></span> </p><p><span>​ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ทั้งสองบริษัทจะขยายความร่วมมือในหลากหลายด้าน ได้แก่ ยานยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงโอกาสด้านการลงทุนเชิงกลยุทธ์</span> <span>โดยโคเวสโตรจะสนับสนุนทรัพยากรด้านการวิจัยและพัฒนา (</span>R&D) <span>เพื่อร่วมพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุใหม่ พร้อมสร้างความมั่นคงด้านการจัดหาวัสดุ เปิดโอกาสให้บีวายดีเข้าถึงนวัตกรรมวัสดุรุ่นใหม่ก่อนใคร และให้การสนับสนุนด้านเทคนิคที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการ ขณะที่บีวายดีจะเชิญโคเวสโตรเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของโครงการและแผนพัฒนาเทคโนโลยีในทุกกลุ่มธุรกิจ</span> </p><p><span>​ด้วยความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านวัสดุโพลีคาร์บอเนต และโพลียูรีเทน ซึ่งสั่งสมประสบการณ์มายาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ โคเวสโตรพร้อมสนับสนุนการพัฒนาในกลุ่มธุรกิจหลักของบีวายดี ได้แก่</span> </p><ul style="list-style-type:disc;"><li><span><strong>​ยานยนต์พลังงานใหม่ (</strong></span><strong>New Energy Vehicles):</strong> <span>วัสดุประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบไฟส่องสว่าง ชิ้นส่วนตกแต่งภายในและภายนอกระดับพรีเมียม รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการออกแบบและสมรรถนะของยานยนต์ยุคใหม่</span> </li><li><span><strong>​แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน:</strong></span> <span>วัสดุน้ำหนักเบา สมรรถนะสูง ที่ช่วยสร้างสมดุลด้านความปลอดภัย การจัดการความร้อน และความคุ้มค่าด้านต้นทุน ทั้งในยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย</span> </li><li><span><strong>​เทคโนโลยีแห่งอนาคต:</strong></span> <span>วัสดุโพลิเมอร์สมรรถนะสูงที่ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานที่มีความซับซ้อนและท้าทาย ทั้งด้านโครงสร้าง น้ำหนัก การจัดการความร้อนและระบบไฟฟ้า รวมถึงความทนทาน เพื่อรองรับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแห่งอนาคต</span> </li></ul><p><span>​</span> <span>​สำหรับประเทศไทย</span> <span>ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค และกำลังเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ความร่วมมือดังกล่าวจึงสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืน</span> <i>“<span>ความร่วมมือนี้ถือเป็นสัญญานที่ดีสำหรับประเทศไทย</span> <span>หาก</span> BYD <span>ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการรถพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ในไทย</span> <span>มีการขยายการดำเนินงานด้านการผลิตในประเทศไทยเพิ่มเติมในอนาคต</span> <span>โคเวสโตร</span> <span>จะสามารถรองรับและตอบโจทย์ความต้องการของ</span> BYD <span>ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ</span> <span>เนื่องจากเรามีศูนย์การผลิตมาบตาพุด จ.</span> <span>ระยอง ซึ่งมีการพัฒนาด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและสามารถผลิตวัสดุโพลีคาร์บอเนตเชิงวิศวกรรมได้เช่นเดียวกัน”</span></i><strong> </strong><span><strong>นางชลธี</strong></span><strong> </strong><span><strong>จันทรโชติ</strong></span><strong> </strong><span><strong>หัวหน้าส่วนธุรกิจยานยนต์ประจำภูมิภาคอาเซียน</strong></span><strong> </strong><span><strong>บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong></span><strong> </strong><span><strong>กล่าวเสริม</strong></span> <span>​</span> </p><p><span><strong>​ร่วมสร้างอนาคตอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน</strong></span> </p><p><span>​นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ทั้งสองบริษัทยังมุ่งผลักดันการพัฒนาโซลูชันวัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุหมุนเวียน เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงาน และระบบอัจฉริยะในอนาคต</span> <span>โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการนำวัสดุที่ได้รับฉลาก</span> <strong>CQ (Circular Intelligence)</strong> <span>ของโคเวสโตร ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบทางเลือกไม่น้อยกว่าร้อยละ</span> 25 <span>มาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโซลูชันใหม่ เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</span> <span> </span></p>]]></description><category><![CDATA[APAC,Covestro Thailand,วัสดุและอุตสาหกรรม,ยานยนต์,พลาสติก]]></category>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 10:03:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/4687eb65-b90f-45f9-9dd5-2ab742bbfb4d/500_cov-byd-image.png?10000" length="0" type="image/png" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/4687eb65-b90f-45f9-9dd5-2ab742bbfb4d/500_cov-byd-image.png?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/4687eb65-b90f-45f9-9dd5-2ab742bbfb4d/cov-byd-image.png?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[COV-BYD-image]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานเวนคอเรกซ์เดิมในไทยและสหรัฐฯ เสริมแกร่งเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</guid><pp:caseid>761511</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e318cd269977ee3d0390e61615fc30303"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​​​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;เดิมของ&nbsp; &nbsp;เวนคอเรกซ์&nbsp;(Vencorex)&nbsp;สองแห่งในจังหวัดระยอง ประเทศไทย และเมืองฟรีพอร์ต รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา</strong></span></li><li data-list-item-id="e3cfa05047316ab5d60ecb2180d30576e"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายการผลิตในภูมิภาคของโคเวสโตร และยกระดับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสำหรับลูกค้าในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน การต่อเรือและซ่อมเรือ&nbsp;เฟอร์นิเจอร์ไม้ อิเล็กทรอนิกส์ และการประยุกต์ใช้งานอุตสาหกรรมอื่น ๆ​​</strong>&nbsp;</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>​เกี่ยวกับโคเวสโตร:</strong></span><strong>&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><span>​โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน</span>&nbsp;<span>โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย</span>&nbsp;<span>รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต</span>&nbsp;Scope 1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;Scope 2&nbsp;<span>ภายในปี</span>&nbsp;2035&nbsp;<span>และสำหรับ</span>&nbsp;Scope 3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี</span>&nbsp;2050&nbsp;<span>ในปีงบประมาณ</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>มีรายได้จากการขายจำนวน</span>&nbsp;12.9&nbsp;<span>พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>บริษัทมีโรงงานผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,600&nbsp;<span>คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)</span> &nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:justify;">โคเวสโตร&nbsp;ประกาศความสำเร็จอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเดิมของ&nbsp;Vencorex&nbsp;ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2569&nbsp;โรงงานระยองซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้รับการบูรณาการเข้าสู่เครือข่ายการผลิตของโควสโตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างสมบูรณ์แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;</span></p><p>โรงงานที่ระยองนี้มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI (Hexamethylene Diisocyanate&nbsp;หรือ&nbsp;เฮกซาเมทิลีน ไดไอโซไซยาเนต)&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญสำหรับสารเคลือบโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูง กาว และสารซีลแลนท์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับศูนย์การผลิตมาบตาพุดที่มีอยู่เดิมของโคเวสโตร ซึ่งผลิตโพลีคาร์บอเนต ฟิล์มชนิดพิเศษ และอีลาสโตเมอร์ ส่งผลให้ฐานการผลิตของบริษัทในประเทศไทยขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ภายในเครือข่ายเอเชียแปซิฟิกของโคเวสโตร&nbsp;&nbsp;"การเพิ่มโรงงานในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของเรา ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการผลิตในภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าจากสถานที่ผลิตที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา"&nbsp;<strong>นายโทมัส โรเมอร์ (Thomas Roemer) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;(Coatings and Adhesives)&nbsp;</strong>ในระดับโลกของโคเวสโตร กล่าว&nbsp;</p><p>​การขยายฐานการผลิตที่ระยองส่งผลดีโดยตรงต่อลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ลดระยะเวลาในการจัดส่ง และสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;คุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอจากฐานการผลิตในท้องถิ่น&nbsp;</p><p>​โดย&nbsp;<strong>นางโมนีค&nbsp;บูค&nbsp;(Monique Buch) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์&nbsp;(Chief Commercial Officer)</strong>&nbsp;ของโคเวสโตร กล่าวว่า "ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าสร้างขึ้นบนรากฐานของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของเราในธุรกิจที่ลูกค้าพึ่งพาเราในด้านคุณภาพที่สม่ำเสมอ การจัดหาในภูมิภาค และความเชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้"&nbsp;</p><p>​สำหรับโคเวสโตรในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเติบโตในฐานะศูนย์กลางด้านการผลิตและนวัตกรรมของภูมิภาค&nbsp;<strong>นางสาวนิศา สุทธิพรไพศาลกุล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ บริษัท โควสโตร (ประเทศไทย) </strong>จำกัด&nbsp;กล่าวเสริมว่า "ประเทศไทยคือหนึ่งในเสาหลักเชิงกลยุทธ์ของการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คือการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของโคเวสโตรต่อตลาดนี้&nbsp;ซึ่งโรงงานระยองจะช่วยเสริมสร้างความสามารถของเราในการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"&nbsp;</p><p>​การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของโคเวสโตรในการสร้างธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะระดับโลก สืบเนื่องจากการลงทุนก่อนหน้า อาทิ การเข้าซื้อกิจการธุรกิจ&nbsp;Resins & Functional Materials&nbsp;จาก&nbsp;DSM​&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[APAC,Thailand,Covestro Thailand,วัสดุและอุตสาหกรรม,สารเคลือบ,ข่าวสารองค์กร,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,ไทย,อุตสาหกรรม,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ]]></category>
            <pubDate>Fri, 03 Jul 2026 09:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Covestro acquired production site in Rayong_1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Covestro AP-2 - 3]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตร เปิดตัวโฟมหุ้มโพรียูรีเทนทนไฟขั้นสูงสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-advanced-flame-retardant-encapsulation-foam-for-ev-batteries-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-advanced-flame-retardant-encapsulation-foam-for-ev-batteries-th/</guid><pp:caseid>714068</pp:caseid><pp:subtitle>สนับสนุนมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><span style="text-align:start;">ส<strong>อดคล้องกับกฎระเบียบความปลอดภัยแบตเตอรี่ใหม่ของจีนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก</strong></span></li><li><span style="text-align:start;"><strong>โฟมโพลียูรีเทนจำกัดการแพร่กระจายความร้อนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของแบตเตอรี่</strong></span></li><li><span style="text-align:start;"><strong>สนับสนุนการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกผ่านนวัตกรรมวัสดุขั้นสูง</strong></span><br><br>&nbsp;</li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="margin-left:0px;text-align:left;"><span><strong><u>เกี่ยวกับโคเวสโตร</u></strong></span></p><p style="margin-left:0px;text-align:left;"><span>โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย</span></p><p style="margin-left:0px;text-align:left;"><span>บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี พ.ศ. 2578 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2593 โคเวสโตรสร้างยอดขายได้ 14.2 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ สิ้นปี พ.ศ. 2567 บริษัทฯ มีฐานการผลิต 46 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 17,500 คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)</span><br><br><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p style="margin-left:0px;text-align:left;">ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="http://www.covestro.com/"><strong>www.covestro.com</strong></a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>โคเวสโตรได้เปิดตัวเทค<span style="text-align:start;">โนโลยีโฟมหุ้มโพลียูรีเทนที่ทนไฟรุ่นใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยของแบตเตอรี่ และเป็นหนึ่งในโซลูชั่นที่สำคัญที่สุดในการนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้ทั่วโลก &nbsp;นวัตกรรมนี้มุ่งเน้นจุดยืนของโคเวสโตร ในฐานะพันธมิตรด้านวัสดุที่เชื่อถือได้ในห่วงโซ่การพัฒนาของรถยนต์ไฟฟ้า</span></p><p><span style="text-align:start;">ประเทศจีน ในฐานะที่เป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก&nbsp;กำลังดำเนินการขั้นเด็ดขาดด้วยการนำมาตรฐานแห่งชาติ GB 38031-2025 หรือข้อกำหนดความปลอดภัยแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 กฎระเบียบนี้กำหนดว่าแบตเตอรี่จะต้องไม่ก่อให้เกิดไฟหรือการระเบิด&nbsp;แม้ในกรณีที่ทำงานและเกิดความร้อน ข้อกำหนดที่เข้มงวดเหล่านี้คาดว่าจะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกในปีต่อๆ ไป</span></p><h2><span style="text-align:start;"><strong>เทคโนโลยีโฟมหุ้มที่ทนไฟขั้นสูง</strong></span></h2><h2>&nbsp;</h2><p><span style="text-align:start;">ซีรีส์โฟมหุ้ม Baysafe® BEF ที่ทนไฟรุ่นใหม่ของโคเวสโตร ถูกออกแบบมาเพื่อลดการแพร่กระจายความร้อนระหว่างเซลล์แบตเตอรี่—แก้ไขปัญหาความกังวลด้านความปลอดภัยที่สำคัญของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โฟมน้ำหนักเบานี้มีประสิทธิภาพในการทนไฟที่เหนือกว่าโดยการยับยั้งการแพร่กระจายของไฟอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความปลอดภัยของแบตเตอรี่ในแอปพลิเคชันตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงระบบเก็บพลังงานแบบพกพา</span></p><p><span style="text-align:start;">“นวัตกรรมนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างความคล่องตัวที่ยั่งยืนผ่านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น” มร.อัคฮิล สิงหาเนีย (Akhil Singhania) หัวหน้าฝ่าย PU Specialties ทั่วโลกในหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์ยูรีเทนออกแบบเฉพาะ ของโคเวสโตร กล่าว “ด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีทนไฟขั้นสูงของเรา โคเวสโตรยึดมั่นในการสร้างนวัตกรรมแลผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า”</span></p><p><span style="text-align:start;">การพัฒนานี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญเมื่อมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทั่วโลกและกฎระเบียบความปลอดภัยกลายเป็นที่ต้องการมากขึ้น รวมถึงบริษัทรถยนต์จีนขยายตัวไปในระดับสากล โซลูชันวัสดุนวัตกรรมของโคเวสโตร แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาทางเทคโนโลยีจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของตลาดในต่างประเทศอย่างไรได้บ้าง</span></p><h2><span style="text-align:start;"><strong>โซลูชันครบวงจรสำหรับระบบพลังงานใหม่</strong></span></h2><p>&nbsp;</p><p><span style="text-align:start;">นอกเหนือจากโฟมหุ้มโคเวสโตร ยังมีโซลูชันอีกหลากหลายที่ใช้โพลียูรีเทนสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงฝาครอบแบตเตอรี่และวัสดุดูดซับแรงกระแทก เทคโนโลยี Baysafe® BEF ใหม่ช่วยตอกย้ำจุดยืนของโคเวสโตร ในภาคพลังงานใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว สนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ เช่น รถยนต์พลังงานใหม่และจักรยานไฟฟ้า รวมถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบพกพา</span></p><p><span style="text-align:start;">ด้วยนวัตกรรมที่ต่อเนื่องในวัสดุศาสตร์ โคเวสโตรสนับสนุนการพัฒนาการขนส่งไฟฟ้ารุ่นใหม่โดยสร้างฐานเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ที่ ตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่มีการเปลี่ยนแปลง</span></p>]]></description><category><![CDATA[Baysafe,Covestro Thailand,ไทย,วัสดุและอุตสาหกรรม,ยานยนต์]]></category>
            <pubDate>Tue, 29 Jul 2025 11:27:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/f85a9b18-dacc-47e7-8cd5-1d4b814041d6/500_20250716-new-flame-retardant-foam-for-ev-batteries-pic.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/f85a9b18-dacc-47e7-8cd5-1d4b814041d6/500_20250716-new-flame-retardant-foam-for-ev-batteries-pic.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/f85a9b18-dacc-47e7-8cd5-1d4b814041d6/20250716-new-flame-retardant-foam-for-ev-batteries-pic.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20250716_New-Flame-Retardant-Foam-for-EV-Batteries-Pic]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตรลงทุนขยายกำลังการผลิตฟิล์มชนิดพิเศษในประเทศไทย พร้อมรองรับความต้องการในภูมิภาค</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/blue-marlin-mechanical-completion-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/blue-marlin-mechanical-completion-thailand-th/</guid><pp:caseid>689416</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p>โคเวสโตร ประกาศความสำเร็จในการเพิ่มกำลังการผลิตฟิล์มโพลีคาร์บอเนต (PC) ชนิดพิเศษทั่วโลก ด้วยการก่อสร้างสายการผลิตใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ประเทศไทย</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p>&nbsp; <span><strong><u>เกี่ยวกับโคเวสโตร</u></strong></span></p><p>&nbsp;<span>โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย</span></p><p><span>&nbsp;บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี พ.ศ. 2578 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2593 โคเวสโตรสร้างยอดขายได้ 14.2 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ สิ้นปี พ.ศ. 2567 บริษัทฯ มีฐานการผลิต 46 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 17,500 คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)</span></p><p style="margin-left:-.3in;text-align:justify;">&nbsp;&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>&nbsp; <span>โคเวสโตร ประกาศความสำเร็จในการเพิ่มกำลังการผลิตฟิล์มโพลีคาร์บอเนต (PC) ชนิดพิเศษทั่วโลก ด้วยการก่อสร้างสายการผลิตใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ประเทศไทย ซึ่งได้เสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดแล้ว โดยการลงทุนครั้งนี้อยู่ในระดับหลักหลายสิบล้านยูโร และจะสร้างงานใหม่ประมาณ 40 ตำแหน่ง</span></p><p><span>&nbsp; "โรงงานผลิตใหม่นี้ติดตั้งเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์" นายทอร์สเทน ดรายเออร์ (</span><a href="https://www.covestro.com/en/company/management/board-of-management/dr-thorsten-dreier" target="_blank"><span>Thorsten Dreier</span></a><span>) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี (Chief Technology Officer) ของโคเวสโตร กล่าว "ด้วยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เราสามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าสำหรับฟิล์มชนิดพิเศษที่เป็นนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทคโนโลยีทางการแพทย์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจโซลูชันและผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษของเรา"</span></p><p><span>&nbsp;โคเวสโตรดำเนินงานโรงงานผลิตฟิล์มชนิดพิเศษในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยฟิล์มโพลีคาร์บอเนตจากตระกูล Makrofol® และผลิตภัณฑ์ Bayfol® ที่ทำจากส่วนผสมโพลีคาร์บอเนต ฟิล์มชนิดพิเศษประสิทธิภาพสูงเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ด้านการแพทย์และสุขภาพ การขนส่ง และเอกสารระบุตัวตน เป็นต้น โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโคเวสโตรในภูมิภาคนี้ ซึ่งการลงทุนขยายกำลังการผลิตครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทย ด้วยทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์และบุคลากรที่มีความสามารถสูง รวมถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเติบโตของตลาดและอุตสาหกรรม</span></p><p><span>&nbsp;"โรงงานผลิตใหม่นี้มีความสำคัญต่อเรา เพราะช่วยให้เราสามารถนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น และขยายการเข้าถึงตลาดในเอเชียแปซิฟิกไปพร้อมกัน" คุณออเกีย ดูร์นบอส (Aukje Doornbos) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจฟิล์มชนิดพิเศษระดับโลก กล่าว "ด้วยนวัตกรรมที่มุ่งเน้นตลาดและการให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มากขึ้น เราต้องการขับเคลื่อนการเติบโตให้กับโคเวสโตร"</span></p><p><span>&nbsp;ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ศูนย์การผลิตมาบตาพุดของโคเวสโตร ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ซึ่งถือเป็นการรับรองความยั่งยืนระดับสากลสำหรับชีวมวลและพลังงานชีวภาพที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่าและใช้ทั่วโลก ทำให้สามารถผลิตและจัดหาผลิตภัณฑ์แบบสมดุลมวลสารได้ ช่วยประหยัดวัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในขณะที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์แบบสมดุลมวลยังคงเหมือนกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฟอสซิลล้วน ซึ่งลูกค้าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของลูกค้าได้อีกด้วย</span></p><p><span>&nbsp;“เราภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจและโอกาสในการลงทุนขยายกำลังการผลิตที่ศูนย์การผลิตมาบตาพุด และเราได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการสนับสนุนการเติบโตของบริษัท ซึ่งนอกจากทำเลที่ตั้งและศักยภาพของบุคลากรด้านต่างๆ แล้ว ยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงพาร์ทเนอร์ ทำให้โปรเจ็คนี้เสร็จสิ้นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งยังรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยได้อย่างดีเยี่ยม” คุณนิศา สุทธิพรไพศาลกุล กล่าวปิดท้าย</span></p><p>&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[ฟิลม์,วัสดุและอุตสาหกรรม,ยานยนต์,ข่าวสารองค์กร,Covestro Thailand,ไทย,วัสดุทางเลือก,APAC]]></category>
            <pubDate>Wed, 19 Mar 2025 03:32:56 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/a33c6303-8e25-4064-90ca-33801322a1d0/500_20210423-expansion-of-films-production-dormagen-2.jpg?88247" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/a33c6303-8e25-4064-90ca-33801322a1d0/500_20210423-expansion-of-films-production-dormagen-2.jpg?88247</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/a33c6303-8e25-4064-90ca-33801322a1d0/20210423-expansion-of-films-production-dormagen-2.jpg?88247</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20210423-expansion-of-films-production-dormagen_2]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[CoEx Line Dormagen Geb E87 am 19.04.2021]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรริเริ่มโครงการนำร่องโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับพาร์ทเนอร์ในประเทศจีน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-initiates-green-logistics-pilot-program-with-partners-in-china-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-initiates-green-logistics-pilot-program-with-partners-in-china-th/</guid><pp:caseid>546282</pp:caseid><pp:subtitle>การลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานของเคมีภัณฑ์</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><span style="background-color:white;"><strong>ความร่วมมือเพื่อการขนส่งด้วยรถบรรทุก</strong></span></li><li><span style="background-color:white;"><strong>กุญแจสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) ของบริษัท</strong></span></li><li><span style="background-color:white;"><strong>สนับสนุนความยั่งยืนและเป้าหมายความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของลูกค้า</strong></span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร&nbsp;</strong></p><p>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;<br>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564&nbsp;<br>ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.covestro.com/en/company/covestro-worldwide/asean" target="_blank">Covestro Homepage.&nbsp;</a><br>ติดตามเราได้ที่: <a href="https://www.facebook.com/CovestroTH/" target="_blank">Facebook Covestro Thailand&nbsp;</a><br><br><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของฝ่ายบริหารโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร <a href="้https://www.covestro.com" target="_blank">www.covestro.com</a> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>การลดการปล่อยมลพิษทางอ้อมจากกระบวนการต้นน้ำและปลายน้ำมีความสำคัญต่อภารกิจของโคเวสโตรในการบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากกระบวนการเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของบริษัท อย่างไรก็ตาม การปล่อย CO2 (Scope 3) ที่เกิดจากห่วงโซ่อุปทาน การขนส่ง หรือการแปรรูปวัตถุดิบในระหว่างการผลิตมักจะตรวจสอบได้ยาก ด้วยเหตุนี้ โคเวสโตรจึงเปิดตัวโครงการโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเป็นโครงการนำร่องร่วมกับพาร์ทเนอร์ในประเทศจีนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานของเคมีภัณฑ์</p><p>ตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ลงนามร่วมกันภายในบูธของโคเวสโตร ในงานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน (China International Import Expo) โคเวสโตรได้ร่วมมือกับลูกค้าของเรา เช่น Sherwin-Williams และ Changzhou Changtu Chemical Co. Ltd รวมถึงพาร์ทเนอร์ด้านโซลูชันโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Sinotrans Chemical International Logistics และ Harbor New Energy Technology Shenzhen ตลอดจนองค์กรอุตสาหกรรม เช่น Smart Freight Center China ในการคิดค้นโซลูชันโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ทั่วทั้งระบบนิเวศอุตสาหกรรม</p><h2>มุ่งเน้นที่การขนส่งด้วยรถบรรทุก</h2><p>ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สินค้าของโคเวสโตรกว่า 70% ใช้รถบรรทุกในการขนส่ง ในขณะที่ในยุโรปและอเมริกาเหนือใช้การขนส่งทางถนนเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น เนื่องจากใช้การขนส่งทางน้ำและทางรถไฟมากกว่า</p><p>ดังนั้นความร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การคิดค้นวิธีการขนส่งด้วยรถบรรทุกที่มีความยั่งยืนมากขึ้น รวมถึงประเมินหาความเป็นไปได้ในการมองหาโซลูชันต่างๆ มาใช้</p><p>รวมถึงการทดลองใช้รถบรรทุกไฟฟ้าในการขนส่งสารเคมีที่ไม่เป็นอันตราย ภายในระยะทางสั้น ๆ เพราะมีข้อห้ามในการนำมาใช้ขนส่งสินค้าอันตรายทางถนน ภายใต้กฎหมายของจีนและยุโรป นอกจากนี้เรายังกำลังทดลองใช้ไบโอดีเซล ซึ่งในเซี่ยงไฮ้กำลังได้รับการสนับสนุนด้านราคา สำหรับการขนส่งสินค้าอันตรายในระยะไกล รวมถึงโซลูชันอื่นๆ ที่เรากำลังพิจารณา เช่น รถบรรทุกพลังงานไฮโดรเจน เป็นต้น ซึ่งโครงการบางอย่างที่ได้ทดลองใช้จะถูกนำมาใช้งานจริง โดยจะมีการประเมินต้นทุนและประโยชน์ที่ได้ภายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566</p><p>“ไอเดียของเราคือ การทดสอบ ปรับเปลี่ยน และเพิ่มปริมาณการใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยมลพิษต่ำ รวมถึงการเลือกใช้ยานพาหนะและโซลูชันโลจิสติกส์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น ภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม และมีผลประโยชน์เชิงพานิชย์ผ่านแพลตฟอร์มแบบเปิด" Samir Hifri, Senior Vice President, Supply Chain & Logistics Asia Pacific ของโคเวสโตรกล่าว "เราเชื่อว่าห่วงโซ่อุปทานเป็นส่วนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเคมีในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราในการหาสมดุลระหว่างการลดต้นทุนและการลดการปล่อยมลพิษผ่านความร่วมมือดังกล่าว"</p><p>ภายใต้ความร่วมมือนี้ จะสามารถสร้างมาตรฐานในการคำนวณและการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG emissions) ด้วยความพยายามเหล่านี้ โคเวสโตรและพาร์ทเนอร์ของเราต้องการจะสร้างมาตรฐานการรับรองที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ เพื่อส่งเสริมโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในรูปแบบธุรกิจที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม</p><p>Jason You, Senior Supply Chain Director ของ Sherwin-Williams Asia กล่าวว่า "เรามุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริการที่เป็นเลิศ และพนักงานมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี และแสวงหาแนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้นเรื่อย ๆ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับโคเวสโตรและพาร์ทเนอร์ชั้นนำอื่นๆ เพื่อความท้าทายเหล่านี้ เราตั้งตารอที่จะร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมและนำเสนอโซลูชันสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนให้กับลูกค้าของเราในประเทศจีนและทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง"</p><h2>กุญแจสำคัญสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3)</h2><p>เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โคเวสโตรประกาศเป้าหมายเพื่อมุ่งสุ่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งรวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากส่วนการผลิตของบริษัทเอง (Scope 1) และจากแหล่งพลังงานภายนอก (Scope 2) ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2578 โดยบริษัทจะรายงานเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมตลอดกระบวนการผลิต (Scope 3) ในปีหน้านี้</p><p>"บันทึกความเข้าใจดังกล่าว (MOU) ถือเป็นก้าวสำคัญในการประกาศเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) ตามแผนของโคเวสโตรในปี 2566 " Zhong Xiaobin, Senior Vice President of the Coatings and Adhesives segment ของโคเวสโตร กล่าว “เราคาดหวังที่จะให้บริการแบบบูรณาการที่ผสมผสานระหว่างผลิตภัณฑ์และบริการด้านโลจิสติกส์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนลูกค้าของเราให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน"</p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,พลาสติก,วัสดุและอุตสาหกรรม,วัสดุ,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Wed, 21 Dec 2022 10:00:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20221108-green-logistics-in-china-pic.jpg?10033" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20221108-green-logistics-in-china-pic.jpg?10033</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20221108-green-logistics-in-china-pic.jpg?10033</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20221108_Green-Logistics-in-China-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สินค้าของโคเวสโตรกว่า 70 % นั้นถูกขนส่งโดยรถบรรทุก ด้วยเหตุผลนี้บริษัทจึงเปิดตัวโครงการนำร่องโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับพาร์ทเนอร์ในประเทศจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานของเคมีภัณฑ์ &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>Covestro เริ่มดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ Vulkollan® ในประเทศไทย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-production-for-vulkollan-raw-materials-in-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-production-for-vulkollan-raw-materials-in-thailand-th/</guid><pp:caseid>548409</pp:caseid><pp:subtitle>การเริ่มต้นโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่มาบตาพุด</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p>ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับอีลาสโตเมอร์ประสิทธิภาพสูง</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร&nbsp;</strong><br>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;<br>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564&nbsp;<br>&nbsp;</p><p><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong><br>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของฝ่ายบริหารโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร <a href="https://www.covestro.com" target="_blank">www.covestro.com</a> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ โคเวสโตร ได้เริ่มการดำเนินการผลิต แนฟทาลีนไดไอโซไซยาเนต (Naphthylen-Diisocyanate - NDI) สำหรับวัตถุดิบ Vulkollan® ที่โรงงานที่สร้างขึ้นใหม่ในศูนย์การผลิตมาบตาพุดในประเทศไทย การเริ่มต้นการก่อสร้างของโรงงานนี้เกิดขึ้นเกือบสองปีที่แล้วในปลายปี 2563 ซึ่งการลงทุนนี้ ถือว่าเป็นการลงทุนระดับกลาง-ใหญ่ของบริษัท โดยมีเม็ดเงินลงทุนเป็นเลขสองหลักล้านยูโร และเป็นหนึ่งในการลงทุนหลายอย่างของบริษัทในส่วนของวัตถุดิบโพลียูรีเทน เช่น ที่<a href="https://www.covestro.com/press/covestro-launches-a-new-production-line-for-desmodur-15-prepolymers/">โรงงานในสเปน</a>หรือที่โรงงานในเมืองเฉาจิง ในประเทศจีน เป็นต้น</p><p>“เราเชื่อในการเติบโตของตลาดแคสต์อีลาสโตเมอร์และต้องการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ด้วยโรงงานผลิตแห่งใหม่นี้ ทำให้เราประสบความสำเร็จในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของเราสำหรับอีลาสโตเมอร์ประสิทธิภาพสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” สุเชตา โกวิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ ของโคเวสโตรกล่าว “การลงทุนนี้ยังช่วยให้เราให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ได้ปรับปรุงการบริการลูกค้าของเรา และสนับสนุนการเติบโตของแอพพลิเคชั่นและอุตสาหกรรมที่ต้องการประสิทธิภาพระดับไฮเอนด์”</p><p>โทมัส เบรก หัวหน้ากลุ่มธุรกิจอีลาสโตเมอร์ ของโคเวสโตร อธิบายเพิ่มเติมว่า “การเริ่มต้นโรงงานที่ มาบตาพุดถือเป็นก้าวล่าสุดของหลายการลงทุนในธุรกิจอีลาสโตเมอร์เพื่อสนับสนุนแบรนด์ Vulkollan® และเราเชื่อมั่นในศักยภาพอันแข็งแกร่งของแบรนด์เก่าแก่และมีชื่อเสียงนี้ และพร้อมสำหรับการลงทุนนี้สำหรับการเติบโตในอนาคตและการพัฒนาของลูกค้า”</p><p>“ศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุดของเราในประเทศไทยนี้ ได้รับการเตรียมพร้อมอย่างดีที่จะเติบโต และตอนนี้เราภูมิใจและพร้อมที่จะสนับสนุนธุรกิจอีลาสโตเมอร์อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนกลยุทธ์โดยรวมของ โคเวสโตร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์พิเศษด้วย” ดร.ทีโม สลาวินกี้ ในฐานะผู้จัดการศูนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด กล่าวเสริม</p><p>โรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทยนี้มีพนักงานมากกว่า 25 คน โดยยางที่ผลิตจากวัตถุดิบนี้เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่ล้อรถยก ล้อรถไฟเหาะ ไปจนถึงข้อต่อและซีลสำหรับอุตสาหกรรมเชิงวิศวกรรม และอื่นๆ อีกมากมาย ผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในยางที่ทรงพลังที่สุดในตลาด มีความทนทาน มีความเสถียรที่เหนือกว่า จึงช่วยลดความต้องการในการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักของวัสดุ และทำให้เป็นวัสดุทางเลือกสำหรับลูกค้าและการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น</p>]]></description><category><![CDATA[วัสดุและอุตสาหกรรม,อุตสาหกรรม,งานก่อสร้าง,พลาสติก,วัสดุ,มาบตาพุด,APAC,Elastomers,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 24 Nov 2022 10:20:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_img-0030-forpressrelease.jpg?17437" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_img-0030-forpressrelease.jpg?17437</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/img-0030-forpressrelease.jpg?17437</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20221124_Vulkollan production line MTP]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[The new production line for the Vulkollan&amp;reg; raw material NDI in Covestro&amp;rsquo;s Map Ta Phut site in Thailand. &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS สำหรับศูนย์การผลิตมาบตาพุด ประเทศไทย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-receives-iscc-plus-certification-for-its-map-ta-phut-production-site-in-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-receives-iscc-plus-certification-for-its-map-ta-phut-production-site-in-thailand-th/</guid><pp:caseid>525678</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p><strong>โดยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าเดิม</strong></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="text-align:justify;"><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p style="text-align:justify;"><span>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</span></p><p style="text-align:justify;"><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร </span><i><span>www.covestro.com </span></i><span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัปเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรงงานผลิตของโคเวสโตรในมาบตาพุดได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนทางชีวมวลและพลังงานชีวมวล ด้วยมาตรฐานนี้ บริษัทสามารถส่งมอบโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูงจำนวนมากให้กับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรวมถึงวัสดุคอมปาวด์และฟิล์มโพลีคาร์บอเนตที่ผลิตจากวัตถุดิบทางเลือกที่มีคุณภาพในระดับเดียวกับวัตถุดิบจากฟอสซิล</span></p><p><span>“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงงานผลิตในมาบตาพุดเป็นอีกหนึ่งโรงงานของโคเวสโตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS” ดร.ทีโม</span><i><span> </span></i><span>สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และผู้จัดการศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุด กล่าว “ด้วยมาตรฐานนี้ เรามุ่งขับเคลื่อนการทดแทนวัตถุดิบจากฟอสซิลด้วยสารประกอบทางเลือก ซึ่ง เราได้รับวัตถุดิบสมดุลมวลสาร ฟีนอล และ อะซิโตน ชุดแรกจากซัพพลายเออร์ในเอเชียในเดือนสิงหาคม &nbsp;2565 และได้เริ่มผลิตโพลีคาร์บอเนตภายใต้มาตรฐานชีวภาพเชิงหมุนเวียน ISCC Plus ล็อตแรกที่มาบตาพุดเมื่อไม่นานมานี้”</span></p><p><span>การรับรองมาตรฐานนี้ทำให้โคเวสโตรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารหลายชนิดจากโรงงาน เช่น พลาสติก Makrolon<sup>®</sup> RE และฟิล์ม Makrofol<sup>®</sup> ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากฟอสซิล โดยพลาสติกชนิดแรกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ CQ ซึ่งเป็นกลุ่มโซลูชันแบบหมุนเวียนจากโคเวสโตร CQ เป็นแนวคิดใหม่จากโคเวสโตรที่มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบทางเลือกในผลิตภัณฑ์ของบริษัท และมีการแสดงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้</span></p><p><span>ในแนวคิดด้านสมดุลมวลสาร วัตถุดิบชีวภาพหรือวัตถุดิบรีไซเคิลจะถูกป้อนเข้าไปในช่วงแรกของการสกัดวัตถุดิบ และนำไปผสมเป็นผลิตภัณฑ์ที่แล้วเสร็จตามสัดส่วนที่ผ่านการคำนวณ วิธีการนี้ช่วยลดการใช้วัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารยังคงเท่าเทียมกันกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฟอสซิล&nbsp;</span></p><p><span>โซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้สูตรการผลิต อุปกรณ์ วิธีการผลิต และข้อกำหนดในการผลิตแบบเดิมได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยน และในขณะเดียวกัน โคเวสโตรยังพร้อมสนับสนุนลูกค้าในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนอีกด้วย&nbsp; และนอกเหนือจากโรงงานผลิตในมาบตาพุด โรงงานผลิตแห่งอื่นของโคเวสโตรในเมือง เซี่ยงไฮ้ ชางฮัว เลเวอร์คูเซิน ดอร์มาเกิน เครเฟลด์-เออร์ดิงเกิน แอนต์เวิร์ป และ ฟิลาโก ก็ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS เช่นเดียวกัน</span></p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,พลาสติก,วัสดุและอุตสาหกรรม,วัสดุ,อุตสาหกรรม,สถานที่,APAC,ไทย,มาบตาพุด,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 30 Aug 2022 10:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220830_Map-Ta-Phut-Receives-ISCC-PLUS-Certification-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[การรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ทำให้โคเวสโตรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารหลายชนิดจากโรงงาน เช่น พลาสติก Makrolon&amp;reg; RE และฟิล์ม Makrofol&amp;reg; ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากฟอสซิล]]></pp:imageDescription></item></channel>
                    </rss>