<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:pp="http://www.presspage.com/rss/"
     version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
                <channel>
                    <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                    <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                    <description></description>
                    <language>th-th</language>
                    <lastBuildDate>Mon, 07 Sep 2026 18:41:45 +0200</lastBuildDate>
                    <pubDate>Mon, 27 Jul 2026 05:56:57 +0200</pubDate>
                    <image>
                        <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                        <url>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png</url>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                        <width>144</width>
                    </image><item>
                        <title>​​โคเวสโตร และ บีวายดี จัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับสากล เดินหน้าขับเคลื่อนอนาคตการคมนาคม พลังงาน และเทคโนโลยีขั้นสูง ​​</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-and-byd-form-strategic-partnership-for-the-future-of-mobility-energy-and-advanced-technologies-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-and-byd-form-strategic-partnership-for-the-future-of-mobility-energy-and-advanced-technologies-th/</guid><pp:caseid>762971</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul style="list-style-type:disc;"><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e0bb3dc57f019ed981997171a7462e9d6"><span><strong>​​ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU)&nbsp;เพื่อจัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงและการพัฒนาการประยุกต์ใช้งาน</strong></span><strong> </strong></li><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e34191617c727d538c9d83578a889148e"><span><strong>​ความร่วมมือครอบคลุมยานยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า</strong></span><strong>&nbsp;</strong><span><strong>ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอนาคต</strong></span><strong> </strong></li><li data-list-item-id="e956d9471419df5799b48db61f8f0d005"><span><strong>​มุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาโซลูชันวัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุหมุนเวียน</strong></span><strong>&nbsp;</strong><span><strong>เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน​</strong></span><strong>&nbsp;</strong><span>&nbsp;</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span>​เกี่ยวกับโคเวสโตร:&nbsp;</span>&nbsp;</p><p><span>​โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน</span>&nbsp;<span>โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย</span>&nbsp;<span>รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต</span>&nbsp;Scope 1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;Scope 2&nbsp;<span>ภายในปี</span>&nbsp;2035&nbsp;<span>และสำหรับ</span>&nbsp;Scope 3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี</span>&nbsp;2050&nbsp;<span>ในปีงบประมาณ</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>มีรายได้จากการขายจำนวน</span>&nbsp;12.9&nbsp;<span>พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>บริษัทมีโรงงานผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,600&nbsp;<span>คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)</span> <span>​</span>&nbsp;</p><p><i><span>​ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่:</span>&nbsp;</i><a href="http://www.covestro.com/de" target="_blank"><i>Covestro homepage</i></a><i>.&nbsp;</i>&nbsp;</p><p><i><span>​ติดตามเราได้บนช่องทางโซเชียลมีเดีย:&nbsp;</span><strong>Facebook&nbsp;</strong></i><a href="https://www.facebook.com/share/18D5pxjyz3/" target="_blank"><i><strong>Covestro Thailand</strong></i></a>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>​​​<strong>โคเวสโตร</strong></span><strong> (Covestro) </strong><span>ผู้ผลิตวัสดุคุณภาพสูงชั้นนำระดับโลก และ</span> <span><strong>บีวายดี (</strong></span><strong>BYD)</strong> <span>หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำของโลก ประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจ (</span>Memorandum of Understanding: MoU) <span>เพื่อจัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว มุ่งพัฒนาและประยุกต์ใช้โซลูชันวัสดุขั้นสูงสำหรับกลุ่มธุรกิจที่กำลังเติบโตของบีวายดี ครอบคลุมทั้งยานยนต์พลังงานใหม่ ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีแห่งอนาคต</span> </p><p><span>​ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบริษัทจากการเป็นคู่ค้าด้านการจัดหาวัสดุ สู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมสร้างนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (</span>Value Chain) <span>โดยมีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่า อนาคตของการคมนาคม พลังงาน และระบบอัจฉริยะ จะเกิดขึ้นได้จากการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันอย่างใกล้ชิด และสำหรับโคเวสโตร ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับกลยุทธ์</span> <strong>“</strong><span><strong>อนาคตที่ยั่งยืน”</strong></span> (Sustainable Future) <span>ของบริษัท ที่มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (</span>Circular Economy) <span>พร้อมสร้างการเติบโตในอุตสาหกรรมที่สมรรถนะของวัสดุกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน</span> </p><p><span><strong>​นางลิลลี่</strong></span><strong> </strong><span><strong>หวัง (</strong></span><strong>Lily Wang) </strong><span><strong>หัวหน้ากลุ่มธุรกิจพลาสติกเชิงวิศวกรรมระดับโกลบอล</strong></span><strong> </strong><span><strong>ของโคเวสโตร</strong></span><strong> </strong><span>กล่าวว่า</span> <i>"<span>โคเวสโตรเชื่อมั่นในศักยภาพของวิทยาศาสตร์ด้านวัสดุและความร่วมมือในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ความร่วมมือกับบีวายดีในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดดังกล่าว การขยายธุรกิจของบีวายดีนำมาซึ่งความท้าทายด้านวัสดุที่ล้ำสมัยและซับซ้อนที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งเป็นจุดที่องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของโคเวสโตรสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้นำความเชี่ยวชาญดังกล่าวมาร่วมพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไปพร้อมกับบีวายดี"</span></i> <span><strong>​</strong></span> </p><p><span><strong>​ผสานความเชี่ยวชาญด้านวัสดุ ต่อยอดเทคโนโลยีล้ำสมัยของบีวายดี</strong></span> </p><p><span>​ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ทั้งสองบริษัทจะขยายความร่วมมือในหลากหลายด้าน ได้แก่ ยานยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงโอกาสด้านการลงทุนเชิงกลยุทธ์</span> <span>โดยโคเวสโตรจะสนับสนุนทรัพยากรด้านการวิจัยและพัฒนา (</span>R&D) <span>เพื่อร่วมพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุใหม่ พร้อมสร้างความมั่นคงด้านการจัดหาวัสดุ เปิดโอกาสให้บีวายดีเข้าถึงนวัตกรรมวัสดุรุ่นใหม่ก่อนใคร และให้การสนับสนุนด้านเทคนิคที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการ ขณะที่บีวายดีจะเชิญโคเวสโตรเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของโครงการและแผนพัฒนาเทคโนโลยีในทุกกลุ่มธุรกิจ</span> </p><p><span>​ด้วยความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านวัสดุโพลีคาร์บอเนต และโพลียูรีเทน ซึ่งสั่งสมประสบการณ์มายาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ โคเวสโตรพร้อมสนับสนุนการพัฒนาในกลุ่มธุรกิจหลักของบีวายดี ได้แก่</span> </p><ul style="list-style-type:disc;"><li><span><strong>​ยานยนต์พลังงานใหม่ (</strong></span><strong>New Energy Vehicles):</strong> <span>วัสดุประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบไฟส่องสว่าง ชิ้นส่วนตกแต่งภายในและภายนอกระดับพรีเมียม รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการออกแบบและสมรรถนะของยานยนต์ยุคใหม่</span> </li><li><span><strong>​แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน:</strong></span> <span>วัสดุน้ำหนักเบา สมรรถนะสูง ที่ช่วยสร้างสมดุลด้านความปลอดภัย การจัดการความร้อน และความคุ้มค่าด้านต้นทุน ทั้งในยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย</span> </li><li><span><strong>​เทคโนโลยีแห่งอนาคต:</strong></span> <span>วัสดุโพลิเมอร์สมรรถนะสูงที่ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานที่มีความซับซ้อนและท้าทาย ทั้งด้านโครงสร้าง น้ำหนัก การจัดการความร้อนและระบบไฟฟ้า รวมถึงความทนทาน เพื่อรองรับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแห่งอนาคต</span> </li></ul><p><span>​</span> <span>​สำหรับประเทศไทย</span> <span>ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค และกำลังเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ความร่วมมือดังกล่าวจึงสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืน</span> <i>“<span>ความร่วมมือนี้ถือเป็นสัญญานที่ดีสำหรับประเทศไทย</span> <span>หาก</span> BYD <span>ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการรถพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ในไทย</span> <span>มีการขยายการดำเนินงานด้านการผลิตในประเทศไทยเพิ่มเติมในอนาคต</span> <span>โคเวสโตร</span> <span>จะสามารถรองรับและตอบโจทย์ความต้องการของ</span> BYD <span>ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ</span> <span>เนื่องจากเรามีศูนย์การผลิตมาบตาพุด จ.</span> <span>ระยอง ซึ่งมีการพัฒนาด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและสามารถผลิตวัสดุโพลีคาร์บอเนตเชิงวิศวกรรมได้เช่นเดียวกัน”</span></i><strong> </strong><span><strong>นางชลธี</strong></span><strong> </strong><span><strong>จันทรโชติ</strong></span><strong> </strong><span><strong>หัวหน้าส่วนธุรกิจยานยนต์ประจำภูมิภาคอาเซียน</strong></span><strong> </strong><span><strong>บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong></span><strong> </strong><span><strong>กล่าวเสริม</strong></span> <span>​</span> </p><p><span><strong>​ร่วมสร้างอนาคตอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน</strong></span> </p><p><span>​นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ทั้งสองบริษัทยังมุ่งผลักดันการพัฒนาโซลูชันวัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุหมุนเวียน เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงาน และระบบอัจฉริยะในอนาคต</span> <span>โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการนำวัสดุที่ได้รับฉลาก</span> <strong>CQ (Circular Intelligence)</strong> <span>ของโคเวสโตร ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบทางเลือกไม่น้อยกว่าร้อยละ</span> 25 <span>มาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโซลูชันใหม่ เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</span> <span> </span></p>]]></description><category><![CDATA[APAC,Covestro Thailand,วัสดุและอุตสาหกรรม,ยานยนต์,พลาสติก]]></category>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 10:03:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/4687eb65-b90f-45f9-9dd5-2ab742bbfb4d/500_cov-byd-image.png?10000" length="0" type="image/png" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/4687eb65-b90f-45f9-9dd5-2ab742bbfb4d/500_cov-byd-image.png?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/4687eb65-b90f-45f9-9dd5-2ab742bbfb4d/cov-byd-image.png?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[COV-BYD-image]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานเวนคอเรกซ์เดิมในไทยและสหรัฐฯ เสริมแกร่งเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</guid><pp:caseid>761511</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e318cd269977ee3d0390e61615fc30303"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​​​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;เดิมของ&nbsp; &nbsp;เวนคอเรกซ์&nbsp;(Vencorex)&nbsp;สองแห่งในจังหวัดระยอง ประเทศไทย และเมืองฟรีพอร์ต รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา</strong></span></li><li data-list-item-id="e3cfa05047316ab5d60ecb2180d30576e"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายการผลิตในภูมิภาคของโคเวสโตร และยกระดับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสำหรับลูกค้าในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน การต่อเรือและซ่อมเรือ&nbsp;เฟอร์นิเจอร์ไม้ อิเล็กทรอนิกส์ และการประยุกต์ใช้งานอุตสาหกรรมอื่น ๆ​​</strong>&nbsp;</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>​เกี่ยวกับโคเวสโตร:</strong></span><strong>&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><span>​โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน</span>&nbsp;<span>โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย</span>&nbsp;<span>รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต</span>&nbsp;Scope 1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;Scope 2&nbsp;<span>ภายในปี</span>&nbsp;2035&nbsp;<span>และสำหรับ</span>&nbsp;Scope 3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี</span>&nbsp;2050&nbsp;<span>ในปีงบประมาณ</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>มีรายได้จากการขายจำนวน</span>&nbsp;12.9&nbsp;<span>พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>บริษัทมีโรงงานผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,600&nbsp;<span>คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)</span> &nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:justify;">โคเวสโตร&nbsp;ประกาศความสำเร็จอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเดิมของ&nbsp;Vencorex&nbsp;ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2569&nbsp;โรงงานระยองซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้รับการบูรณาการเข้าสู่เครือข่ายการผลิตของโควสโตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างสมบูรณ์แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;</span></p><p>โรงงานที่ระยองนี้มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI (Hexamethylene Diisocyanate&nbsp;หรือ&nbsp;เฮกซาเมทิลีน ไดไอโซไซยาเนต)&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญสำหรับสารเคลือบโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูง กาว และสารซีลแลนท์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับศูนย์การผลิตมาบตาพุดที่มีอยู่เดิมของโคเวสโตร ซึ่งผลิตโพลีคาร์บอเนต ฟิล์มชนิดพิเศษ และอีลาสโตเมอร์ ส่งผลให้ฐานการผลิตของบริษัทในประเทศไทยขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ภายในเครือข่ายเอเชียแปซิฟิกของโคเวสโตร&nbsp;&nbsp;"การเพิ่มโรงงานในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของเรา ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการผลิตในภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าจากสถานที่ผลิตที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา"&nbsp;<strong>นายโทมัส โรเมอร์ (Thomas Roemer) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;(Coatings and Adhesives)&nbsp;</strong>ในระดับโลกของโคเวสโตร กล่าว&nbsp;</p><p>​การขยายฐานการผลิตที่ระยองส่งผลดีโดยตรงต่อลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ลดระยะเวลาในการจัดส่ง และสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;คุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอจากฐานการผลิตในท้องถิ่น&nbsp;</p><p>​โดย&nbsp;<strong>นางโมนีค&nbsp;บูค&nbsp;(Monique Buch) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์&nbsp;(Chief Commercial Officer)</strong>&nbsp;ของโคเวสโตร กล่าวว่า "ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าสร้างขึ้นบนรากฐานของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของเราในธุรกิจที่ลูกค้าพึ่งพาเราในด้านคุณภาพที่สม่ำเสมอ การจัดหาในภูมิภาค และความเชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้"&nbsp;</p><p>​สำหรับโคเวสโตรในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเติบโตในฐานะศูนย์กลางด้านการผลิตและนวัตกรรมของภูมิภาค&nbsp;<strong>นางสาวนิศา สุทธิพรไพศาลกุล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ บริษัท โควสโตร (ประเทศไทย) </strong>จำกัด&nbsp;กล่าวเสริมว่า "ประเทศไทยคือหนึ่งในเสาหลักเชิงกลยุทธ์ของการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คือการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของโคเวสโตรต่อตลาดนี้&nbsp;ซึ่งโรงงานระยองจะช่วยเสริมสร้างความสามารถของเราในการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"&nbsp;</p><p>​การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของโคเวสโตรในการสร้างธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะระดับโลก สืบเนื่องจากการลงทุนก่อนหน้า อาทิ การเข้าซื้อกิจการธุรกิจ&nbsp;Resins & Functional Materials&nbsp;จาก&nbsp;DSM​&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[APAC,Thailand,Covestro Thailand,วัสดุและอุตสาหกรรม,สารเคลือบ,ข่าวสารองค์กร,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,ไทย,อุตสาหกรรม,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ]]></category>
            <pubDate>Fri, 03 Jul 2026 09:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Covestro acquired production site in Rayong_1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Covestro AP-2 - 3]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตร เปิดตัวโฟมหุ้มโพรียูรีเทนทนไฟขั้นสูงสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-advanced-flame-retardant-encapsulation-foam-for-ev-batteries-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-advanced-flame-retardant-encapsulation-foam-for-ev-batteries-th/</guid><pp:caseid>714068</pp:caseid><pp:subtitle>สนับสนุนมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><span style="text-align:start;">ส<strong>อดคล้องกับกฎระเบียบความปลอดภัยแบตเตอรี่ใหม่ของจีนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก</strong></span></li><li><span style="text-align:start;"><strong>โฟมโพลียูรีเทนจำกัดการแพร่กระจายความร้อนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของแบตเตอรี่</strong></span></li><li><span style="text-align:start;"><strong>สนับสนุนการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกผ่านนวัตกรรมวัสดุขั้นสูง</strong></span><br><br>&nbsp;</li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="margin-left:0px;text-align:left;"><span><strong><u>เกี่ยวกับโคเวสโตร</u></strong></span></p><p style="margin-left:0px;text-align:left;"><span>โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย</span></p><p style="margin-left:0px;text-align:left;"><span>บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี พ.ศ. 2578 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2593 โคเวสโตรสร้างยอดขายได้ 14.2 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ สิ้นปี พ.ศ. 2567 บริษัทฯ มีฐานการผลิต 46 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 17,500 คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)</span><br><br><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p style="margin-left:0px;text-align:left;">ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="http://www.covestro.com/"><strong>www.covestro.com</strong></a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>โคเวสโตรได้เปิดตัวเทค<span style="text-align:start;">โนโลยีโฟมหุ้มโพลียูรีเทนที่ทนไฟรุ่นใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยของแบตเตอรี่ และเป็นหนึ่งในโซลูชั่นที่สำคัญที่สุดในการนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้ทั่วโลก &nbsp;นวัตกรรมนี้มุ่งเน้นจุดยืนของโคเวสโตร ในฐานะพันธมิตรด้านวัสดุที่เชื่อถือได้ในห่วงโซ่การพัฒนาของรถยนต์ไฟฟ้า</span></p><p><span style="text-align:start;">ประเทศจีน ในฐานะที่เป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก&nbsp;กำลังดำเนินการขั้นเด็ดขาดด้วยการนำมาตรฐานแห่งชาติ GB 38031-2025 หรือข้อกำหนดความปลอดภัยแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 กฎระเบียบนี้กำหนดว่าแบตเตอรี่จะต้องไม่ก่อให้เกิดไฟหรือการระเบิด&nbsp;แม้ในกรณีที่ทำงานและเกิดความร้อน ข้อกำหนดที่เข้มงวดเหล่านี้คาดว่าจะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกในปีต่อๆ ไป</span></p><h2><span style="text-align:start;"><strong>เทคโนโลยีโฟมหุ้มที่ทนไฟขั้นสูง</strong></span></h2><h2>&nbsp;</h2><p><span style="text-align:start;">ซีรีส์โฟมหุ้ม Baysafe® BEF ที่ทนไฟรุ่นใหม่ของโคเวสโตร ถูกออกแบบมาเพื่อลดการแพร่กระจายความร้อนระหว่างเซลล์แบตเตอรี่—แก้ไขปัญหาความกังวลด้านความปลอดภัยที่สำคัญของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โฟมน้ำหนักเบานี้มีประสิทธิภาพในการทนไฟที่เหนือกว่าโดยการยับยั้งการแพร่กระจายของไฟอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความปลอดภัยของแบตเตอรี่ในแอปพลิเคชันตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงระบบเก็บพลังงานแบบพกพา</span></p><p><span style="text-align:start;">“นวัตกรรมนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างความคล่องตัวที่ยั่งยืนผ่านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น” มร.อัคฮิล สิงหาเนีย (Akhil Singhania) หัวหน้าฝ่าย PU Specialties ทั่วโลกในหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์ยูรีเทนออกแบบเฉพาะ ของโคเวสโตร กล่าว “ด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีทนไฟขั้นสูงของเรา โคเวสโตรยึดมั่นในการสร้างนวัตกรรมแลผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า”</span></p><p><span style="text-align:start;">การพัฒนานี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญเมื่อมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทั่วโลกและกฎระเบียบความปลอดภัยกลายเป็นที่ต้องการมากขึ้น รวมถึงบริษัทรถยนต์จีนขยายตัวไปในระดับสากล โซลูชันวัสดุนวัตกรรมของโคเวสโตร แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาทางเทคโนโลยีจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของตลาดในต่างประเทศอย่างไรได้บ้าง</span></p><h2><span style="text-align:start;"><strong>โซลูชันครบวงจรสำหรับระบบพลังงานใหม่</strong></span></h2><p>&nbsp;</p><p><span style="text-align:start;">นอกเหนือจากโฟมหุ้มโคเวสโตร ยังมีโซลูชันอีกหลากหลายที่ใช้โพลียูรีเทนสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงฝาครอบแบตเตอรี่และวัสดุดูดซับแรงกระแทก เทคโนโลยี Baysafe® BEF ใหม่ช่วยตอกย้ำจุดยืนของโคเวสโตร ในภาคพลังงานใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว สนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ เช่น รถยนต์พลังงานใหม่และจักรยานไฟฟ้า รวมถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบพกพา</span></p><p><span style="text-align:start;">ด้วยนวัตกรรมที่ต่อเนื่องในวัสดุศาสตร์ โคเวสโตรสนับสนุนการพัฒนาการขนส่งไฟฟ้ารุ่นใหม่โดยสร้างฐานเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ที่ ตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่มีการเปลี่ยนแปลง</span></p>]]></description><category><![CDATA[Baysafe,Covestro Thailand,ไทย,วัสดุและอุตสาหกรรม,ยานยนต์]]></category>
            <pubDate>Tue, 29 Jul 2025 11:27:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/f85a9b18-dacc-47e7-8cd5-1d4b814041d6/500_20250716-new-flame-retardant-foam-for-ev-batteries-pic.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/f85a9b18-dacc-47e7-8cd5-1d4b814041d6/500_20250716-new-flame-retardant-foam-for-ev-batteries-pic.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/f85a9b18-dacc-47e7-8cd5-1d4b814041d6/20250716-new-flame-retardant-foam-for-ev-batteries-pic.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20250716_New-Flame-Retardant-Foam-for-EV-Batteries-Pic]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตรลงทุนขยายกำลังการผลิตฟิล์มชนิดพิเศษในประเทศไทย พร้อมรองรับความต้องการในภูมิภาค</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/blue-marlin-mechanical-completion-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/blue-marlin-mechanical-completion-thailand-th/</guid><pp:caseid>689416</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p>โคเวสโตร ประกาศความสำเร็จในการเพิ่มกำลังการผลิตฟิล์มโพลีคาร์บอเนต (PC) ชนิดพิเศษทั่วโลก ด้วยการก่อสร้างสายการผลิตใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ประเทศไทย</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p>&nbsp; <span><strong><u>เกี่ยวกับโคเวสโตร</u></strong></span></p><p>&nbsp;<span>โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย</span></p><p><span>&nbsp;บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี พ.ศ. 2578 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2593 โคเวสโตรสร้างยอดขายได้ 14.2 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ สิ้นปี พ.ศ. 2567 บริษัทฯ มีฐานการผลิต 46 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 17,500 คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)</span></p><p style="margin-left:-.3in;text-align:justify;">&nbsp;&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>&nbsp; <span>โคเวสโตร ประกาศความสำเร็จในการเพิ่มกำลังการผลิตฟิล์มโพลีคาร์บอเนต (PC) ชนิดพิเศษทั่วโลก ด้วยการก่อสร้างสายการผลิตใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ประเทศไทย ซึ่งได้เสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดแล้ว โดยการลงทุนครั้งนี้อยู่ในระดับหลักหลายสิบล้านยูโร และจะสร้างงานใหม่ประมาณ 40 ตำแหน่ง</span></p><p><span>&nbsp; "โรงงานผลิตใหม่นี้ติดตั้งเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์" นายทอร์สเทน ดรายเออร์ (</span><a href="https://www.covestro.com/en/company/management/board-of-management/dr-thorsten-dreier" target="_blank"><span>Thorsten Dreier</span></a><span>) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี (Chief Technology Officer) ของโคเวสโตร กล่าว "ด้วยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เราสามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าสำหรับฟิล์มชนิดพิเศษที่เป็นนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทคโนโลยีทางการแพทย์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจโซลูชันและผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษของเรา"</span></p><p><span>&nbsp;โคเวสโตรดำเนินงานโรงงานผลิตฟิล์มชนิดพิเศษในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยฟิล์มโพลีคาร์บอเนตจากตระกูล Makrofol® และผลิตภัณฑ์ Bayfol® ที่ทำจากส่วนผสมโพลีคาร์บอเนต ฟิล์มชนิดพิเศษประสิทธิภาพสูงเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ด้านการแพทย์และสุขภาพ การขนส่ง และเอกสารระบุตัวตน เป็นต้น โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโคเวสโตรในภูมิภาคนี้ ซึ่งการลงทุนขยายกำลังการผลิตครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทย ด้วยทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์และบุคลากรที่มีความสามารถสูง รวมถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเติบโตของตลาดและอุตสาหกรรม</span></p><p><span>&nbsp;"โรงงานผลิตใหม่นี้มีความสำคัญต่อเรา เพราะช่วยให้เราสามารถนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น และขยายการเข้าถึงตลาดในเอเชียแปซิฟิกไปพร้อมกัน" คุณออเกีย ดูร์นบอส (Aukje Doornbos) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจฟิล์มชนิดพิเศษระดับโลก กล่าว "ด้วยนวัตกรรมที่มุ่งเน้นตลาดและการให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มากขึ้น เราต้องการขับเคลื่อนการเติบโตให้กับโคเวสโตร"</span></p><p><span>&nbsp;ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ศูนย์การผลิตมาบตาพุดของโคเวสโตร ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ซึ่งถือเป็นการรับรองความยั่งยืนระดับสากลสำหรับชีวมวลและพลังงานชีวภาพที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่าและใช้ทั่วโลก ทำให้สามารถผลิตและจัดหาผลิตภัณฑ์แบบสมดุลมวลสารได้ ช่วยประหยัดวัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในขณะที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์แบบสมดุลมวลยังคงเหมือนกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฟอสซิลล้วน ซึ่งลูกค้าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของลูกค้าได้อีกด้วย</span></p><p><span>&nbsp;“เราภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจและโอกาสในการลงทุนขยายกำลังการผลิตที่ศูนย์การผลิตมาบตาพุด และเราได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการสนับสนุนการเติบโตของบริษัท ซึ่งนอกจากทำเลที่ตั้งและศักยภาพของบุคลากรด้านต่างๆ แล้ว ยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงพาร์ทเนอร์ ทำให้โปรเจ็คนี้เสร็จสิ้นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งยังรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยได้อย่างดีเยี่ยม” คุณนิศา สุทธิพรไพศาลกุล กล่าวปิดท้าย</span></p><p>&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[ฟิลม์,วัสดุและอุตสาหกรรม,ยานยนต์,ข่าวสารองค์กร,Covestro Thailand,ไทย,วัสดุทางเลือก,APAC]]></category>
            <pubDate>Wed, 19 Mar 2025 03:32:56 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/a33c6303-8e25-4064-90ca-33801322a1d0/500_20210423-expansion-of-films-production-dormagen-2.jpg?88247" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/a33c6303-8e25-4064-90ca-33801322a1d0/500_20210423-expansion-of-films-production-dormagen-2.jpg?88247</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/a33c6303-8e25-4064-90ca-33801322a1d0/20210423-expansion-of-films-production-dormagen-2.jpg?88247</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20210423-expansion-of-films-production-dormagen_2]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[CoEx Line Dormagen Geb E87 am 19.04.2021]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>อินนิออสจัดหาวัตถุดิบแบบสมดุลมวลสารสำหรับผลิตโพลีคาร์บอเนตให้กับโคเวสโตร</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/ineos-supplies-covestro-with-mass-balanced-raw-materials-for-polycarbonate-plastics-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/ineos-supplies-covestro-with-mass-balanced-raw-materials-for-polycarbonate-plastics-th/</guid><pp:caseid>525185</pp:caseid><pp:subtitle>ฟีนอลและอะซิโตนที่สามารถช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p><strong>ช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน</strong></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร&nbsp;</strong><br><br>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;<br><br>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2035 (scope 1 และ scope 2) และสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564&nbsp;<br><br><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong><br><br>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร <a href="https://www.covestro.com">www.covestro.com</a> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>โคเวสโตรได้รับการส่งมอบฟีนอล (phenol) และ อะซิโตน (acetone) ซึ่งเป็นวัตถุดิบแบบสมดุลมวลสาร จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ INVIRIDIS™ ของอินนิออส (INEOS) ซึ่งเราได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)เหล่านี้ ในการผลิตพลาสติกโพลีคาร์บอเนตที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ผลิตไฟหน้า ชิ้นส่วนรถยนต์ ตัวเครื่องของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตัวนำแสง เลนส์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอื่น ๆ</span></p><p><span>"คุณสุเชตา โกวิล (Sucheta Govil) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตร กล่าวว่า “การเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบแบบสมดุลมวลสาร ก็เพื่อเป้าหมายในการลดการปล่อยมลพิษทางอ้อมในห่วงโซ่อุปทานให้มากที่สุด และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ๊น เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน"</span></p><h2><span><strong>สัญลักษณ์ด้านโซลูชั่นหมุนเวียน</strong></span></h2><p><span>คุณลิลี่ หวัง (Lily Wang) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจพลาสติกเชิงวิศวกรรม กล่าวเน้นย้ำถึงประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าของเรา "เรานำเสนอโซลูชั่นแบบดรอป-อิน (Drop-in) ที่ลูกค้าของเราสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตที่มีอยู่ได้ทันทีและง่ายดาย โดยไม่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคใดๆ ซึ่งสามารถนำไปผลิตสินค้ามีคุณภาพสูงไม่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบฟอสซิล โดยผลิตภัณฑ์ภายในโซลูชั่นหมุนเวียน หรือ CQ ถูกนำเสนอภายใต้ชื่อ Makrolon® RE, Bayblend® RE, Makroblend® RE และ Apec® RE เป็นแนวคิดใหม่จากโคเวสโตรที่มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบทางเลือกในผลิตภัณฑ์ของบริษัท และมีการแสดงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้</span></p><p><span>NVIRIDIS™ คือแบรนด์สินค้าของ ฟีนอล (phenol) และ อะซิโตน (acetone) ที่ผลิตขึ้นจากสารคิวมีนชีวภาพ (Cumene) ในโรงงานของ INEOS ที่เมือง Gladbeck และเมือง Antwerp ซึ่งโรงงานทั้งสองแห่งนั้นได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS และมาตรฐาน RSB ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งใช้วัตถุดิบมีปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ที่มาจากฟอสซิล</span></p><p><span>การรับรองมาตรฐานโดย ISCC PLUS และ RSB เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ INEOS ในการทำงานด้วยเศรษฐกิจชีวภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความยั่งยืนที่แข็งแกร่งของ INVIRIDIS™</span></p><p><span>กอร์ดอน อดัมส์ (Gordon Adams) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจฟีนอล ของ INEOS กล่าวว่า "กลยุทธ์ความยั่งยืนของเรา คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ฟีนอล (phenol) และ อะซิโตน (acetone) ที่มีความยั่งยืนให้มากขึ้น โดยชื่อว่า INVIRIDIS™ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์แบบดรอปอิน</span></p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,วัสดุทางเลือก,พลาสติก,ยานยนต์,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 20 Oct 2022 09:49:57 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220824-collaboration-of-covestro-and-ineos-on-mass-balanced-pc-raw-materials-pic.jpg?76175" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220824-collaboration-of-covestro-and-ineos-on-mass-balanced-pc-raw-materials-pic.jpg?76175</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220824-collaboration-of-covestro-and-ineos-on-mass-balanced-pc-raw-materials-pic.jpg?76175</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220824_Collaboration-of-Covestro-and-Ineos-on-Mass-Balanced-PC-Raw-Materials-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Makrolon&amp;reg; พลาสติกประสิทธิภาพสูงจากโคเวสโตร สำหรับใช้ผลิตไฟรถยนต์ และการใช้งานอื่นๆ และในอนาคต เราจะนำเสนอผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งใช้ฟีนอล (phenol) อะซิโตน (acetone) จากวัตถุดิบที่ใช้วิธีสมดุลมวลสาร จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ INVIRIDIS&amp;trade; ของ INEOS &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรขยายการลงทุนในการผลิตโพลีคาร์บอเนตที่มีความยั่งยืนมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-invests-in-the-production-of-more-sustainable-polycarbonates-in-asia-pacific-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-invests-in-the-production-of-more-sustainable-polycarbonates-in-asia-pacific-th/</guid><pp:caseid>524816</pp:caseid><pp:subtitle>อีกก้าวสำคัญสำหรับโคเวสโตรในการมุ่งสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>สามารถส่งมอบโพลีคาร์บอเนตเกรดรีไซเคิลได้มากกว่า 60,000 ตันต่อปี ภายในปี พ.ศ. 2569 เพื่อตอบสนองความต้องการภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</strong></li><li><strong>ครั้งแรกกับศูนย์การผลิตด้วยการรีไซเคิลเชิงกลในเซี่ยงไฮ้&nbsp;</strong><br><strong>การปรับเปลี่ยนสายการผลิตสำหรับการรีไซเคิลเชิงกลในประเทศไทย</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p><span>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2035 (scope 1 และ scope 2) และสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</span></p><p><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></span></p><p><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร www.covestro.com ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>การรีไซเคิลพลาสติกผ่านกระบวนการทางเชิงกล ด้วยการคัดแยก การบดเป็นชิ้นเล็กๆ การบดให้เป็นผง และการผสมสารเติมแต่งนั้น เป็นส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยโคเวสโตร ได้ประกาศแผนที่จะจัดตั้งศูนย์การผลิตด้วยการรีไซเคิลเชิงกล (MCR) ของโพลีคาร์บอเนตเป็นครั้งแรกในโรงงานที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากการรีไซเคิลเชิงกล (MCR) แบบใหม่นี้จะช่วยตอบสนองความต้องการในด้านโซลูชั่นที่มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์ Post-Consumer-Recycled (PCR) ที่เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนประกอบยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น</span></p><p><span>โดยศูนย์การผลิตใหม่นี้ ใช้เงินลงทุนมากกว่า 27 ล้านยูโร ซึ่งจะสามารถผลิตและส่งมอบโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูงที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบจากการรีไซเคิลเชิงกลได้มากกว่า 25,000 ตันต่อปี โดยจะเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2566 นี้ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะส่งมอบโพลีคาร์บอเนตที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบรีไซเคิลกว่า 60,000 ตัน/ปี ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจนถึงปี พ.ศ. 2569</span></p><p><span>"กระบวนการผลิต MCR เป็นขั้นตอนสำคัญในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเราตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และบรรลุเป้าหมายเพื่อความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ในปี 2578"&nbsp; โดย คุณสุเชตา โกวิล (Sucheta Govil) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตร กล่าวว่า “พลาสติกรีไซเคิลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยจัดการกับความท้าทายระดับโลกที่เรากำลังเผชิญร่วมกันในฐานะประชากรโลก เราจะยังคงขยายการลงทุนและพัฒนาการผลิตพลาสติกรีไซเคิล และเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในการผลิตวัสดุรีไซเคิลให้มากยิ่งขึ้น”</span></p><p><span>คุณลิลี่ หวัง (Lily Wang)&nbsp; หัวหน้ากลุ่มธุรกิจพลาสติกเชิงวิศวกรรม ของโคเวสโตร กล่าวว่า "เพื่อการตอบสนองความต้องการด้านโซลูชั่นหมุนเวียนและยั่งยืนให้กับลูกค้าที่อยู่ปลายน้ำ เรายังคงเดินหน้าในการลงทุนเพื่อขยายขีดความสามารถของเราต่อไป&nbsp; โดยศูนย์การผลิต MCR นี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของความพยายามของเรา และเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้นในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน"</span></p><h2><span><strong>การปรับเปลี่ยนโรงงาน Compounding ในประเทศไทย เพื่อตลาดอาเซียน</strong></span></h2><p><span>โคเวสโตรได้นำสายการผลิตของโรงงาน Compounding ที่มีอยู่เดิม ณ ศูนย์การผลิตมาบตาพุด ในประเทศไทย มาเป็นโรงงานต้นแบบสำหรับการรีไซเคิลเชิงกล โดยการปรับเปลี่ยนสายการผลิตนี้มีกำหนดแล้วเสร็จภายในสิ้นปี พ.ศ. 2565 เพื่อตอบสนองความต้องการในผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตจากวัตถุดิบรีไซเคิล (Post-Consumer Recycled - PCR) ของตลาดในหลากหลายอุตสาหกรรม ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มี PCR เป็นส่วนประกอบ ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการผลิตประจำปีภายในปี พ.ศ. 2573</span></p><p><span>ดร. นิโคลัส สต็อกเคล (Dr. Nicolas Stoeckel) หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการในกลุ่มธุรกิจพลาสติกเชิงวิศวกรรม กล่าวว่า "การพัฒนาโครงการในประเทศจีนและประเทศไทย ไม่ได้เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการปรับปรุงความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบรีไซเคิลได้มากขึ้น และมีความเสถียรในด้านคุณภาพ ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงของภูมิภาคเอเชียในการเป็นผู้นำในด้านผู้ผลิตโพลีคาร์บอเนตรีไซเคิลระดับโลก"</span></p><p><span>โรงงานทั้งสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ สาธาณรัฐประชาชนจีน และมาบตาพุด ประเทศไทย จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตโพลีคาร์บอเนต เกรด PCR ได้แก่ Makrolon® R และ Bayblend® R ของ Covestro ซึ่งมีวัตถุดิบจากการรีไซเคิลสูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ และสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม &nbsp;</span></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,การรีไซเคิล,พลาสติก,ยานยนต์,จีน,เกาจิ้ง,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Fri, 19 Aug 2022 10:12:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220819-new-line-for-mechanical-recycling-of-polycarbonate-pic.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220819-new-line-for-mechanical-recycling-of-polycarbonate-pic.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220819-new-line-for-mechanical-recycling-of-polycarbonate-pic.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220819_New-Line-For-Mechanical-Recycling-Of-Polycarbonate-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Preview unavailable พิธีวางศิลาฤกษ์สำหรับศูนย์การผลิตใหม่ด้วยการรีไซเคิลเชิงกลของโพลีคาร์บอเนต]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรมุ่งขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนในเยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมสนับสนุนโครงการ EV Hackathon 2022</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-drives-for-innovation-for-sustainability-capability-in-the-future-generation-supporting-ev-hackathon-2022-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-drives-for-innovation-for-sustainability-capability-in-the-future-generation-supporting-ev-hackathon-2022-th/</guid><pp:caseid>524179</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p style="text-align:justify;"><span><strong>กรุงเทพฯ ประเทศไทย:</strong></span><i><span><strong> </strong></span></i><span><strong>โคเวสโตร หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตวัสดุโพลีเมอร์คุณภาพสูง ร่วมเป็นพันธมิตรผู้จัดโครงการและได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินในการคัดเลือก 8</strong></span><i><span><strong> </strong></span></i><span><strong>ทีม ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ในรอบชิงชนะเลิศของโครงการการแข่งขัน</strong></span><i><span><strong> “</strong></span></i><span><strong>ความคิดสร้างสรรค์สำหรับการคมนาคมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong></span><i><span><strong>” </strong></span></i><span><strong>หรือ EV Hackathon</strong></span><i><span><strong> </strong></span></i><span><strong>ซึ่งประกาศผลไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา</strong></span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="text-align:start;"><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p style="text-align:justify;"><span>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2035 (scope 1 และ scope 2) และสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</span></p><p style="text-align:start;"><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร </span><a href="https://www.covestro.com/"><span>www.covestro.com</span></a><span> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>โครงการการแข่งขันความคิดสร้างสรรค์นี้มุ่งพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถช่วยขับเคลื่อนแนวคิด “พันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” ให้มีผลอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 160 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เยอรมนี ซึ่งคณะผู้จัดงานหลักประกอบด้วยรัฐบาลไทย นำโดยกระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลเยอรมนี นำโดยสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งการแข่งขัน EV Hackathon นี้มอบโอกาสให้นักศึกษาได้รับความรู้ใหม่เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าผ่านการอบรมที่เข้มข้นและหลากหลาย โครงการนี้ยังเป็นแพลตฟอร์มให้นักศึกษาพัฒนาและนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาเพื่อการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า ผ่านวิธีคิดด้านเทคโนโลยี ธุรกิจและการบริหาร</p><p>โคเวสโตร แสดงถึงความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในหัวข้อของการแข่งขันนี้ ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในฐานะวิทยากรในการอบรมและแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ “นวัตกรรมวัสดุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า” นอกจากนี้ยังได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินและคัดเลือกผลงานความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาในรอบรองชนะเลิศ 16 ทีม เพื่อผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจำนวน 8 ทีม จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมดประมาณ 100 ทีม และโคเวสโตรจะร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะจัดในรูปแบบของการจัดงานแบบแข่งขันกันที่สถานที่จัดงานแบบ real time ในรูปแบบ Hackathon 24 ชั่วโมง ในวันที่ 27 – 28 สิงหาคม 2565 ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ&nbsp;&nbsp;<br>“ประเทศไทยจะมีความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอาเซียนได้ในอนาคตอันใกล้ ผ่านนโยบาย 30/30 ของรัฐบาล ซึ่งมุ่งผลิต ZEV หรือ ยานยนต์ไร้มลพิษ เราหวังจะช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนรากฐานของประเทศไทยโดยปลูกฝังความยั่งยืนและความรู้ด้านเทคนิคให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อที่พวกเขาจะได้นำไปใช้ในการทำงานจริง” คุณชลธี จันทรโชติ หัวหน้าส่วนธุรกิจยานยนต์ ประจำภูมิภาคอาเซียน จากโคเวสโตร ในฐานะคณะกรรมการตัดสินกล่าว</p><p>โครงการ EV Hackathon มีความสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนของโคเวสโตร ที่มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและความพยายามที่นำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และบริษัทยังสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติอีกด้วย</p><p>ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการ EV Hackathon นี้ตอบโจทย์และส่งเสริมความพยายามของโคเวสโตรในเป้าหมายที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี เราต้องการกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้มีความคิดสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และสนับสนุนให้พวกเขากลายเป็นนวัตกรแห่งอนาคตเพื่อโลกที่ยั่งยืนของเรา และผมต้องขอบคุณผู้จัดงานรวมถึงพันธมิตรของโครงการทุกๆ คน ที่ร่วมกันสร้างโอกาสดีๆ แบบนี้ให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสในการแสดงความคิดและพัฒนาศักยภาพของตนเอง”</p><p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ EV Hackathon ได้ที่ <a href="https://ev4sustain.kmutnb.ac.th/" target="_blank">ev4sustain.kmutnb.ac.th/</a><br>ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโคเวสโตร ได้ที่ <a href="https://covestro.com/en/company/covestro-worldwide/asean" target="_blank">www.covestro.co.th</a><br>ติดตามโคเวสโตรบน Facebook ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/covestroTH" target="_blank">CovestroTH</a></p>]]></description><category><![CDATA[ยานยนต์,ความยั่งยืน,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 18 Aug 2022 12:42:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_evhackathon.png?10000" length="0" type="image/png" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_evhackathon.png?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/evhackathon.png?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[ev hackathon]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[โครงการ &amp;ldquo;การแข่งขันความคิดสร้างสรรค์ สำหรับการคมนาคมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; หรือ EV Hackathon จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 160 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเยอรมนี]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรเริ่มทำการส่งมอบ TDI แบบหมุนเวียน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-pioneers-the-supply-of-renewable-tdi-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-pioneers-the-supply-of-renewable-tdi-th/</guid><pp:caseid>499759</pp:caseid><pp:subtitle>อีกหนึ่งก้าวสู่ความสำเร็จเพื่อบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศ</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นอน เบาะเฟอร์นิเจอร์ รองเท้า และเบาะรถยนต์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น</strong></li><li><strong>ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต²</strong></li><li><strong>โซลูชั่นประสิทธิภาพสูงที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><a href="https://covestro.com/th"><span>โคเวสโตร</span></a><span>ขยายการผลิตกลุ่มวัตถุดิบหมุนเวียน และนำเสนอผลิตภัณฑ์ Toluene Diisocyanate (TDI) แบบหมุนเวียนให้กับลูกค้าของเรา ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต2 โดยยังคงไว้ซึ่งคุณภาพไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากฟอสซิล โดย TDI เป็นวัตถุดิบสําคัญในการผลิตโฟมโพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่น ซึ่งช่วยเพิ่มความนุ่มสบายให้กับที่นอน เบาะเฟอร์นิเจอร์ เบาะรถยนต์ รวมถึงรองเท้า ซึ่งโคเวสโตรได้ผลิต TDI แบบหมุนเวียนที่โรงงานในเมืองดอร์มาเกน (Dormagen) ประเทศเยอรมัน และโรงงานในเมืองเซาจิง (Caojing) ประเทศจีน ซึ่งทั้ง 2 โรงงานนี้ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISCC PLUS</span></p><p><span>การนำเสนอ TDI แบบหมุนเวียน<sup>1</sup> หรือ แบบสมดุลมวลสารนับเป็นก้าวสำคัญในการทำให้วัตถุดิบทางเคมีนี้มีความยั่งยืนมากขึ้น โดย ดร. เคลาส์ เชฟเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของโคเวสโตรได้อธิบายว่า "เมื่อหลายปีก่อน เราได้พัฒนาเทคโนโลยีก๊าซที่ช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานในการผลิต TDI หลังจากนั้นเรามุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยมลพิษในกระบวนการผลิต โดยหันมาใช้พลังงานสีเขียว ซึ่งเป็นการพัฒนาและเดินหน้าไปสู่ความกลางทางสภาพภูมิอากาศ3 และเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการใช้วัตถุดิบหมุนเวียนแบบสมดุลมวลสาร โดยเรามุ่งมั่นในการลดการปล่อยมลพิษตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการนําเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการลดคาร์บอนอีกด้วย"</span></p><p><span>คุณสุเชตา โกวิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตร กล่าวว่า "การเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์แบบสมดุลมวลสาร ทำให้เราสามารถช่วยลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมายทางด้านสภาพภูมิอากาศและผลักดันการเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ในขณะเดียวกันเราเองก็มุ่งเน้นในการใช้วัตถุดิบทางเลือก และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า” โดย TDI แบบหมุนเวียนนี้มาในรูปแบบของโซลูชั่นแบบดรอปอิน ซึ่งหมายความว่าลูกค้าของเราสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตที่มีอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนทางเทคนิค</span></p><p style="text-align:start;">โฟมโพลียูรีเทน (PU) ชนิดยืดหยุ่นที่ผลิตจาก TDI และ polyols แบบสายโซ่ยาว (Long Chain) เป็นวัตดุดิบที่สําคัญในการผลิตเบาะรองนั่งและที่นอน โดย TDI แบบหมุนเวียนตอบโจทย์ความต้องการสำหรับการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยที่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพที่ดี มีความนุ่มสบาย และยังระบายอากาศได้ดี เช่นเดียวกับ TDI ที่ใช้ฟอสซิลในการผลิต นอกจากนี้ยังตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังมองหาวัตถุดิบทางเลือกสำหรับเบาะในรถยนต์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p><h3 style="text-align:start;">Sinomax เป็นผู้ริเริ่มเพื่อความยั่งยืน</h3><p style="text-align:start;">เมื่อปลายปีที่แล้วโคเวสโตรได้ลงนามในสัญญาทางการค้ากับบริษัท Sinomax ซึ่งเป็นผู้ผลิต และจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนระดับโลกในประเทศจีน ซึ่งทั้งสองบริษัทมีความมุ่งมั่นในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และ Sinomax ต้องการที่จะเป็นลูกค้ารายแรกที่ใช้ TDI แบบใหม่ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่ง TDI แบบสมดุลมวลสารนี้มาจากโรงงานผลิตของโคเวสโตรในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งได้รับการรับรอง ISCC PLUS และสามารถจัดส่งได้ทั่วโลก ทำให้โคเวสโตรสามารถมอบ TDI แบบสมดุลมวลสารได้มากขึ้น</p><p style="text-align:start;">วิธีในการทำสมดุลมวลสารนั้น วัตถุดิบที่ได้จากมวลชีวภาพ หรือของเสียจะถูกนำไปสกัดวัตถุดิบ และใช้หลักคณิตศาสตร์มาคำนวณคุณลักษณะและผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยประหยัดวัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในขณะที่ยังคงคุณภาพไว้ไม่ต่างจากการผลิตด้วยฟอสซิลอย่างเดียว โดยผู้ผลิตสามารถใช้สูตรผลิต อุปกรณ์ และกระบวนการผลิตเดิม โดยที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น และช่วยบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศได้อีกด้วย</p><hr><p><i><span><sub><sup>1</sup> TDI แบบหมุนเวียนที่ผลิตโดยใช้วิธีสมดุลมวลสาร โดยใช้วัตถุดิบหมุนเวียน จากชีวมวลบริสุทธิ์ ของเสียชีวภาพ และสารตกค้าง ในการผลิต TDI หมุนเวียน แบบสมดุลมวลสาร ซึ่งใช้หลักคณิตศาสตร์มาคำนวณคุณลักษณะและผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์</sub></span></i>&nbsp;</p><p><i><span><sub><sup>2</sup> การประเมินภายในวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ทั้งแต่การเป็นวัตถุดิบ จนจบกระบวนการผลิตของโคเวสโตร โดยวิธีการของ LCA ของเราเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และ 14044 คํานึงถึงต้นกําเนิดทางชีวภาพของคาร์บอน ตามข้อมูลเบื้องต้นจากห่วงโซ่อุปทาน ไม่มีการใช้มาตรการชดเชย</sub></span></i></p><p><i><span><sub><sup>3</sup> "การผลิตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ" ซึ่งเป็นเป้าหมายของโคเวสโตร คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2</sub></span></i></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,โฟม,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,ยานยนต์,กีฬาและนันทนาการ,ดอร์มาเกน,เยอรมนี,EMLA,วัสดุ,อุตสาหกรรม,เซี่ยงไฮ้,จีน,APAC,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 18 Jul 2022 14:31:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220324_Covestro-Offers-Mass-Balanced-TDI-Pic-2]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[TDI แบบหมุนเวียนจากโคเวสโตรจะถูกนำมาใช้ในการผลิตโฟมโพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่นสำหรับเพิ่มความนุ่มสบายให้ที่นอน]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรร่วมงาน ACS 2022 เดินหน้าก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-builds-a-bridge-to-the-circular-economy-at-acs-2022-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-builds-a-bridge-to-the-circular-economy-at-acs-2022-th/</guid><pp:caseid>500913</pp:caseid><pp:subtitle>การนำเสนอโซลูชั่นที่ยั่งยืนด้วยเรซิ่นที่ทำจากพืช</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหมุนเวียน</strong></li><li><strong>ลดการพึ่งพาวัตถุดิบฟอสซิล</strong></li><li><strong>คิดค้นนวัตกรรมเพื่อมุ่งสู่จุดหมาย</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;"><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong><br>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;"><a href="https://covestro.com/th">โคเวสโตร</a>ได้จัดแสดงโซลูชั่นสำหรับสารเคลือบผิวอย่างยั่งยืน ในงาน<span>&nbsp;</span><a href="https://solutions.covestro.com/th/digital-event-space/acs">American Coatings Show 2022</a>&nbsp;ที่เมืองอินเดียนาโพลิส ซึ่งช่วยปูทางสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยในปี 2021 โคเวสโตรได้ทำการเข้าซื้อกิจการ Resins & Functional Materials (RFM) ของบริษัท Royal DSM ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโคเวสโตรในด้านโซลูชั่นที่มีความยั่งยืน และยังตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านสารเคลือบและสารยึดเกาะที่ยั่งยืน</p><p style="text-align:start;">ด้วยประสบการณ์ในการผลิตมากกว่า 50 ปีของโคเวสโตร เรามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาในครั้งนี้ และต่อไปนี้โซลูชั่นที่ผลิตมาจากวัสดุที่ยั่งยืนจะเป็นสินค้าหลักในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยสารเคลือบเรซิ่นที่ยั่งยืนนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตลาด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งตอบสนองความต้องการทางด้านวัสดุและสารเคลือบของโลก ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกับลูกค้าของเราในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยโซลูชั่นแบบใหม่นี้จะมีส่วนช่วยในเรื่องของผลกระทบจากการเติบโตของสังคมเมือง การเดินทาง และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ</p><h2 style="text-align:start;">วัตถุดิบทางเลือกที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ</h2><p style="text-align:start;">ผลงานที่น่าตื่นเต้นที่สุดอย่างหนึ่งที่เราได้ทำร่วมกับบริษัท<span>&nbsp;</span><a href="https://www.genomatica.com/" target="_blank">Genomatica</a><span>&nbsp;</span>ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีชีวภาพ คือ การประสบความสำเร็จในการผลิต HMDA (hexamethylene diamine) ที่ผลิตจากพืชเป็นครั้งแรก โดย HMDA เป็นสารตั้งต้นที่สำคัญในการผลิตสารเคลือบผิว และสารยึดเกาะหลายชนิด รวมถึงไนลอนที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย (nylon-6,6) ซึ่งในแต่ละปีมีการผลิต HMDA มากถึง 2 ล้านตัน ที่ยังคงใช้วัตถุดิบฟอสซิลจนถึงทุกวันนี้ โดยเราคาดว่ากระบวนการผลิตแบบใหม่นี้ จะช่วยให้เราสามารถผลิตวัสดุคุณภาพสูงในปริมาณมากในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ การก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งทอมีความยั่งยืนมากขึ้น</p><p style="text-align:start;">Martin Vlak หัวหน้าฝ่ายขายและการพัฒนาตลาด ผลิตภัณฑ์สารเคลือบและสารยึดเกาะในอเมริกาเหนือ กล่าวว่า "ความร่วมมือของเราในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีนี้ ทำให้เราสามารถลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากฟอสซิลได้อย่างมาก และด้วย HMDA ที่ผลิตจากพืชจะช่วยให้เราสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายขององค์กรในด้านการผลิตสินค้าที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนอีกด้วย"</p><p style="text-align:start;">โคเวสโตรได้จัดแสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนภายในบูธ (#2529) และนำเสนอผลิตภัณฑ์ Desmodur® eco N 7300 สารเคลือบไอโซไซยาเนตแบบใส ซึ่งเป็นสารเร่งแข็ง โดยมีปริมาณคาร์บอนมาจากพลังงานชีวมวล แทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 70% ซึ่งช่วยลดรอยเท้าคาร์บอนของสารเร่งแข็งได้ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับแบบเดิม โดยสามารถนำไปใช้งานได้เลย โดยที่ไม่ต้องปรับแต่งขั้นตอนการผลิต และยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพและคุณภาพ ไม่ต่างจากเดิม</p><h2 style="text-align:start;">เรซินชีวภาพ (บางส่วน) สำหรับพื้นไม้</h2><p style="text-align:start;">Decovery® เรซิ่นสำหรับเคลือบพื้นไม้ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบจากพืช ถึง 52 % ซึ่งโคเวสโตรมีประสบการณ์ยาวนานในด้านเทคโนโลยีเรซิ่นสำหรับเคลือบพื้นไม้ โดยวิศวกรของเรารู้ดีว่าสารเคลือบที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพจะต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวด ซึ่งจำเป็นสำหรับพื้นไม้ที่ต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ จากการทดสอบแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ Decovery® มีประสิทธิภาพในด้านความทนทาน ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี และทนต่อการขีดข่วน ไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตดุดิบฟอสซิลที่มีในตลาด</p><p style="text-align:start;">โดย Martin Vlak กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผลิตภัณฑ์แบบใหม่ที่มีความยั่งยืนและผลิตจากพืชของเรานี้ เป็นผลมาจากเป้าหมายระยะยาวของเราในการเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นสารเคลือบอย่างยั่งยืน ด้วยการเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหมุนเวียน ซึ่งไม่มีผลการต่อประสิทธิภาพของสินค้า โดยตลาดกำลังมีความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งสำคัญมากกว่าเรื่องของกำไร คือ การเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เราเดินหน้าไปสู่การผลิตสินค้าที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริงนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงแค่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมและเดินหน้าต่อไป"</p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,สารเคลือบ,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,อุตสาหกรรม,วัสดุ,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 18 Jul 2022 13:05:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220404_Covestro-Builds-Bridge-To-Circular-Economy-At-ACS-2022-Pic]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>การออกแบบเพื่อความสวยงาม ฟังก์ชั่นการทํางาน และความยั่งยืน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/aesthetics-functionality-and-sustainability-for-designers-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/aesthetics-functionality-and-sustainability-for-designers-th/</guid><pp:caseid>512764</pp:caseid><pp:subtitle>ครั้งแรกกับการเข้าร่วมใน Milan Design Week 2022</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p><span>ชุดเครื่องมือสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อโซลูชั่น CMF&nbsp;</span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;"><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก ด้วยยอดขายกว่า 10.7 พันล้านยูโรในปี 2020 ธุรกิจของโคเวสโตรให้ความสำคัญกับการผลิตวัสดุโพลิเมอร์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน และในการดำเนินการนี้ โคเวสโตรกำลังก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักที่เป็นกลุ่มลูกค้าของโคเวสโตร คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และไม้ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นอกจากนี้ยังรวมถึง กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและอึตสหกรรมเคมีเองอีกด้วย โคเวสโตรมีศูนย์การผลิตอยู่ 33 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำและเทียบเท่าประมาณ 16,500 คน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p style="text-align:left;">ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/"><strong>www.covestro.com</strong></a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>โลกของการออกแบบกําลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่: นอกจากด้านความสวยงามและฟังก์ชั่นการทํางาน แล้ว ยังต้องให้ความสำคัญในเรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่กำลังมีความสําคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย&nbsp; และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่โคเวสโตรได้เข้าร่วมงาน Fuori Salone Milan ใน Milan Design Week ซึ่งเป็นงานอีเวนต์ระดับโลกที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยได้จัดแสดงสินค้าภายใน Superstudio Più ซึ่งเป็นผู้จัดงานเกี่ยวกับวัสดุสำหรับการออกแบบ&nbsp; ภายในงานมีการนําเสนอโซลูชั่นสำหรับวัสดุเพื่อความสวยงาม พร้อมฟังก์ชั่นการทำงาน และความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า&nbsp; โดยมีตัวอย่างวัสดุสำหรับ โซลูชั่น CMF (Color, Material, Finish) มากมายถูกจัดแสดงภายในบูธที่มิลาน และโคเวสโตรยังได้จัดแสดงผ่านช่องทางดิจิทัลในพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย</span></p><p><span>งานแสดงสินค้านี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับโคเวสโตรในการเข้าถึงนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้าน CMF “การร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นการออกแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ โดยมุ่งเน้นด้านการหมุนเวียนและการผลิตในปริมาณมาก โดยเราต้องการที่จะนำเสนอชุดเครื่องมือเพื่อช่วยในการออกแบบทั้งทางด้านรูปลักษณ์ และการใช้งาน ด้วยผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตและวัสดุอื่นๆ ซึ่งเรามีสีที่กำลังเป็นที่นิยมมากถึง 24 สี"&nbsp; Dr. Christopher Stillings หัวหน้าฝ่ายสีและการออกแบบสำหรับพลาสติกประสิทธิภาพสูง กล่าว</span></p><p><span>โดยโคเวสโตรมีศูนย์ Color & Design Centers จำนวน 6 แห่งตั้งอยู่ทั่วโลก เพื่อให้บริการลูกค้าของเรา &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span></p><h2><span><strong>เส้นทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน</strong></span></h2><p><span>วิสัยทัศน์ของโคเวสโตร คือ การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และด้วยเหตุนี้เราจึงนําเสนอวัสดุโพลีคาร์บอเนตและโพลียูรีเทนที่มีความเป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศให้กับลูกค้า รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมรีไซเคิล และนําพลาสติกรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่อีกด้วย</span></p><p><span>ด้วยโพลีคาร์บอเนตเกรดใหม่ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต<sup>1</sup>&nbsp; โดยการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนในกระบวนการผลิตของโคเวสโตร รวมถึงการใช้วัตถุดิบจากวัสดุชีวภาพและวัสดุเหลือใช้&nbsp; ซึ่งเป็นพลาสติกมีคุณภาพดีไม่ต่างจากพลาสติกที่ผลิตจากฟอสซิล และลูกค้ายังสามารถนำไปใช้ในการผลิตได้ทันที&nbsp; โดยไม่กระทบกับคุณภาพของสินค้า</span></p><p><span>และเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (TPU) ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงสินค้ากีฬา&nbsp; โคเวสโตรวางแผนที่จะผลิตสินค้าแบบหมุนเวียนนี้ให้มากขึ้น ซึ่งเรากำลังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในห่วงโซ่คุณค่าเพื่อร่วมกันบรรลุเป้าหมายนี้&nbsp; ด้วยการใช้วัตถุดิบชีวภาพบางส่วน การใช้สมดุลมวลสาร รวมถึง TPU รีไซเคิล</span></p><p><span>ด้วยความสามารถในการรีไซเคิลที่ดีของ TPU เราจึงได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เกรดรีไซเคิล&nbsp; โดยเราได้ร่วมมือกับ Fairphone ซึ่งเป็นลูกค้าของเราในการพัฒนาโซลูชั่นวัสดุหมุนเวียนสําหรับ Fairphone รุ่น 3 และ 4 โดยใช้ TPU และโพลีคาร์บอเนต เกรดรีไซเคิล</span></p><h2><span><strong>รายงานเกี่ยวกับเทรนด์ใหม่ของ CMF</strong></span></h2><p><span>เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา โคเวสโตรได้เปิดเผยรายงานฉบับที่ 2 เกี่ยวกับเทรนด์ของ CMF (Color, Material, Finish) &nbsp;ซึ่งได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Shanghai Tongji&nbsp; มหาวิทยาลัย Shanghai Jiaotong และ The Good Matter Design Agency ซึ่งเป็นรายงานเกี่ยวกับเทรนด์ระดับโลกเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และสุขภาพ รวมถึงธีมหลักสําหรับปี 2022 และ 2023 ที่สามารถนำไปใช้ในการกำหนดกลยุทธ์และการออกแบบ CMF ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ของโคเวสโตร&nbsp;</span></p><hr><p><sup>1</sup> การให้คะแนน "ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ" และการประเมินวงจรผลิตภัณฑ์ทั้งหมด พิจารณาจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ไปจนถึงกระบวนการผลิตของโคเวสโตร ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และได้รับการตรวจสอบโดย TÜV Rheinland</p>]]></description><category><![CDATA[วัสดุ,พลาสติก,ยานยนต์,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ,การดูแลสุขภาพ,อุตสาหกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Fri, 03 Jun 2022 10:07:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220603-covestro-at-design-week-milan-pic.jpg?59874" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220603-covestro-at-design-week-milan-pic.jpg?59874</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220603-covestro-at-design-week-milan-pic.jpg?59874</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220603_Covestro-at-Design-Week-Milan-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[ชุดเครื่องมือสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์จากโคเวสโตร สำหรับนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้าน CMF เพื่อใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติกที่หลากหลาย เช่น แล็ปท็อป เป็นต้น  &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>การพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การหมุนเวียนด้วยกระบวนการทางเคมี</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/advancing-circular-solutions-with-chemistry-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/advancing-circular-solutions-with-chemistry-th/</guid><pp:caseid>507944</pp:caseid><pp:subtitle>โคเวสโตร นำโซลูชั่นใหม่ในการรีไซเคิลพลาสติกออกแสดงที่งาน IFAT 2022</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><span>การพัฒนานวัตกรรมสําหรับกระบวนการรีไซเคิลเชิงเคมี</span></li><li><span>ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อกระบวนการรีไซเคิล</span></li><li><span>เปิดตัวแนวคิดผลิตภัณฑ์หมุนเวียนด้วย Desmodur®CQ</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก ด้วยยอดขายกว่า 10.7 พันล้านยูโรในปี 2020 ธุรกิจของโคเวสโตรให้ความสำคัญกับการผลิตวัสดุโพลิเมอร์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน และในการดำเนินการนี้ โคเวสโตรกำลังก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักที่เป็นกลุ่มลูกค้าของโคเวสโตร คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และไม้ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นอกจากนี้ยังรวมถึง กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและอึตสหกรรมเคมีเองอีกด้วย โคเวสโตรมีศูนย์การผลิตอยู่ 33 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำและเทียบเท่าประมาณ 16,500 คน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>โคเวสโตรนําเสนอเทคโนโลยีการรีไซเคิลตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในงานแสดงสินค้า IFAT ร่วมกับสมาคมการจัดการของเสียของประเทศเยอรมัน (DGAW)&nbsp; และนำเสนอเทคโนโลยีของนวัตกรรมพลาสติก สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเชิงกล และการรีไซเคิลทางเคมีได้&nbsp; นอกจากนี้ โคเวสโตรยังได้ร่วมแสดงสินค้าที่บูธของสมาคมอุตสาหกรรมเคมีเยอรมัน (VCI) ซึ่งให้ความสำคัญในเรื่องของการรีไซเคิลเชิงเคมีอีกด้วย</span></p><p><span>โคเวสโตรยึดมั่นในหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน เรากําลังพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และนี่คือเหตุผลที่โคเวสโตรมุ่งมั่นในการนําเสนอโซลูชั่นและวัสดุหมุนเวียนที่มีความยั่งยืนเข้าสู่ตลาด การพัฒนาเทคโนโลยีของโคเวสโตรมุ่งเน้นไปที่การรีไซเคิล 4 แนวทาง&nbsp; นอกจากการรีไซเคิลเชิงกล (Mechanically) ที่ถูกใช้ในการผลิตพลาสติกประสิทธิภาพสูงอย่างโพลีคาร์บอเนต และเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (TPU) แล้ว โคเวสโตรกําลังพัฒนากระบวนการรีไซเคิลทางเคมี&nbsp; ซึ่งรวมถึงแบบกระบวนทางเคมี (Chemolysis) แบบไพโรไลซิส (Smart Pyrolysis) และแบบเอนไซม์ (Enzymatic)&nbsp; เพื่อการผลิตพลาสติกรีไซเคิลที่มีคุณภาพดีไม่ต่างจากพลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นมาใหม่ซึ่งผลิตด้วยฟอสซิลแบบดั้งเดิม และยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรมทางเคมีของโคเวสโตรอีกด้วย&nbsp;</span></p><p><span>“เราต้องการผลักดันให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งอุตสาหกรรมเคมีและการจัดการของเสียจะต้องร่วมมือกัน และเดินหน้าไปพร้อมกัน&nbsp; เรากําลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเพื่ออุตสาหกรรมนี้&nbsp; กระบวนการรีไซเคิลที่หลากหลายจะช่วยให้เราสามารถนำวัตถุดิบต่างๆ ในการผลิตพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างเป็นระบบ&nbsp; เป้าหมายของเราคือการใช้วัสดุหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการทำให้ผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุกลับมาใช้ได้อีกครั้ง เพื่อประหยัดวัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการนำเสนอวัสดุรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดียวกับพลาสติกที่ผลิตขึ้นมาใหม่"&nbsp; ดร. มาร์คุส สไตเลอแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว โดยบริษัทมีแผนที่จะลงทุนในโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียนประมาณ 1 พันล้านยูโร ภายในปี 2030 ซึ่งโคเวสโตรได้ริเริ่มโรงงานนําร่องสําหรับการรีไซเคิลเชิงเคมีสำหรับโฟมโพลียูรีเทนในเมือง Leverkusen เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</span></p><p><span>นอกจากนี้ โคเวสโตรยังได้จัดแสดงโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์แบบหมุนเวียนให้ลูกค้าได้ชมภายในงาน IFAT ที่เมือง Munich ภายใต้แนวคิด "CQ"&nbsp; ด้วยการนำวัตถุดิบทางเลือกมาใช้ในการผลิตสินค้า อย่างน้อย 25 %&nbsp; ซึ่ง "CQ" ในที่นี้ย่อมาจาก “Circular Intelligence”&nbsp; หรือ การหมุนเวียนอย่างชาญฉลาด โดยผลิตภัณฑ์ "CQ" ตัวแรก คือ Desmodur®CQ ที่ใช้ในการผลิตโพลียูรีเทนสำหรับใช้ในเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ ที่นอน&nbsp; ฉนวนกันความร้อน รวมถึงสารเคลือบสําหรับรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน</span></p><p><span>&nbsp;"ในการดําเนินมาตรการเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ เราจําเป็นต้องเปลี่ยนกรอบความคิดของเรา ของลูกค้า และของทุกคนในห่วงโซ่คุณค่า&nbsp; และในเวลาเดียวกันเราก็จะต้องได้ประโยชน์จากโซลูชั่นเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเคมีที่เป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่คุณค่า จะต้องปรับเปลี่ยนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน&nbsp; รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบทางเลือกและพลังงานหมุนเวียน&nbsp; ซึ่งเราได้กําหนดเป้าหมายที่ท้าทายในการมุ่งสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยุติการใช้ทรัพยากรฟอสซิลในที่สุด ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กับผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ "&nbsp; คุณสุเชตา โกวิล&nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ กล่าว &nbsp;</span></p><h2><span><strong>การร่วมมือเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มรูปแบบ</strong></span></h2><p><span>สิ่งสําคัญในการบรรลุสู่เป้าหมายการหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ คือ กระบวนการรีไซเคิลแบบใหม่ การร่วมมือกับพาทเนอร์ในอุตสาหกรรม รวมถึงการค้นคว้าวิจัย ตัวอย่างเช่น โครงการเกี่ยวกับโฟมแบบหมุนเวียน (CIRCULAR FOAM) ที่โคเวสโตรได้ร่วมมือกับสหภาพยุโรปและพาร์ทเนอร์อีก 22 รายจาก 9 ประเทศ โดยมีจุดประสงค์ในการพัฒนานวัตกรรมการรีไซเคิลเชิงเคมีสําหรับโฟมโพลียูรีเทนแข็งในฉนวนกันความร้อน โดยโฟมโพลียูรีเทนแข็งนั้นช่วยทำให้ตู้เย็นและอาคารสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังขาดในเรื่องการจัดการขยะและกระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้องในการสร้างวงจรชีวิตที่ยั่งยืน &nbsp; โดยตั้งแต่ปี 2040 เป็นต้นไป การรีไซเคิลเชิงเคมีจะสามารถช่วยให้เราลดปริมาณขยะได้มาก ถึง 1 ล้านตัน / ปี และช่วยลด CO2 ได้ถึง 2.9 ล้านตัน / ปี&nbsp;</span></p><p><span>และที่งานนี้<strong> </strong>ดร. มาร์คุส สไตเลอแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ร่วมหารือในหัวข้อ "การสร้างคุณค่าระดับโลกในภาวะวิกฤต ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียนในทวีปยุโรป" ร่วมกับ Delara Burkhardt (โฆษกด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมของคณะผู้แทนสังคมนิยมและพรรคเดโมแครตในรัฐสภายุโรป) Dr. Christoph Epping (หัวหน้าแผนกเศรษฐกิจหมุนเวียน กระทรวงสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และการคุ้มครองผู้บริโภคแห่งสหพันธรัฐเยอรมัน) และ Wolfgang Niedermark (สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ BDI) ทั้งยังได้ร่วมการเสวนาเรื่อง "สารเคมีในการขับเคลื่อนการหมุนเวียน: การรีไซเคิลเชิงเคมี คือ สิ่งสำคัญในการสร้างมูลค่าให้กับการหมุนเวียนในอุตสาหกรรมยานยนต์" ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก Audi&nbsp; และมหาวิทยาลัย TU Dortmund อีกด้วย</span></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,การรีไซเคิล,โฟม,พลาสติก,เทอร์โมพลาสติก โพลียูรีเทน,วัสดุ,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,อุตสาหกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 30 May 2022 10:04:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220530-covestro-at-ifat-fair-pic-1.jpg?92463" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220530-covestro-at-ifat-fair-pic-1.jpg?92463</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220530-covestro-at-ifat-fair-pic-1.jpg?92463</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220530_Covestro-at-IFAT-Fair-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[โคเวสโตรนําเสนอนวัตกรรมการรีไซเคิลซึ่งถูกจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงานแสดงสินค้า IFAT  ซึ่งเป็นโรงงานนําร่องสําหรับการรีไซเคิลผ่านกระบวนการไพโรไลซิส (Smart Pyrolysis)  &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรเปิดตัวผลิตภัณฑ์ MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-climate-neutral-mdi-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-climate-neutral-mdi-th/</guid><pp:caseid>495297</pp:caseid><pp:subtitle>อีกหนึ่งก้าวสู่ความสำเร็จเพื่อบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศ</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>MDI เกรดใหม่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต [1]</strong></li><li><strong>ผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้กับธุรกิจก่อสร้าง อุตสาหกรรมการจัดเก็บและการขนส่งแบบควบคุมความเย็น และอุตสาหกรรมยานยนต์</strong></li><li><strong>โซลูชั่นแบบดร๊อปอิน (Drop-in solution)โดยการเติมสารละลายเข้าไปในผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<hr><p><span>[1] </span><span style="text-align:start;">ค่าความเป็นกลางของคาร์บอน คำนวณจากวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์บางส่วนตั้งแต่วัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการผลิต (ของโคเวสโตร) ซึ่งในเร็วๆ นี้ ขั้นตอน LCA ของเรา จะได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสถาบันภายนอก และเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และ 14044 การคำนวณจะพิจารณาถึงการกักเก็บคาร์บอนไบโอเจนิก (biogenic carbon) ตามข้อมูลเบื้องต้นจากห่วงโซ่อุปทาน และ ไม่มีการใช้มาตรการชดเชย</span></p><p>&nbsp;</p><h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร&nbsp;www.covestro.com&nbsp;ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;"><a href="https://covestro.com/th">โคเวสโตร</a><span>&nbsp;</span>ดำเนินงานตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมาอย่างต่อเนื่อง และเปิดตัว MDI (methylene diphenyl diisocyanate) ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิตของโคเวสโตร ด้วยการใช้วัตถุดิบทางเลือกและขยะอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองการควบคุมสมดุลมวลสาร ตามมาตรฐาน ISCC PLUS โดย MDI เกรดใหม่นี้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในธุรกิจก่อสร้าง อุตสาหกรรมการจัดเก็บและการขนส่งแบบควบคุมความเย็น และในอุตสาหกรรมยานยนต์</p><p style="text-align:start;">อ้างอิงตามรูปแบบการคำนวณทั่วไป [1] ในระดับที่มีความสมดุลจะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดย MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศนั้นถูกผลิตโดยโรงงานของโครเวสโตรในเมืองเครเฟลด์-เออร์ดิงเงิน (Krefeld-Uerdingen), แอนต์เวิร์ป (Antwerp) และเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISCC PLUS</p><p style="text-align:start;">“เราได้เปิดตัว MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ และเรากำลังขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ” Sucheta Govil ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตรกล่าว "ดิฉันรู้สึกยินดีที่สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราทั่วโลกสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน" โดยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้ประกาศเปิดตัว<a href="https://www.covestro.com/press/covestro-starts-offering-the-worlds-first-climate--neutral-polycarbonate/" target="_blank">โพลีคาร์บอเนตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</a>ไปแล้ว</p><p style="text-align:start;">Hermann-Josef Dörholt หัวหน้าฝ่าย Performance Materials &nbsp;กล่าวเสริมว่า: "ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน และผลิตภัณฑ์ MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของเรานั้นเป็นโซลูชันแบบดรอปอินที่ลูกค้าของเราสามารถนำไปผลิตได้ทันที โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต และยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพไม่ต่างจากแบบเดิม"</p><h2 style="text-align:start;">ฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่มีความยั่งยืนมากขึ้น</h2><p style="text-align:start;">สำหรับฉนวนกันความร้อนภายในอาคารนั้น MDI เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตแผ่นฉนวนโพลียูรีเทน แผงแซนวิช และอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบในฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง โดยอุณหภูมิภายในอาคารสามารถลดลงได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ด้วยการใช้ฉนวนโพลียูรีเทน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากฉนวนโพลียูรีเทนนั้นสามารถออกแบบให้บางลง แต่ยังคงประสิทธิภาพไว้ได้ดี ในขณะที่ช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าวัสดุอื่นๆ</p><p style="text-align:start;">นอกจากฉนวนโพลียูรีเทนจะมีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนความร้อนที่ดีแล้ว MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของโคเวสโตรนั้นยังมาพร้อมความยั่งยืนอีกด้วย: ด้วยการลดการปล่อยมลพิษในระหว่างกระบวนการผลิต และยังช่วยลดคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของอาคาร การใช้ฉนวนโพลียูรีเทนในอาคารใหม่ รวมถึงการปรับปรุงอาคารเก่านั้นมีส่วนสำคัญในการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้นอีกด้วย</p>]]></description><category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน,งานก่อสร้าง,ความยั่งยืน,วัสดุ,อุตสาหกรรม,โฟม,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ,ยานยนต์,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 24 Feb 2022 10:10:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220224-climate-neutral-mdi-pic-1.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220224-climate-neutral-mdi-pic-1.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220224-climate-neutral-mdi-pic-1.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220224_Climate-Neutral-MDI-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศจากโคเวสโตร (ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต) ใช้ในการผลิตฉนวนโพลียูรีเทนโฟม สำหรับฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่มีประสิทธิภาพสูง]]></pp:imageDescription></item></channel>
                    </rss>