<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:pp="http://www.presspage.com/rss/"
     version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
                <channel>
                    <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                    <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                    <description></description>
                    <language>th-th</language>
                    <lastBuildDate>Tue, 08 Sep 2026 03:30:14 +0200</lastBuildDate>
                    <pubDate>Wed, 02 Aug 2023 15:59:07 +0200</pubDate>
                    <image>
                        <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                        <url>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png</url>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                        <width>144</width>
                    </image><item>
                        <title>โคเวสโตร (ประเทศไทย) จัดโครงการ  “Hands for a Brighter World”</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-strives-for-a-sustainable-communities-organizing-hands-for-a-brighter-world-campaign-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-strives-for-a-sustainable-communities-organizing-hands-for-a-brighter-world-campaign-th/</guid><pp:caseid>521843</pp:caseid><pp:subtitle>คืนคุณค่าให้ขยะพลาสติก ภายใต้แนวคิด Fully Circular</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p><span>โคเวสโตร ผู้นำด้านวัสดุโพลิเมอร์ระดับโลก จัดโครงการ <strong>“Hands for a Brighter World” สร้างสรรค์โลกให้สดใสขึ้นได้ด้วยมือเรา”</strong> ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยการคืนคุณค่าให้ขยะพลาสติก ภายใต้แนวคิด Fully Circular ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพและคืนคุณค่าสู่สังคม โดยมีกิจกรรมการสนับสนุนจุดรับขยะพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิลสำหรับโครงการ “มือวิเศษ กรุงเทพ” ของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ซึ่งร่วมขับเคลื่อนโดยเครือข่ายสังคมลดขยะ Less Plastic Thailand&nbsp; มีเป้าหมายเปลี่ยน “ขวดเพ็ทใส” เป็น “ชุดสะท้อนแสง เพื่อความปลอดภัยของพี่ไม้กวาด” หรือพนักงานรักษาความสะอาด ซึ่งมีการส่งมอบไปในวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง รวมถึงจุดรับบริจาคอีก 5 จุดในพื้นที่ศูนย์การผลิตโคเวสโตร ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยรณรงค์ให้พนักงานได้ร่วมบริจาคขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ต่อยอดนำกลับมารีไซเคิลสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมอีกครั้ง&nbsp;</span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="text-align:start;"><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p style="text-align:start;"><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p style="text-align:start;"><span>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2035&nbsp;(scope&nbsp;1 และ&nbsp;scope&nbsp;2)&nbsp;และสร้างยอดขายได้ประมาณ&nbsp;15.9&nbsp;พันล้านยูโรในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;โดยบริษัทมีโรงงานผลิต&nbsp;50&nbsp;แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ&nbsp;17,900&nbsp;คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี&nbsp;2564</span></p><p style="text-align:start;"><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></span></p><p style="text-align:start;"><span><strong>&nbsp;</strong>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร&nbsp;</span><a href="http://www.covestro.com/" target="_blank"><span>www.covestro.com</span></a><span>&nbsp;ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า </span><i><span>“</span></i><span>ด้วย</span><i><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></i><span>พันธกิจของโคเวสโตร</span><i><span> </span></i><span>คือ</span><i><span> </span></i><span>การส่งเสริมนวัตกรรมและการเติบโตด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่สามารถทำกำไร</span><i><span> </span></i><span>และยังเป็นประโยชน์ต่อสังคม</span><i><span> </span></i><span>ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</span><i><span> </span></i><span>ส่งมอบคุณค่าและความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นหลัง</span><i><span> </span></i><span>เราจึงทุ่มเทการดำเนินงานภายใ</span><i><span> </span></i><span>ต้วิสัยทัศน์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</span><i><span> (Circular Economy) </span></i><span>เปลี่ยนกรอบความคิดในเรื่องการใช้แล้วทิ้ง</span><i><span> </span></i><span>ด้วยการค้นหาวิธีการใหม่</span><i><span> </span></i><span>ๆ</span><i><span> </span></i><span>ในการใช้ทรัพยากรของโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและนำกลับมาใช้ใหม่</span><i><span> </span></i><span>ด้วยกระบวนการรีไซเคิลตลอดทั้งวงจร</span><i><span> </span></i><span>เพื่อช่วยลดปัญหาจากขยะพลาสติก</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>รวมถึงผลักดันการลดการใช้พลังงาน</span><i><span> </span></i><span>และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าของการผลิตผลิตภัณฑ์</span><i><span> </span></i><span>ล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา</span><i><span> </span></i><span>โคเวสโตรได้ประกาศเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</span><i><span> (Climate Neutrality Target) </span></i><span>ภายในปี</span><i><span> </span></i><span>ค</span><i><span>.</span></i><span>ศ</span><i><span>.2035 </span></i><span>ดังนั้นกิจกรรมการคืนคุณค่าให้พลาสติกในโครงการ</span><i><span> “</span></i><span>มือวิเศษ</span><i><span> </span></i><span>กรุงเทพ</span><i><span>” </span></i><span>จึงมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายการจัดทำโครงการ</span><i><span> “Hands for a Brighter World…</span></i><span>สร้างสรรค์โลกให้สดใสขึ้นได้ด้วยมือเรา</span><i><span>” </span></i><span>ของโคเวสโตร</span><i><span> </span></i><span>เพราะรวมหัวใจสำคัญของโคเวสโตรในเรื่องความปลอดภัยและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>สามารถคืนคุณค่าให้ขยะพลาสติก</span><i><span> (Waste to Value) </span></i><span>กลับมาเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยของพนักงานทำความสะอาดของ</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>และกลุ่มงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</span><i><span> </span></i><span>สำนักปลัดเทศบาล</span><i><span> </span></i><span>เทศบาลเมือง</span><i><span> &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></i><span>มาบตาพุดที่เราจะนำชุดที่ได้จากการรีไซเคิลขวดพลาสติกเหล่านี้ไปมอบให้ต่อไป</span><i><span>”</span></i></p><p><span>นางสาวกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด </span><i><span>“</span></i><span>โครงการ</span><i><span> Hands for a Brighter World </span></i><span>เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมล่าสุดของ</span><i><span> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></i><span>โคเวสโตรที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่ส่งเสริมความยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน</span><i><span> </span></i><span>เพื่อรักษาสมดุลของทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด</span><i><span> </span></i><span>และให้ความสำคัญเรื่องคาร์บอนฟุต</span><i><span> </span></i><span>พริ้นท์</span><i><span> (Carbon Footprint) </span></i><span>อย่างจริงจังและต่อเนื่อง</span><i><span> </span></i><span>เพื่อลดผลกระทบที่จะทำให้เกิดภาวะโลกร้อน</span><i><span> </span></i><span>รวมถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมยุคใหม่ในระยะยาว</span><i><span> </span></i><span>และที่สำคัญโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากในเรื่องความร่วมมือของหลาย</span><i><span> </span></i><span>ๆ</span><i><span> </span></i><span>ภาคส่วนที่ตระหนักถึงปัญหา</span><i><span> </span></i><span>มาร่วมมือกันช่วยลดและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก</span><i><span> </span></i><span>เพื่อสร้างเสริมความยั่งยืนทั้งในระดับชุมชน</span><i><span> </span></i><span>ระดับประเทศ</span><i><span> </span></i><span>และเพื่อให้โลกได้ยังคงอยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งการจะทำให้เป้าหมายที่วางร่วมกันสำเร็จได้นั้น</span><i><span> </span></i><span>คนใดคนหนึ่งหรือหน่วยงานเดียวไม่สามารถทำให้สำเร็จได้</span><i><span> </span></i><span>แต่ต้องได้รับการร่วมมือและร่วมแรงร่วมใจกันจากทุกภาคส่วน</span><i><span> </span></i><span>และนี่ก็เป็นที่มาของชื่อโครงการค่ะ</span><i><span>”&nbsp;</span></i></p><p>&nbsp;</p><p><span>ด้าน นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เผยว่า&nbsp;</span><i><span> “</span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>มีนโยบายในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์</span><i><span> (Net Zero)&nbsp; </span></i><span>ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากภาคเอกชนเกิดเป็นภาคีเครือข่าย</span><i><span> </span></i><span>โดยกิจกรรมที่</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>รณรงค์และอยากให้แต่ละองค์กรเข้าร่วมสนับสนุนอยู่มีด้วยกัน</span><i><span> 4 </span></i><span>ด้าน</span><i><span> </span></i><span>ได้แก่</span><i><span> </span></i><span>การใช้พลังงานหมุนเวียน</span><i><span> </span></i><span>การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว</span><i><span> </span></i><span>การจัดการและลดปริมาณขยะ</span><i><span> </span></i><span>และการบริหารระบบจราจร</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>เริ่มด้วยกิจกรรมปิดไฟลดโลกร้อนซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดร้อมกัน</span><i><span> 190 </span></i><span>ประเทศทั่วโลกเนื่องในวันปิดไฟเพื่อโลก</span><i><span> </span></i><span>โดยจัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปี</span><i><span> </span></i><span>การรณรงค์สร้างการรับรู้กับชุมชน</span><i><span> 17 </span></i><span>เขตที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักแม่น้ำและตระหนักถึงปัญหาขยะที่เกิดจากชุมชนที่จะลงไปทะเล</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งดำเนินการไปแล้ว</span><i><span> 3 </span></i><span>เขต</span><i><span> </span></i><span>และปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ขออาสามาปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะของทาง</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>หรือให้</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>.</span></i><span>จัดพื้นที่ปลูกต้นใม้ให้เพื่อสนับสนุนนโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้นของท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานคร</span><i><span> </span></i><span>เป็นต้น</span><i><span> </span></i><span>สำหรับโครงการ</span><i><span> “</span></i><span>มือวิเศษ</span><i><span> </span></i><span>กรุงเทพ</span><i><span>” </span></i><span>เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน</span><i><span> </span></i><span>โดย</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>.</span></i><span>ทำหน้าที่เป็นคนกลางหาสถานที่ให้ประชาชนมาร่วมบริจาค</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งทางโคเวสโตรได้จัดทำรูปแบบถังแยกขยะพลาสติกให้ดึงดูดและเป็นที่สนใจมากขึ้น</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งจะทำให้นโยบายแยกขยะที่ต้นทาง</span><i><span> </span></i><span>เกิดขึ้นได้จริงในสังคมของคนกรุงเทพฯ</span><i><span> </span></i><span>เพราะเป้าหมายสำคัญ</span><i><span> </span></i><span>คือ</span><i><span> </span></i><span>ทำอย่างไรจะปลูกฝังให้เยาวชนและคนไทยช่วยกันแยกขยะอย่างเป็นระบบ</span><i><span> </span></i><span>และหากชุด</span><i><span> PPE </span></i><span>ที่รีไซเคิลจากขวดเพ็ทใสใช้แล้วประสบความสำเร็จ</span><i><span> </span></i><span>ได้มาตรฐานทั้งในเรื่องความปลอดภัยและสวมใส่สบายเหมาะสำหรับการทำงาน</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>เราจะนำไปผลิตและแจกให้เป็นสวัสดิการให้กับพนักงานทำความสะอาดของเราให้เป็นแบบเดียวกันนี้ทั้งหมด</span><i><span>”&nbsp;</span></i></p><p>&nbsp;</p><p><span>โคเวสโตร เป็นผู้นำด้านวัสดุโพลิเมอร์ระดับโลกที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โลกที่สดใส ด้วยการขับเคลื่อนหลักการพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลิตพลาสติกด้วยวิธีการที่ยั่งยืน ด้วยการใช้วัตถุดิบทางเลือก และพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งมีเป้าหมายที่จะลดปริมาณขยะพลาสติก ลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ และพัฒนาด้านการจัดการของเสีย รวมทั้งคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลสินค้าหรือวัสดุที่ใช้แล้ว ให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้อีกครั้ง&nbsp; นอกจากนี้ โคเวสโตร (ประเทศไทย) ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมนำองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมไปเผยแพร่เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแก่เยาวชนให้ใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ&nbsp; จัดทำสื่อการเรียนการสอน หนังสือชุดสำหรับเด็ก "จุดประกายความคิดเพื่อชีวิตที่สดใส" หรือ Bright Minds for a Brighter World สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในประเทศไทย เพื่อใช้ในการเรียนรู้เรื่องการแยกขยะภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน จัดอบรมครูต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม และให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และระยอง เป็นต้น</span></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,APAC,งานวิจัยและนวัตกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Wed, 27 Jul 2022 08:51:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_hbw-01.jpg?42919" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_hbw-01.jpg?42919</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/hbw-01.jpg?42919</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[HBW_01]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โชว์ศักยภาพเยาวชนไทยกับไอเดียสุดเจ๋ง</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/thai-youth-showcased-their-innovative-ideas-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/thai-youth-showcased-their-innovative-ideas-th/</guid><pp:caseid>521085</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p style="text-align:start;"><strong>นักศึกษาจาก ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี “KMUTT CHARGING STATION” คว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวดออกแบบนวัตกรรม “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” ในโครงการ Covestro Innovation Design Contest 2021</strong></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก ด้วยยอดขายกว่า 10.7 พันล้านยูโรในปี 2020 ธุรกิจของโคเวสโตรให้ความสำคัญกับการผลิตวัสดุโพลิเมอร์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน และในการดำเนินการนี้ โคเวสโตรกำลังก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักที่เป็นกลุ่มลูกค้าของโคเวสโตร คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และไม้ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นอกจากนี้ยังรวมถึง กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและอึตสหกรรมเคมีเองอีกด้วย โคเวสโตรมีศูนย์การผลิตอยู่ 33 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำและเทียบเท่าประมาณ 16,500 คน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;">20 ธันวาคม 2564: เยาวชนไทยได้แสดงความสามารถให้เห็นกันอีกครั้งในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ Covestro Innovation Design Contest 2021 (IDC 2021) โครงการประกวดออกแบบนวัตกรรม “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)” ภายใต้แนวคิด “เสริมพลังสู่เส้นทางการหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way)” เพื่อผลักดันไอเดียนวัตกรรมการใช้พลังงานสะอาดและการหมุนเวียนอย่างมีคุณค่า จัดโดย โคเวสโตร ผู้นำด้านวัสดุ โพลิเมอร์ระดับโลก ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผลงาน KMUTT CHARGING STATION มีความคิดสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรม ตอบโจทย์การใช้งาน EV Car และสามารถนำแนวคิดไปพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตเพื่อใช้งานได้จริง รวมถึงยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกของผู้ใช้งานในด้านต่างๆ อีกด้วย</p><p style="text-align:start;">โครงการประกวดออกแบบนวัตกรรม Covestro Innovation Design Contest 2021 (IDC 2021) ได้ประกาศผลรางวัลผู้ชนะเลิศจากเวทีการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาทีมนักศึกษาที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย และสามารถนำเสนอไอเดียการออกแบบ “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)” ภายใต้แนวคิด “เสริมพลังสู่เส้นทางการหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way)” ได้อย่างตอบโจทย์ทั้งทางด้านไอเดียเชิงนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืน รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำไปพัฒนาเพื่อการใช้งานได้จริงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับปริญญาตรีทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพด้านการคิดและพัฒนานวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 185,000 บาท โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงาน ได้แก่ นายวฤต รัตนชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนายพิชิต พงษ์ประเสริฐ หัวหน้างานพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), นายชาญณรงค์ แก่นทอง นายกสภาสถาปนิก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด ได้แก่ นางสาวกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคอาเซียน และนายชัยยุทธ แจ้งเจนรบ ผู้จัดการโรงงาน ศูนย์การผลิตโพลีคาร์บอเนต ร่วมให้เกียรติเป็นคณะกรรมการตัดสิน</p><p style="text-align:start;"><strong>ดร.ทีโม่ สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong><span>&nbsp;</span>กล่าวว่า “โคเวสโตร ได้จัดการประกวดในโครงการนี้มาต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้วในปีนี้ ด้วยความตั้งใจและวัตถุประสงค์ที่มุ่งขับเคลื่อนแนวคิดเชิงนวัตกรรมให้กับเยาวชนเด็กรุ่นใหม่ เปิดเวทีให้น้องๆ ได้แสดงศักยภาพและความสามารถทางความคิด ไอเดียเชิงนวัตกรรม และการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนและสังคมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป พร้อมๆ กับการส่งเสริมความยั่งยืน ซึ่งหัวข้อการแข่งขันปีนี้มีความน่าสนใจและค่อนข้างท้าทายมากที่นักศึกษาจะได้แสดงไอเดียออกแบบสถานีชาร์จ EV ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และทางโคเวสโตรเอง ก็มุ่งเน้นแนวคิดไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน และพยายามอย่างมากในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดสายการผลิตทั้งหมดของเรา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) และเราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของโลกคือกุญแจสำคัญในการเปิดโอกาสให้เราได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่นำเราไปสู่โลกที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนในการดูแลรักษาโลกของเรา ถึงแม้ว่าโครงการ IDC จะเป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยส่งเสริมแนวคิดเชิงนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนความยั่งยืน แต่เราเชื่อว่าความพยายามนี้พร้อมกับการจับมือร่วมกับองค์กรต่าง ๆ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความยั่งยืน พร้อมส่งมอบโลกที่น่าอยู่นี้ไปยังคนรุ่นต่อไปในอนาคตของได้”</p><p style="text-align:start;">“และผมขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นักศึกษาทุกทีมที่ได้รับรางวัลจากเวทีการแข่งขันในปีนี้ และขอชื่นชมทุกคนที่มองเห็นปัญหา และหาแนวทางการแก้ไข ร่วมกันนำเสนอไอเดียดีๆ ในการออกแบบ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นโจทย์ของปีนี้ ซึ่งเราอยากเห็นแนวคิดใหม่ๆ ที่ยอดเยี่ยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต และขอขอบคุณทาง EGAT อีกครั้งที่มีเป้าหมายและร่วมกันสนับสนุนแคมเปญนี้ด้วยกัน”<span>&nbsp;</span><strong>ดร.ทีโม่</strong><span>&nbsp;</span>กล่าวทิ้งท้าย</p><p style="text-align:start;"><strong>คุณวฤต รัตนชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong><span>&nbsp;</span>ได้กล่าวถึงแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังก้าวเข้ามามีบาทบาทสำคัญในโลกและในประเทศไทย ซึ่งกำลังร่วมกันหาแนวทางการสร้างความยั่งยืนให้กับโลก และโจทย์ของโครงการ IDC 2021 นี้ถือได้ว่าจะมีประโยชน์กับสังคมในวงกว้าง “ถ้าไอเดียการออกแบบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของน้องๆ จะช่วยส่งเสริม และทำให้คนอยากหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาด และช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศให้กับโลกได้ นั่นคือประโยชน์ที่น้องๆ สามารถสร้างให้กับโลกใบนี้”<span>&nbsp;</span><strong>คุณวฤต</strong><span>&nbsp;</span>กล่าว</p><p style="text-align:start;">ผลงานของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 ทีมที่ผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้าย ได้แสดงถึงศักยภาพ ทั้งแนวคิดในการตอบสนองต่อปัญหาที่เป็นอยู่และความความคิดสร้างสรรค์ในออกแบบนวัตกรรม “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)” ซึ่งตอบโจทย์เกณฑ์การตัดสินได้เป็นอย่างดีเยี่ยม รวมถึงรูปแบบการนำเสนอผลงานของแต่ละทีมที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน สร้างความความประทับใจให้กับคณะกรรมการตัดสินเป็นอย่างมาก โดยผลงาน<span>&nbsp;</span><strong>“KMUTT CHARGING STATION” ของที่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</strong><span>&nbsp;</span>สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง โดยได้รับรางวัลเป็นทุนการศึกษามูลค่า 80,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร</p><p style="text-align:start;">สำหรับ<strong>รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน DENOTOL</strong><span>&nbsp;</span>จาก ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร พร้อมทุนการศึกษาจำนวน 50,000 บาท</p><p style="text-align:start;"><strong>รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน Camellia Charging Station</strong><span>&nbsp;</span>จาก ทีมมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร พร้อมทุนการศึกษามูลค่า 30,000 บาท</p><p><span style="text-align:start;">นอกจากนี้ รางวัลชมเชยอีก 3 รางวัล ประกอบด้วย ผลงาน ECO-FRIENDLY MINI EV CHARGING STATION จาก ทีมสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง, ผลงาน Power Treecharg จาก ทีมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และผลงาน Green Tower Station จาก ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้รับทุนการศึกษา รางวัลละ 5,000 บาท และรางวัล Popular Vote ทีมที่มีผู้ชื่นชอบได้รับการโหวตมากที่สุด คือผลงาน DENOTOL จาก ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รับทุนการศึกษาพิเศษ 10,000 บาท</span></p>]]></description><category><![CDATA[งานวิจัยและนวัตกรรม,APAC,Thailand,Hide TH,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Sun, 17 Jul 2022 11:42:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220722-thai-youth-03.jpeg?10000" length="0" type="image/jpeg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220722-thai-youth-03.jpeg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220722-thai-youth-03.jpeg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220722_thai_youth_03]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ในอุตสาหกรรมการผลิตรองเท้า</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/reducing-the-carbon-footprint-of-footwear-production-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/reducing-the-carbon-footprint-of-footwear-production-th/</guid><pp:caseid>496920</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p><span><strong>ความสำเร็จในการร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีสิ่งทอ และบริษัทเส้นใยในประเทศจีน</strong></span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p><span><strong>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร&nbsp;</strong></span><a href="https://www.covestro.com" target="_blank"><span><strong>www.covestro.com</strong></span></a><span><strong>&nbsp;ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</strong></span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;"><a href="https://covestro.com/th">โคเวสโตร</a><span>&nbsp;</span>ร่วมกับ บริษัทเทคโนโลยีสิ่งทอ<span>&nbsp;</span><a href="https://www.huafeng-cn.com/en/" target="_blank">Huafeng</a><span>&nbsp;</span>และ บริษัทเทคโนโลยีเส้นใยสีเขียว<span>&nbsp;</span><a href="http://www.cycloneyarn.com/en/" target="_blank">Cyclone</a><span>&nbsp;</span>จากประเทศจีน ได้ร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นในการผลิตรองเท้าวิ่งและรองเท้ากีฬาคุณภาพสูง ด้วยวิธีที่ยั่งยืนมากกว่าที่เคย โดยการใช้เส้นใยรีไซเคิลที่ผลิตจากเส้นใย CYCLONE® ซึ่งเป็นโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล (rPET) ในการผลิตหน้าผ้าของรองเท้า และเคลือบบางส่วนด้วยเทคโนโลยี HAPTIC® จาก Huafeng ซึ่งในกระบวนการผลิตนั้นได้ใช้โพลียูรีเทน (PU) สูตรน้ำจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ INSQIN® ของโคเวสโตร โดยมีปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้น ครึ่งหนึ่งมาจากวัตถุดิบชีวภาพ ซึ่งการผลิตรองเท้าแต่ละคู่ด้วยวิธีนี้จะเกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ คาร์บอนไดออกไซค์ ประมาณ 230 กรัม ซึ่งน้อยกว่าการใช้โพลียูรีเทน (PU) แบบสูตรเดิมที่ใช้ฟอสซิล และการใช้เส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตขึ้นมาใหม่</p><p style="text-align:start;">“นี่เป็นข่าวดีสำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ด้วยวิธีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด” Tony Wu ผู้จัดการฝ่ายการตลาดสากล แผนกการเคลือบสิ่งทอของโคเวสโตรกล่าว โดยเน้นย้ำว่าความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่ได้ลดทอนคุณสมบัติทางด้านความทนทาน รูปลักษณ์ หรือ ความนุ่มสบายบริเวณหน้าผ้าของรองเท้า โดยใช้ร่วมกับเทคโนโลยีการพิมพ์ HAPTIC® ของ Huafeng ในการสร้างรูปทรง 3 มิติ ซึ่งสามารถใช้พิมพ์บนผ้าผืน เพื่อการออกแบบที่ทันสมัยและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรองเท้ากีฬา</p><p style="text-align:start;">ในกระบวนการผลิต Huafeng ใช้ผลิตภัณฑ์ Impranil® eco DLS โพลียูรีเทน (PU) สูตรน้ำของโคเวสโตรที่มีปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้น ครึ่งหนึ่งมาจากพลังงานชีวมวล (Biomass) โดยใช้เส้นใย PET รีไซเคิลจาก CYCLONE และใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ HAPTIC® ของ Huafeng<br>&nbsp;</p><p style="text-align:start;">Impranil® eco DLS คือ สารยึดเกาะที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพบางส่วนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ INSQIN® ซึ่งเป็นสารเคลือบเรซิ่นสูตรน้ำสำหรับเคลือบเส้นใยที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 60 กรัมต่อการผลิตรองเท้า 1 คู่ ซึ่งค่าที่ได้จากการคำนวณนี้ได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอก โดยจะเห็นความแตกต่างในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ชัดเจนขึ้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการใช้สารเคลือบโพลียูริเทนที่ใช้ตัวทำละลายแบบเดิม นอกจากนี้การใช้เส้นใย PET รีไซเคิล ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 170 กรัมต่อคู่</p><p style="text-align:start;">เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และสิ่งที่เราได้ค้นพบให้กับอุตสาหกรรมนี้ Covestro, Huafeng และ Cyclone ได้ร่วมกันจัดสัมมนาออนไลน์ทั่วโลก เพื่อแนะนำเทคโนโลยีทั้งสาม รวมถึงสิ่งที่เราได้พัฒนาร่วมกัน ซึ่งสามารถรับชมการสัมมนาออนไลน์ที่บันทึกไว้ได้<a href="https://www.bilibili.com/video/BV1v44y1n7RA" target="_blank">ที่นี่</a></p><p style="text-align:start;">“ความยั่งยืน คือ กุญแจสู่ความสำเร็จด้านการตลาดของ Huafeng และด้วยโพลียูรีเทน (PU) สูตรน้ำของโคเวสโตรที่ใช้วัตถุดิบชีวภาพ เราจึงสามารถนำวัตถุดิบหมุนเวียนมาเป็นส่วนผสมในสารเคลือบ HAPTIC® ของเราได้มากขึ้น เพื่อพัฒนาการด้านความยั่งยืน" Dr. Thomas Schmidt ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม ของบริษัท Huafeng กล่าว และ Dr. Torsten Pohl หัวหน้าแผนกการเคลือบสิ่งทอสากล บริษัท โคเวสโตร ได้กล่าวเสริมว่า "การรวมเอาสารเคลือบ INSQIN® โพลียูรีเทน (PU) ที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพบางส่วนของเรา เข้ากับเทคโนโลยีการพิมพ์ HAPTIC® ของ Huafeng สำหรับพิมพ์บนผ้า PET รีไซเคิล นั้น แสดงให้เห็นว่าเราสามารถร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และทำงานร่วมกันในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนได้"</p>]]></description><category><![CDATA[วัสดุทางเลือก,สารเคลือบ,จีน,งานวิจัยและนวัตกรรม,เส้นใย,กีฬาและนันทนาการ,วัสดุ,อุตสาหกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 08 Mar 2022 10:03:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220308-covestro-collaboration-with-huafeng-cyclone-pic-1.jpg?36590" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220308-covestro-collaboration-with-huafeng-cyclone-pic-1.jpg?36590</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220308-covestro-collaboration-with-huafeng-cyclone-pic-1.jpg?36590</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220308_Covestro-Collaboration-with-Huafeng-Cyclone-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Covestro, Huafeng และ Cyclone ร่วมกันพัฒนาวัสดุในการผลิตรองเท้าวิ่งและ รองเท้ากีฬาคุณภาพสูง ซึ่งมีความยั่งยืนมากกว่าที่เคย : เทคโนโลยีสิ่งทอ &amp;copy; HUAFENG]]></pp:imageDescription></item></channel>
                    </rss>