<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:pp="http://www.presspage.com/rss/"
     version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
                <channel>
                    <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                    <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                    <description></description>
                    <language>th-th</language>
                    <lastBuildDate>Mon, 07 Sep 2026 22:03:13 +0200</lastBuildDate>
                    <pubDate>Fri, 04 Jul 2025 06:23:14 +0200</pubDate>
                    <image>
                        <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                        <url>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png</url>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                        <width>144</width>
                    </image><item>
                        <title>โคเวสโตร จับมือ คาทูน นาที ร่วมลดการปล่อยคาร์บอนด้วยรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-and-katoen-natie-partner-to-reduce-carbon-emissions-with-electric-truck-fleet-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-and-katoen-natie-partner-to-reduce-carbon-emissions-with-electric-truck-fleet-th/</guid><pp:caseid>712716</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p><span>โคเวสโตรและคาทูน นาที เปิดตัวโครงการรถบรรทุกไฟฟ้าในประเทศไทย โดยสามารถช่วยลดการปล่อย CO₂ ได้ 400 ตันต่อปี</span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>&nbsp;</strong><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p><span>โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย</span></p><p><span>บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ </span>1 <span>และ </span>2 <span>ภายในปี พ.ศ. </span>2578 <span>และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ </span>3 <span>ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. </span>2593 <span>โคเวสโตรสร้างยอดขายได้ </span>14.2 <span>พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ. </span>2567 <span>ณ สิ้นปี พ.ศ. </span>2567 <span>บริษัทฯ มีฐานการผลิต </span>46 <span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ </span>17,500 <span>คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)</span></p><p>&nbsp;<span>ดูข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่</span>:&nbsp;<a href="http://www.covestro.com/en">Covestro Homepage</a></p><p><span>ติดตามเราได้ทางโซเชียลมีเดีย</span>:&nbsp;<a href="https://www.facebook.com/share/18D5pxjyz3/">Covestro Thailand</a></p><p>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>โคเวสโตร (Covestro) ร่วมกับ คาทูนนาที เซอร์วิสเซส (Katoen Natie Services) ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญบนเส้นทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ผ่านโครงการความร่วมมือในการนำรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในระบบโลจิสติกส์ในประเทศไทย</p><p>โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ คาทูนนาที เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความร่วมมือในโครงการริเริ่มเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้าในกระบวนการขนส่ง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของบริษัท โดยในระยะแรกของโครงการนี้ จะมีการเปลี่ยนจากรถบรรทุกดีเซลเป็นรถบรรทุกไฟฟ้าจำนวน 5 คัน สำหรับการขนส่งระหว่างศุนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด และคลังสินค้าของคาทูนนาที ในจังหวัดระยอง ส่งผลให้ศุนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด กลายเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของโคเวสโตรที่นำรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในการขนส่งเม็ดพลาสติกแบบไม่บรรจุหีบห่อ (bulk truck) โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 รถ EV เหล่านี้จะวิ่งรับ-ส่งสินค้าครอบคลุมระยะทางมากกว่า 200,000 กิโลเมตรต่อปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 400 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการปลูกต้นไม้ 20,000 ต้น</p><p>โครงการนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระยะยาวและวิสัยทัศน์ร่วมด้านสิ่งแวดล้อมของทั้งสองบริษัท โดยการนำรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในการดำเนินงานประจำวัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมสร้างอนาคตที่สะอาดและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p><p>“การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของเรา” <strong>นายเคนนี แวน เดอร์ บีเคน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาทูนนาที เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าว “รถบรรทุก EV เหล่านี้ เมื่อผนวกกับโครงการอื่น ๆ เช่น การขยายการใช้แผงโซลาร์เซลล์ และการใช้รถยกไฟฟ้า จะช่วยให้เราลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้ถึง 33% ในการดำเนินงานของเรา”</p><p>เพื่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) เป็นศูนย์ภายในปี 2593</p><p>โคเวสโตรได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบทุกขั้นตอนในห่วงโซ่อุปทาน การลดการปล่อยก๊าซทางอ้อมทั้งจากต้นน้ำและปลายน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากเป็นแหล่งปล่อยก๊าซคิดเป็นประมาณ 80% ของการปล่อยทั้งหมดของบริษัท</p><p>“ความร่วมมือระหว่างโคเวสโตรและคาทูนนาทีในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่เป็นรูปธรรมของเราต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วนของห่วงโซ่อุปทาน โครงการนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศไทย และสามารถต่อยอดไปใช้ในสถานที่ปฏิบัติงานอื่น ๆ ของโคเวสโตรทั่วโลกได้” <strong>นายชัยยุทธ แจ้งเจนรบ ผู้จัดการศูนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวเสริม</p><p>ในก้าวถัดไปของการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์สีเขียว โคเวสโตรกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำระบบลำเลียงเม็ดพลาสติกแบบใช้ไฟฟ้ามาใช้แทนระบบที่ขับเคลื่อนด้วยดีเซลในปัจจุบันที่ศูนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด โดยโครงการนี้ได้มีการพัฒนาร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ คาทูนนาที และถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ โดยยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือที่แน่นแฟ้นกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์</p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,ไทย,มาบตาพุด,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 01 Jul 2025 11:30:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/ed148573-b80b-4a15-949b-4717992824c8/500_img-0379.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/ed148573-b80b-4a15-949b-4717992824c8/500_img-0379.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/ed148573-b80b-4a15-949b-4717992824c8/img-0379.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[IMG_0379]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตรริเริ่มโครงการนำร่องโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับพาร์ทเนอร์ในประเทศจีน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-initiates-green-logistics-pilot-program-with-partners-in-china-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-initiates-green-logistics-pilot-program-with-partners-in-china-th/</guid><pp:caseid>546282</pp:caseid><pp:subtitle>การลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานของเคมีภัณฑ์</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><span style="background-color:white;"><strong>ความร่วมมือเพื่อการขนส่งด้วยรถบรรทุก</strong></span></li><li><span style="background-color:white;"><strong>กุญแจสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) ของบริษัท</strong></span></li><li><span style="background-color:white;"><strong>สนับสนุนความยั่งยืนและเป้าหมายความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของลูกค้า</strong></span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร&nbsp;</strong></p><p>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;<br>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564&nbsp;<br>ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.covestro.com/en/company/covestro-worldwide/asean" target="_blank">Covestro Homepage.&nbsp;</a><br>ติดตามเราได้ที่: <a href="https://www.facebook.com/CovestroTH/" target="_blank">Facebook Covestro Thailand&nbsp;</a><br><br><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของฝ่ายบริหารโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร <a href="้https://www.covestro.com" target="_blank">www.covestro.com</a> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>การลดการปล่อยมลพิษทางอ้อมจากกระบวนการต้นน้ำและปลายน้ำมีความสำคัญต่อภารกิจของโคเวสโตรในการบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากกระบวนการเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของบริษัท อย่างไรก็ตาม การปล่อย CO2 (Scope 3) ที่เกิดจากห่วงโซ่อุปทาน การขนส่ง หรือการแปรรูปวัตถุดิบในระหว่างการผลิตมักจะตรวจสอบได้ยาก ด้วยเหตุนี้ โคเวสโตรจึงเปิดตัวโครงการโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเป็นโครงการนำร่องร่วมกับพาร์ทเนอร์ในประเทศจีนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานของเคมีภัณฑ์</p><p>ตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ลงนามร่วมกันภายในบูธของโคเวสโตร ในงานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน (China International Import Expo) โคเวสโตรได้ร่วมมือกับลูกค้าของเรา เช่น Sherwin-Williams และ Changzhou Changtu Chemical Co. Ltd รวมถึงพาร์ทเนอร์ด้านโซลูชันโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Sinotrans Chemical International Logistics และ Harbor New Energy Technology Shenzhen ตลอดจนองค์กรอุตสาหกรรม เช่น Smart Freight Center China ในการคิดค้นโซลูชันโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ทั่วทั้งระบบนิเวศอุตสาหกรรม</p><h2>มุ่งเน้นที่การขนส่งด้วยรถบรรทุก</h2><p>ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สินค้าของโคเวสโตรกว่า 70% ใช้รถบรรทุกในการขนส่ง ในขณะที่ในยุโรปและอเมริกาเหนือใช้การขนส่งทางถนนเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น เนื่องจากใช้การขนส่งทางน้ำและทางรถไฟมากกว่า</p><p>ดังนั้นความร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การคิดค้นวิธีการขนส่งด้วยรถบรรทุกที่มีความยั่งยืนมากขึ้น รวมถึงประเมินหาความเป็นไปได้ในการมองหาโซลูชันต่างๆ มาใช้</p><p>รวมถึงการทดลองใช้รถบรรทุกไฟฟ้าในการขนส่งสารเคมีที่ไม่เป็นอันตราย ภายในระยะทางสั้น ๆ เพราะมีข้อห้ามในการนำมาใช้ขนส่งสินค้าอันตรายทางถนน ภายใต้กฎหมายของจีนและยุโรป นอกจากนี้เรายังกำลังทดลองใช้ไบโอดีเซล ซึ่งในเซี่ยงไฮ้กำลังได้รับการสนับสนุนด้านราคา สำหรับการขนส่งสินค้าอันตรายในระยะไกล รวมถึงโซลูชันอื่นๆ ที่เรากำลังพิจารณา เช่น รถบรรทุกพลังงานไฮโดรเจน เป็นต้น ซึ่งโครงการบางอย่างที่ได้ทดลองใช้จะถูกนำมาใช้งานจริง โดยจะมีการประเมินต้นทุนและประโยชน์ที่ได้ภายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566</p><p>“ไอเดียของเราคือ การทดสอบ ปรับเปลี่ยน และเพิ่มปริมาณการใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยมลพิษต่ำ รวมถึงการเลือกใช้ยานพาหนะและโซลูชันโลจิสติกส์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น ภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม และมีผลประโยชน์เชิงพานิชย์ผ่านแพลตฟอร์มแบบเปิด" Samir Hifri, Senior Vice President, Supply Chain & Logistics Asia Pacific ของโคเวสโตรกล่าว "เราเชื่อว่าห่วงโซ่อุปทานเป็นส่วนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเคมีในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราในการหาสมดุลระหว่างการลดต้นทุนและการลดการปล่อยมลพิษผ่านความร่วมมือดังกล่าว"</p><p>ภายใต้ความร่วมมือนี้ จะสามารถสร้างมาตรฐานในการคำนวณและการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG emissions) ด้วยความพยายามเหล่านี้ โคเวสโตรและพาร์ทเนอร์ของเราต้องการจะสร้างมาตรฐานการรับรองที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ เพื่อส่งเสริมโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในรูปแบบธุรกิจที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม</p><p>Jason You, Senior Supply Chain Director ของ Sherwin-Williams Asia กล่าวว่า "เรามุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริการที่เป็นเลิศ และพนักงานมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี และแสวงหาแนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้นเรื่อย ๆ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับโคเวสโตรและพาร์ทเนอร์ชั้นนำอื่นๆ เพื่อความท้าทายเหล่านี้ เราตั้งตารอที่จะร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมและนำเสนอโซลูชันสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนให้กับลูกค้าของเราในประเทศจีนและทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง"</p><h2>กุญแจสำคัญสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3)</h2><p>เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โคเวสโตรประกาศเป้าหมายเพื่อมุ่งสุ่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งรวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากส่วนการผลิตของบริษัทเอง (Scope 1) และจากแหล่งพลังงานภายนอก (Scope 2) ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2578 โดยบริษัทจะรายงานเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมตลอดกระบวนการผลิต (Scope 3) ในปีหน้านี้</p><p>"บันทึกความเข้าใจดังกล่าว (MOU) ถือเป็นก้าวสำคัญในการประกาศเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) ตามแผนของโคเวสโตรในปี 2566 " Zhong Xiaobin, Senior Vice President of the Coatings and Adhesives segment ของโคเวสโตร กล่าว “เราคาดหวังที่จะให้บริการแบบบูรณาการที่ผสมผสานระหว่างผลิตภัณฑ์และบริการด้านโลจิสติกส์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนลูกค้าของเราให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน"</p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,พลาสติก,วัสดุและอุตสาหกรรม,วัสดุ,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Wed, 21 Dec 2022 10:00:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20221108-green-logistics-in-china-pic.jpg?10033" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20221108-green-logistics-in-china-pic.jpg?10033</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20221108-green-logistics-in-china-pic.jpg?10033</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20221108_Green-Logistics-in-China-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สินค้าของโคเวสโตรกว่า 70 % นั้นถูกขนส่งโดยรถบรรทุก ด้วยเหตุผลนี้บริษัทจึงเปิดตัวโครงการนำร่องโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับพาร์ทเนอร์ในประเทศจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานของเคมีภัณฑ์ &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตร เปิดศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืน สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติกให้กับเด็กไทย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-opens-learning-center-of-plastic-innovation-for-sustainability-to-promote-awareness-about-plastic-waste-management-among-children-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-opens-learning-center-of-plastic-innovation-for-sustainability-to-promote-awareness-about-plastic-waste-management-among-children-th/</guid><pp:caseid>551537</pp:caseid><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร&nbsp;</strong><br>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;<br>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564&nbsp;<br>&nbsp;</p><p><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong><br>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของฝ่ายบริหารโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร <a href="https://www.covestro.com" target="_blank">www.covestro.com</a> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 โคเวสโตร หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตโพลีเมอร์คุณภาพสูง เปิดตัวศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรม พลาสติกเพื่อความยั่งยืนอย่างเป็นทางการ เป้าหมายหลักของศูนย์คือการมอบพื้นที่นอกห้องเรียนสำหรับเด็กไทยในการเรียนรู้เกี่ยวกับ ความสำคัญ ของการจัดการขยะพลาสติก อย่างถูกวิธี รวมถึงความรู้เกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจ หมุนเวียน ซึ่นักเรียนที่เข้ามาที่ศูนย์ การเรียนรู้ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับการเดินทางของขยะพลาสติกและการรีไซเคิลพลาสติก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มีความ สำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน ช่วยสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจ ต่อปัญหาสำคัญต่างๆ ในรูปแบบของความรู้ที่มาพร้อมความสนุกจากกิจกรรมและการได้ ปฏิบัติจริง</p><p>โครงการเพื่อสังคมนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายของโคเวสโตรในการสร้างคุณค่าให้กับสังคม บริษัทหวังจะใช้ศูนย์การเรียนรู้นี้เป็นตัวช่วยในการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และยังตอบโจทย์คำมั่นสัญญาของบริษัทด้านการผลิตที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย “เยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วย เปลี่ยนแปลง โลกของเราให้ยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต เราต้องปลูกฝังความคิดที่ถูกต้อง เกี่ยวกับความยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับพวกเขา และโคเวสโตรมุ่งมั่นที่จะสนับสนุน พวกเขาใน ทุกทางที่เราสามารถทำได้ เพราะจุดมุ่งหมายของโคเวสโตร คือการ ‘สร้างสรรค์เพื่อโลกที่สดใสยิ่งขึ้น” ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว</p><p>ความยั่งยืนเป็นองค์ประกอบหลักในพันธกิจของโคเวสโตรและเป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์ของ บริษัทในฐานะที่โคเวสโตรเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและมุ่งสร้างการเติบโตด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ บริษัท ได้ตั้งเป้าหมายสู่ความยั่งยืนที่ครอบคลุมมากกว่าการดำเนินงานในปัจจุบัน ตัวอย่าง เช่น บริษัทมุ่งบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี 2578 และต้องการสร้างให้เกิดการหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบตลอดห่วงโซ่ ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนนี้ เป็นมากกว่าแค่ คำประกาศและโคเวสโตรได้พิสูจน์ให้เห็นจากหลายโครงการแล้วว่าบริษัท สามารถทำแนวคิด ใหม่ ๆ ให้กลายเป็นจริงได้ เช่น การพัฒนาพื้นฐานวัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพของโรงงาน ทุกแห่งอย่างต่อเนื่อง และช่วย ให้ลูกค้าสามารถออกแบบกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งนวัตกรรม เกือบทั้งหมดของโคเวสโตรพัฒนาขึ้นจากความพยายาม ในการให้ความสำคัญกับทั้ง เศรษฐกิจและระบบนิเวศ เพื่อสร้างประโยชน์ให้สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความสำเร็จทาง ธุรกิจของลูกค้า</p><p>ในประเทศไทย โคเวสโตรได้ปฏิบัติตามหลักการผลิตที่ยั่งยืนและแสดงจุดยืนด้านความยั่งยืน ของบริษัท โรงงานผลิตในมาบตาพุดได้สนับสนุนวาระนานาชาติด้านความยั่งยืนผ่าน โครงการริเริ่มหลายโครงการ ตัวอย่างเช่น บริษัทได้เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการ ใช้ไบโอดีเซลสำหรับกิจกรรมทางโลจิสติกส์ภายในโรงงาน การเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงทดแทนที่ เผาไหม้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นทำให้สามารถลดคาร์บอนฟุตปรินท์ภายในห่วงโซ่คุณค่าได้มากกว่าเดิม การริเริ่มการผลิตแบบสมดุลมวลสาร ซึ่งโคเวสโตร ได้รับการรับรองจาก ISCC Plus Certificate นอกจากนี้บริษัทกำลังวางแผนการใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต เพื่อลด มลพิษทางน้ำและอากาศอีกด้วย</p><p>ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโคเวสโตร ได้ที่ <a href="https://www.covestro.com/en/company/covestro-worldwide/asean" target="_blank">www.covestro.co.th</a></p><p>ติดตามโคเวสโตรบน Facebook ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/CovestroTH/" target="_blank">CovestroTH</a></p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,ไทย,มาบตาพุด,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Fri, 09 Dec 2022 10:08:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20221129-covestrolearningcenterofplasticinnovation-01.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20221129-covestrolearningcenterofplasticinnovation-01.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20221129-covestrolearningcenterofplasticinnovation-01.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20221129_Covestro Learning Center of Plastic Innovation_01]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>ความร่วมมือเพื่อโซลูชั่นที่สร้างสรรค์และยั่งยืน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/cooperations-for-creative-and-sustainable-solutions-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/cooperations-for-creative-and-sustainable-solutions-th/</guid><pp:caseid>535505</pp:caseid><pp:subtitle>โคเวสโตรเปิดตัวระบบ &quot;ecosystem&quot; สำหรับพาร์ทเนอร์</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p>นวัตกรรมในโลกอันซับซ้อนมาจากการทำงานร่วมกัน</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร&nbsp;</strong><br>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการใหม่ ๆ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;</p><p>บริษัทมุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี พ.ศ. 2578 (scope 1 และ scope 2) และสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี พ.ศ.2564&nbsp;</p><p><br><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong><br>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของฝ่ายบริหารโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร www.covestro.com ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>ความรู้นั้นเติบโตเร็วกว่าการเติบโตของบริษัท ดังนั้น การแลกเปลี่ยนความรู้และการนำเสนอมุมมองที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดไอเดียที่ดีที่สุด ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อพัฒนาโซลูชั่นให้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น </span><a href="http://www.covestro.com"><span>โคเวสโตร</span></a><span> ได้สร้างระบบ "ecosystem" เพื่อการร่วมมือกันระหว่างพาร์ทเนอร์ โดยมีจุดเชื่อมต่อที่หลากหลายในการทำงานร่วมกัน</span></p><h2><span><strong>การร่วมมือกันเพื่อนวัตกรรมเสาอัจฉริยะ</strong></span></h2><p><span>นอกจากคุณสมบัติและการใช้งานของวัสดุแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการออกแบบมากขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น การออกแบบเสาอัจฉริยะสำหรับเมืองอัจฉริยะและการสัญจรในอนาคต ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นที่หลากหลาย โดยเราได้มีการจัดแสดงไว้ภายในงาน </span><a href="https://www.solutions.covestro.com/en/digital-event-space/kfair"><span>K 2022</span></a><span> งานแสดงสินค้าพลาสติกและยางระดับโลก</span></p><p><span>เสาอัจฉริยะต้องมีประสิทธิภาพในการทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกที่รุนแรง ขณะเดียวกันก็ต้องตอบสนองความต้องการในเรื่องการออกแบบสำหรับเมืองที่ทันสมัย ฟังก์ชั่นการทำงาน และเทรนด์ของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งโคเวสโตรมีทั้งความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มายาวนาน รวมถึงมีกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกโพลีคาร์บอเนตที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเราจึงได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนาแนวคิดดังกล่าวอย่างเต็มที่ ร่วมกับผู้จัดจำหน่าย ลูกค้า OEM สตาร์ทอัพ นักออกแบบ และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ&nbsp;</span></p><p><span>เริ่มต้นด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยนักศึกษาจากสถาบัน Umeå Design Institute ของประเทศสวีเดน ที่ถูกนำมาใช้สร้างเซลล์ขนาดเล็กสำหรับเครือข่าย 5G ซึ่งอยู่ด้านบนของเสาอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องของสถาบันร่วมกับบริษัท Deutsche Telekom โดยโคเวสโตรได้เข้าทำการตรวจสอบการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G ของสภาพแวดล้อมภายในตัวเมือง โดยคำนึงถึงแง่มุมด้านสุนทรียศาสตร์ด้วย ซึ่งโพลีคาร์บอเนตนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับใช้ในการออกแบบ CMF (สี วัสดุ พื้นผิว) และยังช่วยให้สามารถส่งสัญญาณวิทยุความถี่สูงได้โดยปราศจากการรบกวนแม้ในสภาพอากาศที่เลวร้าย และเพื่อเป็นการตรวจสอบประสิทธิภาพของวัสดุและการออกแบบ CMF ภายใต้สภาวะที่แตกต่างกัน โคเวสโตรจึงได้สร้างสถานที่สำหรับทำการทดสอบที่มีความล้ำสมัยภายในศูนย์นวัตกรรมเอเชียแปซิฟิกในเซี่ยงไฮ้ สำหรับทดสอบช่วงความถี่กว้างถึง 50 GHz&nbsp;</span></p><p><span>เรายังได้ร่วมมือกับสถาบัน Umeå Design Institute ในการพัฒนาแนวคิดการออกแบบสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับการใช้งานในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน หนึ่งในนั้นคือการออกแบบสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ถูกติดตั้งอยู่ที่ฐานของเสาอัจฉริยะ และเพื่อภูมิทัศน์ที่ดีของเมืองสมัยใหม่ การออกแบบเสาอัจฉริยะจำเป็นจะต้องสอดคล้องกับบริบททางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของเมืองที่ติดตั้งด้วย ซึ่งต้องมีความทนทาน ทั้งการทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ และทนทานต่อการติดไฟ รวมถึงมีตัวเลือกของการรวมแสงที่หลากหลาย ซึ่งโพลีคาร์บอเนตนั้นสามารถนำไปใช้ในการออกแบบได้อย่างหลากลาย</span></p><h2><span><strong>ความร่วมมือพิเศษ เพื่อการหมุนเวียน</strong></span></h2><p><span>คุณค่าของความร่วมมือจะเห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อเผชิญกับความท้าทายที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งการหมุนเวียนนั้นจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบอุตสาหกรรม ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ผู้ผลิตพลาสติก ลูกค้า ผู้รวมถึง ประกอบการด้านการกำจัดขยะและการรีไซเคิล การที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดร่วมมือกันและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้อย่างสมบูรณ์ น่าเชื่อถือ และยังมีราคาไม่แพง เพื่อให้สามารถนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ได้</span></p><p><span>โคเวสโตรจึงทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั้งทางด้านอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ในทุกขั้นตอนของวงจรผลิตภัณฑ์ เพื่อค้นหาโซลูชั่นในการทำให้อนาคตมีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ซึ่งมีการร่วมมือกับทั้งกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นบริษัทและสตาร์ทอัพ โดยโคเวสโตรได้จัดแสดงไว้ในงาน K 2022 งานแสดงสินค้าพลาสติกและยางอันดับระดับโลก</span></p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,เศรษฐกิจหมุนเวียน,ความยั่งยืน,วัสดุทางเลือก,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 15 Nov 2022 10:00:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20221005-open-innovation-at-covestro-pic.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20221005-open-innovation-at-covestro-pic.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20221005-open-innovation-at-covestro-pic.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20221005_Open-Innovation-at-Covestro-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[โคเวสโตรได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในการพัฒนาเสาอัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อเมืองอัจฉริยะและการสัญจรในอนาคต  ด้วยการใช้วัสดุโพลีคาร์บอเนตที่มีประสิทธิภาพสูงจะทำให้ตัวเสามีความไฮเทค ตรงตามข้อกำหนดการออกแบบเมืองที่ทันสมัย ทั้งด้านการใช้งาน และตามเทรนด์ของการพัฒนาที่ยั่งยืน &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>แนวคิดใหม่สำหรับโซลูชั่นหมุนเวียนด้วยการใช้วัตถุดิบทางเลือก</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/new-concept-for-circular-solutions-with-alternative-raw-materials-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/new-concept-for-circular-solutions-with-alternative-raw-materials-th/</guid><pp:caseid>536854</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p>• การแนะนำผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด CQ ซึ่งใช้วัตถุดิบทางเลือก&nbsp;<br>• ต่อยอดแนวคิดกับ Evocycle® CQ ที่ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการรีไซเคิล และการออกแบบวงจร&nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร&nbsp;</strong><br>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการใหม่ ๆ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;<br>บริษัทมุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี พ.ศ. 2578 (scope 1 และ scope 2) และสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี พ.ศ.2564&nbsp;</p><p><br><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong><br>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของฝ่ายบริหารโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร www.covestro.com ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>วัตถุดิบทางเลือกเป็นเสาหลักที่สำคัญในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และที่ </span><a href="https://www.covestro.com/"><span>โคเวสโตร</span></a><span> iเรากำลังมุ่งเน้นในการเลือกใช้วัตถุดิบชีวมวล วัตถุดิบรีไซเคิล และไฮโดรเจนสีเขียว และเราได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด "CQ" ซึ่งใช้วัตถุดิบทางเลือกมาใช้ในการผลิตสินค้าอย่างน้อย 25 % โดย "CQ" ในที่นี้ย่อมาจาก “Circular Intelligence” ซึ่งเป็นแนวคิดอันชาญฉลาดสำหรับวัสดุและโซลูชั่นที่ยั่งยืน ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกดูได้ง่ายๆ จากคำว่า CQ ซึ่งต่อท้ายชื่อผลิตภัณฑ์</span></p><p><span>"โซลูชั่นทั้งหมดของเราภายใต้แนวคิด CQ เป็นข้อพิสูจน์ว่าเรากำลังทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะทำให้วิสัยทัศน์ของเราเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียนกลายเป็นจริง เพื่อช่วยให้ลูกค้าและพันธมิตรบรรลุเป้าหมายทางด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน และเรายังมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น” คุณสุเชตา โกวิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตร กล่าว "นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มเท่านั้น ในระยะยาวโคเวสโตรต้องการให้ทุกผลิตภัณฑ์ของเรามีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ¹”</span></p><h2><span><strong>Evocycle<sup>®</sup> CQ: ชื่อใหม่ของนวัตกรรมเทคโนโลยีการรีไซเคิล และการออกแบบวงจรของโคเวสโตร</strong></span></h2><p><span>ขยะพลาสติกคือวัตถุดิบที่มีคุณค่า และไม่ควรทิ้งไปง่ายๆ ดังนั้น โคเวสโตรจึงมีความภาคภูมิใจที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเส้นทางของการหมุนเวียนนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และเราให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการรีไซเคิลเป็นอันดับต้นๆ โดยเราได้พัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้เปิดตัว "Evocycle<sup>®</sup> CQ" ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของแนวคิด CQ ที่ใช้เทคโนโลยีการรีไซเคิลเข้ามาช่วย ด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิลและวัตถุดิบรีไซเคิลในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของโคเวสโตร ซึ่งช่วยให้ระบบปิดวงจร (close loop) เร็วขึ้น</span></p><p><span>Wยิ่งไปกว่านั้น บริษัทไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง เราได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ ที่เชี่ยวชาญทางด้านการรีไซเคิลและการใช้ซ้ำ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่า ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อย CO<sub>2</sub> ได้อย่างมาก</span></p><p><span>เริ่มต้นจากที่นอน Evocycle<sup>®</sup> CQ: ซึ่งโคเวสโตรได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีด้วยกระบวนการทางเคมีของโฟมโพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่นจากที่นอนใช้แล้ว ซึ่งสามารถนำส่วนประกอบหลักทั้งสองตัว คือ โพลิออลและสารตั้งต้นของไอโซไซยาเน (TDI) กลับมาใช้ใหม่ได้ ด้วยเทคโนโลยีนี้ โฟมจากที่นอนเก่าที่หมดอายุการใช้งานแล้วก็จะถูกนำกลับมาใช้เป็นสารตั้งต้นของโพลียูรีเทนอีกครั้ง</span></p><p><span>เมื่อปีที่แล้ว บริษัทได้ดำเนินการโรงงานนำร่องในเมืองเลเวอร์คูเซ่น โดยยืนยันผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการในเชิงบวก และเรายังเดินหน้าต่อไป ด้วยการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิล เช่น Interzero และ Eco-mobilier<sup>2</sup>รวมทั้งพาร์ทเนอร์ด้านอื่นๆ ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า เพื่อปิดวงจรวัสดุของที่นอนโพลียูรีเทนอย่างสมบูรณ์ในระดับอุตสาหกรรม&nbsp;</span></p><h2><span><strong>จากวัตถุดิบแบบสมดุลมวลสารสู่ไฮโดรเจนสีเขียว</strong></span></h2><p><span>วัตถุดิบที่ผลิตจากชีวมวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากขยะชีวภาพและวัสดุเหลือใช้ก็มีความสำคัญมากขึ้นเช่นกัน โคเวสโตรนั้นใช้วัตถุดิบที่ได้จากวัสดุเหลือใช้เป็นหลัก เนื่องจากมีปริมาณมากและสามารถนำไปใช้ในการผลิตพลาสติกได้หลายประเภท และวัตถุดิบจากกระบวนการสมดุลมวลสารนั้นมีคุณภาพดีเช่นเดียวกับวัตถุดิบที่ผลิตจากฟอสซิล ซึ่งลูกค้าไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการใดๆ นอกจากนี้ โคเวสโตรยังทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์จำนวนหนึ่ง ซึ่งส่งมอบวัตถุดิบแบบสมดุลมวลสารที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISCC PLUS ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ด้วยการนำวัตถุดิบจากฟอสซิล และวัสดุชีวภาพ ไปผสมเป็นผลิตภัณฑ์ที่แล้วเสร็จตามสัดส่วน โดยมีการตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม</span></p><p><span>โคเวสโตรได้เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบทางเลือกและวัตถุดิบแบบสมดุลมวลสารในการผลิต ในบางกรณีก็เลือกใช้พลังงานหมุนเวียนจากลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยโรงงานผลิตของเราหลายที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก ISCC PLUS เช่น ที่เลเวอร์คูเซ่น ดอร์มาเกน เครเฟลด์-เออร์ดิงเกิน แอนต์เวิร์ป ฟิลาโก เซี่ยงไฮ้ มาบตาพุด และชางหัว</span></p><p><span>ไฮโดรเจนสีเขียวที่เกิดจากพลังงานลมหรือพลังงานแสงอาทิตย์ถือว่ามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเคมีเช่นกัน ซึ่งเป็นทั้งวัตถุดิบทางเลือกและพลังงานสะอาด โคเวสโตรและพาร์ทเนอร์ของเรามีความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเร่งด่วน ด้วยการใช้ไฮโดรเจนและอนุพันธ์เพื่อผลิตพลาสติกประสิทธิภาพสูง</span></p><hr><p><i><span style="text-align:start;">¹ </span><span>ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศเป็นผลมาจากการประเมินภายในของวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์บางส่วนตั้งแต่การสกัดวัตถุดิบ (ต้นทาง) ไปจนถึงโรงงานของโคเวสโตร (ปลายทาง) หรือที่เรียกว่าการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง&nbsp;</span></i><br><i><span><sup>2</sup> </span>เมื่อต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 บริษัท "Eco-mobilier" ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "Ecomaison"&nbsp;</i></p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,โฟม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 15 Nov 2022 10:00:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20221013-covestro-introduces-ca-and-evocycle-cq-pic.jpg?83457" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20221013-covestro-introduces-ca-and-evocycle-cq-pic.jpg?83457</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20221013-covestro-introduces-ca-and-evocycle-cq-pic.jpg?83457</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20221013_Covestro-Introduces-CA-and-Evocycle-CQ-Pic]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>อินนิออสจัดหาวัตถุดิบแบบสมดุลมวลสารสำหรับผลิตโพลีคาร์บอเนตให้กับโคเวสโตร</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/ineos-supplies-covestro-with-mass-balanced-raw-materials-for-polycarbonate-plastics-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/ineos-supplies-covestro-with-mass-balanced-raw-materials-for-polycarbonate-plastics-th/</guid><pp:caseid>525185</pp:caseid><pp:subtitle>ฟีนอลและอะซิโตนที่สามารถช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p><strong>ช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน</strong></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร&nbsp;</strong><br><br>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;<br><br>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2035 (scope 1 และ scope 2) และสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564&nbsp;<br><br><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong><br><br>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร <a href="https://www.covestro.com">www.covestro.com</a> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>โคเวสโตรได้รับการส่งมอบฟีนอล (phenol) และ อะซิโตน (acetone) ซึ่งเป็นวัตถุดิบแบบสมดุลมวลสาร จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ INVIRIDIS™ ของอินนิออส (INEOS) ซึ่งเราได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)เหล่านี้ ในการผลิตพลาสติกโพลีคาร์บอเนตที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ผลิตไฟหน้า ชิ้นส่วนรถยนต์ ตัวเครื่องของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตัวนำแสง เลนส์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอื่น ๆ</span></p><p><span>"คุณสุเชตา โกวิล (Sucheta Govil) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตร กล่าวว่า “การเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบแบบสมดุลมวลสาร ก็เพื่อเป้าหมายในการลดการปล่อยมลพิษทางอ้อมในห่วงโซ่อุปทานให้มากที่สุด และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ๊น เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน"</span></p><h2><span><strong>สัญลักษณ์ด้านโซลูชั่นหมุนเวียน</strong></span></h2><p><span>คุณลิลี่ หวัง (Lily Wang) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจพลาสติกเชิงวิศวกรรม กล่าวเน้นย้ำถึงประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าของเรา "เรานำเสนอโซลูชั่นแบบดรอป-อิน (Drop-in) ที่ลูกค้าของเราสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตที่มีอยู่ได้ทันทีและง่ายดาย โดยไม่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคใดๆ ซึ่งสามารถนำไปผลิตสินค้ามีคุณภาพสูงไม่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบฟอสซิล โดยผลิตภัณฑ์ภายในโซลูชั่นหมุนเวียน หรือ CQ ถูกนำเสนอภายใต้ชื่อ Makrolon® RE, Bayblend® RE, Makroblend® RE และ Apec® RE เป็นแนวคิดใหม่จากโคเวสโตรที่มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบทางเลือกในผลิตภัณฑ์ของบริษัท และมีการแสดงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้</span></p><p><span>NVIRIDIS™ คือแบรนด์สินค้าของ ฟีนอล (phenol) และ อะซิโตน (acetone) ที่ผลิตขึ้นจากสารคิวมีนชีวภาพ (Cumene) ในโรงงานของ INEOS ที่เมือง Gladbeck และเมือง Antwerp ซึ่งโรงงานทั้งสองแห่งนั้นได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS และมาตรฐาน RSB ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งใช้วัตถุดิบมีปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ที่มาจากฟอสซิล</span></p><p><span>การรับรองมาตรฐานโดย ISCC PLUS และ RSB เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ INEOS ในการทำงานด้วยเศรษฐกิจชีวภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความยั่งยืนที่แข็งแกร่งของ INVIRIDIS™</span></p><p><span>กอร์ดอน อดัมส์ (Gordon Adams) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจฟีนอล ของ INEOS กล่าวว่า "กลยุทธ์ความยั่งยืนของเรา คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ฟีนอล (phenol) และ อะซิโตน (acetone) ที่มีความยั่งยืนให้มากขึ้น โดยชื่อว่า INVIRIDIS™ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์แบบดรอปอิน</span></p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,วัสดุทางเลือก,พลาสติก,ยานยนต์,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 20 Oct 2022 09:49:57 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220824-collaboration-of-covestro-and-ineos-on-mass-balanced-pc-raw-materials-pic.jpg?76175" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220824-collaboration-of-covestro-and-ineos-on-mass-balanced-pc-raw-materials-pic.jpg?76175</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220824-collaboration-of-covestro-and-ineos-on-mass-balanced-pc-raw-materials-pic.jpg?76175</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220824_Collaboration-of-Covestro-and-Ineos-on-Mass-Balanced-PC-Raw-Materials-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Makrolon&amp;reg; พลาสติกประสิทธิภาพสูงจากโคเวสโตร สำหรับใช้ผลิตไฟรถยนต์ และการใช้งานอื่นๆ และในอนาคต เราจะนำเสนอผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งใช้ฟีนอล (phenol) อะซิโตน (acetone) จากวัตถุดิบที่ใช้วิธีสมดุลมวลสาร จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ INVIRIDIS&amp;trade; ของ INEOS &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรเปิดตัวโพลีอีเทอร์โพลิออลซึ่งเป็นวัตถุดิบชีวภาพแบบหมุนเวียน¹ ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-introduces-more-sustainable-polyether-polyols-based-on-bio-circular-raw-materials-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-introduces-more-sustainable-polyether-polyols-based-on-bio-circular-raw-materials-th/</guid><pp:caseid>530287</pp:caseid><pp:subtitle>อีกก้าวสำคัญบนเส้นทางสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p><strong>· &nbsp;การใช้ร่วมกับไอโซไซยาเนต (isocyanates) ที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับ โฟม PU ซึ่งเป็นวัตถุดิบทางเลือก&nbsp;</strong><br><strong>· &nbsp;ลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์เมื่อเปรียบเทียบกับวัตถุดิบที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล&nbsp;</strong><br><strong>· &nbsp;มีคุณภาพสูงเทียบเท่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากฟอสซิล&nbsp;</strong><br><strong>· &nbsp;นำไปใช้ในกระบวนการผลิตเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลง&nbsp;</strong><br><strong>· &nbsp;ศูนย์การผลิตในเมือง Maasvlakte และเมือง Dormagen ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS</strong></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร:</strong></p><p>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการใหม่ ๆ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p><strong>ข้อความบ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการ&nbsp;<br><br>ดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร <a href="https://www.covestro.com">www.covestro.com</a>.&nbsp; ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><a href="http://www.covestro.com/"><span>โคเวสโตร</span></a><span> สามารถนำเสนอโพลีอีเทอร์โพลิออล (polyether polyols) ที่ใช้วัตถุดิบชีวภาพแบบหมุนเวียน¹ ควบคู่กับอีนไดไอโซไซยาเนต (toluene diisocyanate - TDI) แบบหมุนเวียน¹ และเมทิลีนไดฟีนิลไดไอโซไซยาเนต (methylene diphenyl diisocyanate – MDI ) ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ² ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตโฟมโพลียูรีเทน (PU) ที่ใช้วัตถุดิบทางเลือก โดยโพลิออล (polyols) นี้ถูกผลิตขึ้นด้วยวิธีการคำนวณสมดุลมวลสารโดยใช้สารตั้งต้นทดแทนจากขยะชีวภาพและวัสดุเหลือใช้ เช่นเดียวกับ TDI และ MDI</span></p><p><span>MDI นั้นถูกใช้เป็นส่วนผสมในโฟม PU ชนิดแข็ง สำหรับผลิตฉนวนกันความร้อนประสิทธิภาพสูงในอาคารและตู้เย็น ส่วน TDI นั้นเป็นส่วนผสมในโฟม PU ชนิดยืดยุ่น เพื่อเพิ่มความนุ่มสบายให้กับที่นอน เฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ เบาะรถยนต์ และรองเท้า และด้วยโพลิออล (polyols) นี้ จะช่วยให้โคเวสโตรสามารถนำเสนอพรีพอลิเมอร์ (prepolymers) สำหรับผลิตกาวเพื่อการใช้ในงานประเภทต่างๆ โดยวิธีการสมดุลมวลสารนี้ถูกนำมาใช้เพื่อทดแทนการใช้วัตถุดิบจากฟอสซิลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยการเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบชีวภาพแบบหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยั่งยืนให้กับการใช้งานต่างๆ</span></p><p><span>โคเวสโตรมีโรงงานผลิตโพลีอีเทอร์โพลิออล (polyether polyols) ในเมือง Dormagen ประเทศเยอรมนี โดยใช้สารตั้งต้นโพรพิลีนออกไซด์แบบสมดุลมวลสาร ร่วมกับโรงงานของ LyondellBasell ในเมือง Maasvlakte ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยโรงงานทั้งสองแห่งเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมทุนในการผลิตโพรพิลีนออกไซด์ (propylene oxide) และสไตรีนโมโนเมอร์ (styrene monomer) ซึ่งต่างได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISCC PLUS ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล</span></p><p><span>คุณสุเชตา โกวิล (Sucheta Govil) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตร กล่าวว่า "การเปิดตัวส่วนประกอบหลักสำหรับโพลียูรีเทนที่ใช้วัตถุดิบทางเลือกนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ในตอนนี้เราสามารถช่วยลูกค้าของเราในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน และในขณะเดียวกัน เราก็กำลังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในห่วงโซ่คุณค่าอีกด้วย"</span></p><p>&nbsp;</p><p><span>ลูกค้าสามารถใช้โพลีอีเทอร์โพลิออล (polyether polyols) และไอโซไซยาเนต (isocyanate) ที่มีความยั่งยืนมากขึ้นในรูปแบบของโซลูชั่นแบบ ดรอป-อิน (Drop-in) ซึ่งหมายความว่าสามารถนำวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตที่มีอยู่ได้ทันทีและง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนทางเทคนิค โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีคุณภาพสูงเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากฟอสซิล เพื่อช่วยตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่กำลังมองหาวัตถุดิบทางเลือก โดยสามารถเลือกดูได้ง่ายๆ จากคำว่า CQ ซึ่งต่อท้ายชื่อผลิตภัณฑ์ โดยCQ ย่อมาจาก Circular Intelligence ที่เน้นให้เห็นถึงผลิตภัณฑ์ของโคเวสโตร และความคิดริเริ่มที่เกี่ยวกับการหมุนเวียน</span></p><hr><p><span>&nbsp;</span><span style="text-align:start;">¹ </span><i><span><sub>โพลีอีเทอร์โพลิออล (polyether polyols) ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น และ TDI แบบหมุนเวียนถูกผลิตขึ้นด้วยวิธีการคำนวณสมดุลมวลสารโดยใช้สารตั้งต้นทดแทนจากขยะชีวภาพและวัสดุเหลือใช้</sub></span></i></p><p><span style="text-align:start;">²</span><span> </span><i><span><sub>ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศเป็นผลมาจากการประเมินภายในของวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์บางส่วนตั้งแต่การสกัดวัตถุดิบ (ต้นทาง) ไปจนถึงโรงงานของโคเวสโตร (ปลายทาง) หรือที่เรียกว่าการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ระเบียบวิธีในการประเมินวัฏจักรชีวิตนั้นได้รับการตรวจสอบด้วยวิจารณญาณโดยบริษัท TÜV Rheinland ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และ 14044 การคำนวณจะพิจารณาถึงการดูดซึมของไบโอเจนิกคาร์บอนและขึ้นอยู่กับข้อมูลเบื้องต้นจากห่วงโซ่อุปทาน ไม่มีการใช้มาตรการชดเชย</sub></span></i></p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,โฟม,งานก่อสร้าง,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ,วัสดุทางเลือก,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 20 Oct 2022 09:42:19 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220912-covestro-offers-mass-balanced-polyether-polyols-pic-3.jpeg?50430" length="0" type="image/jpeg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220912-covestro-offers-mass-balanced-polyether-polyols-pic-3.jpeg?50430</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220912-covestro-offers-mass-balanced-polyether-polyols-pic-3.jpeg?50430</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220912_Covestro-Offers-Mass-Balanced-Polyether-Polyols-Pic-3]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[โพลีอีเทอร์โพลิออล (polyether polyols) ที่มีความยั่งยืนมากขึ้นนี้ ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพแบบหมุนเวียน ซึ่งในอนาคตสามารถนำมาใช้ในการผลิตพรีพอลิเมอร์ (prepolymers) สำหรับกาวโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูงได้ด้วย &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS สำหรับศูนย์การผลิตมาบตาพุด ประเทศไทย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-receives-iscc-plus-certification-for-its-map-ta-phut-production-site-in-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-receives-iscc-plus-certification-for-its-map-ta-phut-production-site-in-thailand-th/</guid><pp:caseid>525678</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p><strong>โดยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าเดิม</strong></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="text-align:justify;"><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p style="text-align:justify;"><span>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</span></p><p style="text-align:justify;"><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร </span><i><span>www.covestro.com </span></i><span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัปเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรงงานผลิตของโคเวสโตรในมาบตาพุดได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนทางชีวมวลและพลังงานชีวมวล ด้วยมาตรฐานนี้ บริษัทสามารถส่งมอบโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูงจำนวนมากให้กับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรวมถึงวัสดุคอมปาวด์และฟิล์มโพลีคาร์บอเนตที่ผลิตจากวัตถุดิบทางเลือกที่มีคุณภาพในระดับเดียวกับวัตถุดิบจากฟอสซิล</span></p><p><span>“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงงานผลิตในมาบตาพุดเป็นอีกหนึ่งโรงงานของโคเวสโตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS” ดร.ทีโม</span><i><span> </span></i><span>สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และผู้จัดการศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุด กล่าว “ด้วยมาตรฐานนี้ เรามุ่งขับเคลื่อนการทดแทนวัตถุดิบจากฟอสซิลด้วยสารประกอบทางเลือก ซึ่ง เราได้รับวัตถุดิบสมดุลมวลสาร ฟีนอล และ อะซิโตน ชุดแรกจากซัพพลายเออร์ในเอเชียในเดือนสิงหาคม &nbsp;2565 และได้เริ่มผลิตโพลีคาร์บอเนตภายใต้มาตรฐานชีวภาพเชิงหมุนเวียน ISCC Plus ล็อตแรกที่มาบตาพุดเมื่อไม่นานมานี้”</span></p><p><span>การรับรองมาตรฐานนี้ทำให้โคเวสโตรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารหลายชนิดจากโรงงาน เช่น พลาสติก Makrolon<sup>®</sup> RE และฟิล์ม Makrofol<sup>®</sup> ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากฟอสซิล โดยพลาสติกชนิดแรกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ CQ ซึ่งเป็นกลุ่มโซลูชันแบบหมุนเวียนจากโคเวสโตร CQ เป็นแนวคิดใหม่จากโคเวสโตรที่มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบทางเลือกในผลิตภัณฑ์ของบริษัท และมีการแสดงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้</span></p><p><span>ในแนวคิดด้านสมดุลมวลสาร วัตถุดิบชีวภาพหรือวัตถุดิบรีไซเคิลจะถูกป้อนเข้าไปในช่วงแรกของการสกัดวัตถุดิบ และนำไปผสมเป็นผลิตภัณฑ์ที่แล้วเสร็จตามสัดส่วนที่ผ่านการคำนวณ วิธีการนี้ช่วยลดการใช้วัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารยังคงเท่าเทียมกันกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฟอสซิล&nbsp;</span></p><p><span>โซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้สูตรการผลิต อุปกรณ์ วิธีการผลิต และข้อกำหนดในการผลิตแบบเดิมได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยน และในขณะเดียวกัน โคเวสโตรยังพร้อมสนับสนุนลูกค้าในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนอีกด้วย&nbsp; และนอกเหนือจากโรงงานผลิตในมาบตาพุด โรงงานผลิตแห่งอื่นของโคเวสโตรในเมือง เซี่ยงไฮ้ ชางฮัว เลเวอร์คูเซิน ดอร์มาเกิน เครเฟลด์-เออร์ดิงเกิน แอนต์เวิร์ป และ ฟิลาโก ก็ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS เช่นเดียวกัน</span></p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,พลาสติก,วัสดุและอุตสาหกรรม,วัสดุ,อุตสาหกรรม,สถานที่,APAC,ไทย,มาบตาพุด,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 30 Aug 2022 10:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220830_Map-Ta-Phut-Receives-ISCC-PLUS-Certification-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[การรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ทำให้โคเวสโตรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารหลายชนิดจากโรงงาน เช่น พลาสติก Makrolon&amp;reg; RE และฟิล์ม Makrofol&amp;reg; ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากฟอสซิล]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรขยายการลงทุนในการผลิตโพลีคาร์บอเนตที่มีความยั่งยืนมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-invests-in-the-production-of-more-sustainable-polycarbonates-in-asia-pacific-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-invests-in-the-production-of-more-sustainable-polycarbonates-in-asia-pacific-th/</guid><pp:caseid>524816</pp:caseid><pp:subtitle>อีกก้าวสำคัญสำหรับโคเวสโตรในการมุ่งสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>สามารถส่งมอบโพลีคาร์บอเนตเกรดรีไซเคิลได้มากกว่า 60,000 ตันต่อปี ภายในปี พ.ศ. 2569 เพื่อตอบสนองความต้องการภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</strong></li><li><strong>ครั้งแรกกับศูนย์การผลิตด้วยการรีไซเคิลเชิงกลในเซี่ยงไฮ้&nbsp;</strong><br><strong>การปรับเปลี่ยนสายการผลิตสำหรับการรีไซเคิลเชิงกลในประเทศไทย</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p><span>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2035 (scope 1 และ scope 2) และสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</span></p><p><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></span></p><p><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร www.covestro.com ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>การรีไซเคิลพลาสติกผ่านกระบวนการทางเชิงกล ด้วยการคัดแยก การบดเป็นชิ้นเล็กๆ การบดให้เป็นผง และการผสมสารเติมแต่งนั้น เป็นส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยโคเวสโตร ได้ประกาศแผนที่จะจัดตั้งศูนย์การผลิตด้วยการรีไซเคิลเชิงกล (MCR) ของโพลีคาร์บอเนตเป็นครั้งแรกในโรงงานที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากการรีไซเคิลเชิงกล (MCR) แบบใหม่นี้จะช่วยตอบสนองความต้องการในด้านโซลูชั่นที่มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์ Post-Consumer-Recycled (PCR) ที่เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนประกอบยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น</span></p><p><span>โดยศูนย์การผลิตใหม่นี้ ใช้เงินลงทุนมากกว่า 27 ล้านยูโร ซึ่งจะสามารถผลิตและส่งมอบโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูงที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบจากการรีไซเคิลเชิงกลได้มากกว่า 25,000 ตันต่อปี โดยจะเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2566 นี้ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะส่งมอบโพลีคาร์บอเนตที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบรีไซเคิลกว่า 60,000 ตัน/ปี ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจนถึงปี พ.ศ. 2569</span></p><p><span>"กระบวนการผลิต MCR เป็นขั้นตอนสำคัญในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเราตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และบรรลุเป้าหมายเพื่อความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ในปี 2578"&nbsp; โดย คุณสุเชตา โกวิล (Sucheta Govil) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตร กล่าวว่า “พลาสติกรีไซเคิลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยจัดการกับความท้าทายระดับโลกที่เรากำลังเผชิญร่วมกันในฐานะประชากรโลก เราจะยังคงขยายการลงทุนและพัฒนาการผลิตพลาสติกรีไซเคิล และเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในการผลิตวัสดุรีไซเคิลให้มากยิ่งขึ้น”</span></p><p><span>คุณลิลี่ หวัง (Lily Wang)&nbsp; หัวหน้ากลุ่มธุรกิจพลาสติกเชิงวิศวกรรม ของโคเวสโตร กล่าวว่า "เพื่อการตอบสนองความต้องการด้านโซลูชั่นหมุนเวียนและยั่งยืนให้กับลูกค้าที่อยู่ปลายน้ำ เรายังคงเดินหน้าในการลงทุนเพื่อขยายขีดความสามารถของเราต่อไป&nbsp; โดยศูนย์การผลิต MCR นี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของความพยายามของเรา และเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้นในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน"</span></p><h2><span><strong>การปรับเปลี่ยนโรงงาน Compounding ในประเทศไทย เพื่อตลาดอาเซียน</strong></span></h2><p><span>โคเวสโตรได้นำสายการผลิตของโรงงาน Compounding ที่มีอยู่เดิม ณ ศูนย์การผลิตมาบตาพุด ในประเทศไทย มาเป็นโรงงานต้นแบบสำหรับการรีไซเคิลเชิงกล โดยการปรับเปลี่ยนสายการผลิตนี้มีกำหนดแล้วเสร็จภายในสิ้นปี พ.ศ. 2565 เพื่อตอบสนองความต้องการในผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตจากวัตถุดิบรีไซเคิล (Post-Consumer Recycled - PCR) ของตลาดในหลากหลายอุตสาหกรรม ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มี PCR เป็นส่วนประกอบ ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการผลิตประจำปีภายในปี พ.ศ. 2573</span></p><p><span>ดร. นิโคลัส สต็อกเคล (Dr. Nicolas Stoeckel) หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการในกลุ่มธุรกิจพลาสติกเชิงวิศวกรรม กล่าวว่า "การพัฒนาโครงการในประเทศจีนและประเทศไทย ไม่ได้เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการปรับปรุงความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบรีไซเคิลได้มากขึ้น และมีความเสถียรในด้านคุณภาพ ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงของภูมิภาคเอเชียในการเป็นผู้นำในด้านผู้ผลิตโพลีคาร์บอเนตรีไซเคิลระดับโลก"</span></p><p><span>โรงงานทั้งสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ สาธาณรัฐประชาชนจีน และมาบตาพุด ประเทศไทย จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตโพลีคาร์บอเนต เกรด PCR ได้แก่ Makrolon® R และ Bayblend® R ของ Covestro ซึ่งมีวัตถุดิบจากการรีไซเคิลสูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ และสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม &nbsp;</span></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,การรีไซเคิล,พลาสติก,ยานยนต์,จีน,เกาจิ้ง,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Fri, 19 Aug 2022 10:12:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220819-new-line-for-mechanical-recycling-of-polycarbonate-pic.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220819-new-line-for-mechanical-recycling-of-polycarbonate-pic.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220819-new-line-for-mechanical-recycling-of-polycarbonate-pic.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220819_New-Line-For-Mechanical-Recycling-Of-Polycarbonate-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Preview unavailable พิธีวางศิลาฤกษ์สำหรับศูนย์การผลิตใหม่ด้วยการรีไซเคิลเชิงกลของโพลีคาร์บอเนต]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรมุ่งขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนในเยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมสนับสนุนโครงการ EV Hackathon 2022</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-drives-for-innovation-for-sustainability-capability-in-the-future-generation-supporting-ev-hackathon-2022-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-drives-for-innovation-for-sustainability-capability-in-the-future-generation-supporting-ev-hackathon-2022-th/</guid><pp:caseid>524179</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p style="text-align:justify;"><span><strong>กรุงเทพฯ ประเทศไทย:</strong></span><i><span><strong> </strong></span></i><span><strong>โคเวสโตร หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตวัสดุโพลีเมอร์คุณภาพสูง ร่วมเป็นพันธมิตรผู้จัดโครงการและได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินในการคัดเลือก 8</strong></span><i><span><strong> </strong></span></i><span><strong>ทีม ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ในรอบชิงชนะเลิศของโครงการการแข่งขัน</strong></span><i><span><strong> “</strong></span></i><span><strong>ความคิดสร้างสรรค์สำหรับการคมนาคมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong></span><i><span><strong>” </strong></span></i><span><strong>หรือ EV Hackathon</strong></span><i><span><strong> </strong></span></i><span><strong>ซึ่งประกาศผลไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา</strong></span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="text-align:start;"><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p style="text-align:justify;"><span>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2035 (scope 1 และ scope 2) และสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</span></p><p style="text-align:start;"><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร </span><a href="https://www.covestro.com/"><span>www.covestro.com</span></a><span> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>โครงการการแข่งขันความคิดสร้างสรรค์นี้มุ่งพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถช่วยขับเคลื่อนแนวคิด “พันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” ให้มีผลอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 160 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เยอรมนี ซึ่งคณะผู้จัดงานหลักประกอบด้วยรัฐบาลไทย นำโดยกระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลเยอรมนี นำโดยสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งการแข่งขัน EV Hackathon นี้มอบโอกาสให้นักศึกษาได้รับความรู้ใหม่เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าผ่านการอบรมที่เข้มข้นและหลากหลาย โครงการนี้ยังเป็นแพลตฟอร์มให้นักศึกษาพัฒนาและนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาเพื่อการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า ผ่านวิธีคิดด้านเทคโนโลยี ธุรกิจและการบริหาร</p><p>โคเวสโตร แสดงถึงความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในหัวข้อของการแข่งขันนี้ ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในฐานะวิทยากรในการอบรมและแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ “นวัตกรรมวัสดุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า” นอกจากนี้ยังได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินและคัดเลือกผลงานความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาในรอบรองชนะเลิศ 16 ทีม เพื่อผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจำนวน 8 ทีม จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมดประมาณ 100 ทีม และโคเวสโตรจะร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะจัดในรูปแบบของการจัดงานแบบแข่งขันกันที่สถานที่จัดงานแบบ real time ในรูปแบบ Hackathon 24 ชั่วโมง ในวันที่ 27 – 28 สิงหาคม 2565 ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ&nbsp;&nbsp;<br>“ประเทศไทยจะมีความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอาเซียนได้ในอนาคตอันใกล้ ผ่านนโยบาย 30/30 ของรัฐบาล ซึ่งมุ่งผลิต ZEV หรือ ยานยนต์ไร้มลพิษ เราหวังจะช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนรากฐานของประเทศไทยโดยปลูกฝังความยั่งยืนและความรู้ด้านเทคนิคให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อที่พวกเขาจะได้นำไปใช้ในการทำงานจริง” คุณชลธี จันทรโชติ หัวหน้าส่วนธุรกิจยานยนต์ ประจำภูมิภาคอาเซียน จากโคเวสโตร ในฐานะคณะกรรมการตัดสินกล่าว</p><p>โครงการ EV Hackathon มีความสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนของโคเวสโตร ที่มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและความพยายามที่นำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และบริษัทยังสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติอีกด้วย</p><p>ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการ EV Hackathon นี้ตอบโจทย์และส่งเสริมความพยายามของโคเวสโตรในเป้าหมายที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี เราต้องการกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้มีความคิดสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และสนับสนุนให้พวกเขากลายเป็นนวัตกรแห่งอนาคตเพื่อโลกที่ยั่งยืนของเรา และผมต้องขอบคุณผู้จัดงานรวมถึงพันธมิตรของโครงการทุกๆ คน ที่ร่วมกันสร้างโอกาสดีๆ แบบนี้ให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสในการแสดงความคิดและพัฒนาศักยภาพของตนเอง”</p><p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ EV Hackathon ได้ที่ <a href="https://ev4sustain.kmutnb.ac.th/" target="_blank">ev4sustain.kmutnb.ac.th/</a><br>ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโคเวสโตร ได้ที่ <a href="https://covestro.com/en/company/covestro-worldwide/asean" target="_blank">www.covestro.co.th</a><br>ติดตามโคเวสโตรบน Facebook ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/covestroTH" target="_blank">CovestroTH</a></p>]]></description><category><![CDATA[ยานยนต์,ความยั่งยืน,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 18 Aug 2022 12:42:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_evhackathon.png?10000" length="0" type="image/png" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_evhackathon.png?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/evhackathon.png?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[ev hackathon]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[โครงการ &amp;ldquo;การแข่งขันความคิดสร้างสรรค์ สำหรับการคมนาคมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; หรือ EV Hackathon จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 160 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเยอรมนี]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตร (ประเทศไทย) จัดโครงการ  “Hands for a Brighter World”</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-strives-for-a-sustainable-communities-organizing-hands-for-a-brighter-world-campaign-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-strives-for-a-sustainable-communities-organizing-hands-for-a-brighter-world-campaign-th/</guid><pp:caseid>521843</pp:caseid><pp:subtitle>คืนคุณค่าให้ขยะพลาสติก ภายใต้แนวคิด Fully Circular</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p><span>โคเวสโตร ผู้นำด้านวัสดุโพลิเมอร์ระดับโลก จัดโครงการ <strong>“Hands for a Brighter World” สร้างสรรค์โลกให้สดใสขึ้นได้ด้วยมือเรา”</strong> ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยการคืนคุณค่าให้ขยะพลาสติก ภายใต้แนวคิด Fully Circular ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพและคืนคุณค่าสู่สังคม โดยมีกิจกรรมการสนับสนุนจุดรับขยะพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิลสำหรับโครงการ “มือวิเศษ กรุงเทพ” ของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ซึ่งร่วมขับเคลื่อนโดยเครือข่ายสังคมลดขยะ Less Plastic Thailand&nbsp; มีเป้าหมายเปลี่ยน “ขวดเพ็ทใส” เป็น “ชุดสะท้อนแสง เพื่อความปลอดภัยของพี่ไม้กวาด” หรือพนักงานรักษาความสะอาด ซึ่งมีการส่งมอบไปในวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง รวมถึงจุดรับบริจาคอีก 5 จุดในพื้นที่ศูนย์การผลิตโคเวสโตร ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยรณรงค์ให้พนักงานได้ร่วมบริจาคขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ต่อยอดนำกลับมารีไซเคิลสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมอีกครั้ง&nbsp;</span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="text-align:start;"><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p style="text-align:start;"><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p style="text-align:start;"><span>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2035&nbsp;(scope&nbsp;1 และ&nbsp;scope&nbsp;2)&nbsp;และสร้างยอดขายได้ประมาณ&nbsp;15.9&nbsp;พันล้านยูโรในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;โดยบริษัทมีโรงงานผลิต&nbsp;50&nbsp;แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ&nbsp;17,900&nbsp;คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี&nbsp;2564</span></p><p style="text-align:start;"><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></span></p><p style="text-align:start;"><span><strong>&nbsp;</strong>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร&nbsp;</span><a href="http://www.covestro.com/" target="_blank"><span>www.covestro.com</span></a><span>&nbsp;ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า </span><i><span>“</span></i><span>ด้วย</span><i><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></i><span>พันธกิจของโคเวสโตร</span><i><span> </span></i><span>คือ</span><i><span> </span></i><span>การส่งเสริมนวัตกรรมและการเติบโตด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่สามารถทำกำไร</span><i><span> </span></i><span>และยังเป็นประโยชน์ต่อสังคม</span><i><span> </span></i><span>ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</span><i><span> </span></i><span>ส่งมอบคุณค่าและความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นหลัง</span><i><span> </span></i><span>เราจึงทุ่มเทการดำเนินงานภายใ</span><i><span> </span></i><span>ต้วิสัยทัศน์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</span><i><span> (Circular Economy) </span></i><span>เปลี่ยนกรอบความคิดในเรื่องการใช้แล้วทิ้ง</span><i><span> </span></i><span>ด้วยการค้นหาวิธีการใหม่</span><i><span> </span></i><span>ๆ</span><i><span> </span></i><span>ในการใช้ทรัพยากรของโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและนำกลับมาใช้ใหม่</span><i><span> </span></i><span>ด้วยกระบวนการรีไซเคิลตลอดทั้งวงจร</span><i><span> </span></i><span>เพื่อช่วยลดปัญหาจากขยะพลาสติก</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>รวมถึงผลักดันการลดการใช้พลังงาน</span><i><span> </span></i><span>และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าของการผลิตผลิตภัณฑ์</span><i><span> </span></i><span>ล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา</span><i><span> </span></i><span>โคเวสโตรได้ประกาศเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</span><i><span> (Climate Neutrality Target) </span></i><span>ภายในปี</span><i><span> </span></i><span>ค</span><i><span>.</span></i><span>ศ</span><i><span>.2035 </span></i><span>ดังนั้นกิจกรรมการคืนคุณค่าให้พลาสติกในโครงการ</span><i><span> “</span></i><span>มือวิเศษ</span><i><span> </span></i><span>กรุงเทพ</span><i><span>” </span></i><span>จึงมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายการจัดทำโครงการ</span><i><span> “Hands for a Brighter World…</span></i><span>สร้างสรรค์โลกให้สดใสขึ้นได้ด้วยมือเรา</span><i><span>” </span></i><span>ของโคเวสโตร</span><i><span> </span></i><span>เพราะรวมหัวใจสำคัญของโคเวสโตรในเรื่องความปลอดภัยและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>สามารถคืนคุณค่าให้ขยะพลาสติก</span><i><span> (Waste to Value) </span></i><span>กลับมาเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยของพนักงานทำความสะอาดของ</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>และกลุ่มงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</span><i><span> </span></i><span>สำนักปลัดเทศบาล</span><i><span> </span></i><span>เทศบาลเมือง</span><i><span> &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></i><span>มาบตาพุดที่เราจะนำชุดที่ได้จากการรีไซเคิลขวดพลาสติกเหล่านี้ไปมอบให้ต่อไป</span><i><span>”</span></i></p><p><span>นางสาวกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด </span><i><span>“</span></i><span>โครงการ</span><i><span> Hands for a Brighter World </span></i><span>เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมล่าสุดของ</span><i><span> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></i><span>โคเวสโตรที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่ส่งเสริมความยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน</span><i><span> </span></i><span>เพื่อรักษาสมดุลของทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด</span><i><span> </span></i><span>และให้ความสำคัญเรื่องคาร์บอนฟุต</span><i><span> </span></i><span>พริ้นท์</span><i><span> (Carbon Footprint) </span></i><span>อย่างจริงจังและต่อเนื่อง</span><i><span> </span></i><span>เพื่อลดผลกระทบที่จะทำให้เกิดภาวะโลกร้อน</span><i><span> </span></i><span>รวมถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมยุคใหม่ในระยะยาว</span><i><span> </span></i><span>และที่สำคัญโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากในเรื่องความร่วมมือของหลาย</span><i><span> </span></i><span>ๆ</span><i><span> </span></i><span>ภาคส่วนที่ตระหนักถึงปัญหา</span><i><span> </span></i><span>มาร่วมมือกันช่วยลดและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก</span><i><span> </span></i><span>เพื่อสร้างเสริมความยั่งยืนทั้งในระดับชุมชน</span><i><span> </span></i><span>ระดับประเทศ</span><i><span> </span></i><span>และเพื่อให้โลกได้ยังคงอยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งการจะทำให้เป้าหมายที่วางร่วมกันสำเร็จได้นั้น</span><i><span> </span></i><span>คนใดคนหนึ่งหรือหน่วยงานเดียวไม่สามารถทำให้สำเร็จได้</span><i><span> </span></i><span>แต่ต้องได้รับการร่วมมือและร่วมแรงร่วมใจกันจากทุกภาคส่วน</span><i><span> </span></i><span>และนี่ก็เป็นที่มาของชื่อโครงการค่ะ</span><i><span>”&nbsp;</span></i></p><p>&nbsp;</p><p><span>ด้าน นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เผยว่า&nbsp;</span><i><span> “</span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>มีนโยบายในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์</span><i><span> (Net Zero)&nbsp; </span></i><span>ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากภาคเอกชนเกิดเป็นภาคีเครือข่าย</span><i><span> </span></i><span>โดยกิจกรรมที่</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>รณรงค์และอยากให้แต่ละองค์กรเข้าร่วมสนับสนุนอยู่มีด้วยกัน</span><i><span> 4 </span></i><span>ด้าน</span><i><span> </span></i><span>ได้แก่</span><i><span> </span></i><span>การใช้พลังงานหมุนเวียน</span><i><span> </span></i><span>การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว</span><i><span> </span></i><span>การจัดการและลดปริมาณขยะ</span><i><span> </span></i><span>และการบริหารระบบจราจร</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>เริ่มด้วยกิจกรรมปิดไฟลดโลกร้อนซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดร้อมกัน</span><i><span> 190 </span></i><span>ประเทศทั่วโลกเนื่องในวันปิดไฟเพื่อโลก</span><i><span> </span></i><span>โดยจัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปี</span><i><span> </span></i><span>การรณรงค์สร้างการรับรู้กับชุมชน</span><i><span> 17 </span></i><span>เขตที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักแม่น้ำและตระหนักถึงปัญหาขยะที่เกิดจากชุมชนที่จะลงไปทะเล</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งดำเนินการไปแล้ว</span><i><span> 3 </span></i><span>เขต</span><i><span> </span></i><span>และปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ขออาสามาปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะของทาง</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>หรือให้</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>.</span></i><span>จัดพื้นที่ปลูกต้นใม้ให้เพื่อสนับสนุนนโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้นของท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานคร</span><i><span> </span></i><span>เป็นต้น</span><i><span> </span></i><span>สำหรับโครงการ</span><i><span> “</span></i><span>มือวิเศษ</span><i><span> </span></i><span>กรุงเทพ</span><i><span>” </span></i><span>เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน</span><i><span> </span></i><span>โดย</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>.</span></i><span>ทำหน้าที่เป็นคนกลางหาสถานที่ให้ประชาชนมาร่วมบริจาค</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งทางโคเวสโตรได้จัดทำรูปแบบถังแยกขยะพลาสติกให้ดึงดูดและเป็นที่สนใจมากขึ้น</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งจะทำให้นโยบายแยกขยะที่ต้นทาง</span><i><span> </span></i><span>เกิดขึ้นได้จริงในสังคมของคนกรุงเทพฯ</span><i><span> </span></i><span>เพราะเป้าหมายสำคัญ</span><i><span> </span></i><span>คือ</span><i><span> </span></i><span>ทำอย่างไรจะปลูกฝังให้เยาวชนและคนไทยช่วยกันแยกขยะอย่างเป็นระบบ</span><i><span> </span></i><span>และหากชุด</span><i><span> PPE </span></i><span>ที่รีไซเคิลจากขวดเพ็ทใสใช้แล้วประสบความสำเร็จ</span><i><span> </span></i><span>ได้มาตรฐานทั้งในเรื่องความปลอดภัยและสวมใส่สบายเหมาะสำหรับการทำงาน</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>เราจะนำไปผลิตและแจกให้เป็นสวัสดิการให้กับพนักงานทำความสะอาดของเราให้เป็นแบบเดียวกันนี้ทั้งหมด</span><i><span>”&nbsp;</span></i></p><p>&nbsp;</p><p><span>โคเวสโตร เป็นผู้นำด้านวัสดุโพลิเมอร์ระดับโลกที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โลกที่สดใส ด้วยการขับเคลื่อนหลักการพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลิตพลาสติกด้วยวิธีการที่ยั่งยืน ด้วยการใช้วัตถุดิบทางเลือก และพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งมีเป้าหมายที่จะลดปริมาณขยะพลาสติก ลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ และพัฒนาด้านการจัดการของเสีย รวมทั้งคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลสินค้าหรือวัสดุที่ใช้แล้ว ให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้อีกครั้ง&nbsp; นอกจากนี้ โคเวสโตร (ประเทศไทย) ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมนำองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมไปเผยแพร่เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแก่เยาวชนให้ใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ&nbsp; จัดทำสื่อการเรียนการสอน หนังสือชุดสำหรับเด็ก "จุดประกายความคิดเพื่อชีวิตที่สดใส" หรือ Bright Minds for a Brighter World สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในประเทศไทย เพื่อใช้ในการเรียนรู้เรื่องการแยกขยะภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน จัดอบรมครูต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม และให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และระยอง เป็นต้น</span></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,APAC,งานวิจัยและนวัตกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Wed, 27 Jul 2022 08:51:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_hbw-01.jpg?42919" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_hbw-01.jpg?42919</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/hbw-01.jpg?42919</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[HBW_01]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตรเริ่มทำการส่งมอบ TDI แบบหมุนเวียน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-pioneers-the-supply-of-renewable-tdi-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-pioneers-the-supply-of-renewable-tdi-th/</guid><pp:caseid>499759</pp:caseid><pp:subtitle>อีกหนึ่งก้าวสู่ความสำเร็จเพื่อบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศ</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นอน เบาะเฟอร์นิเจอร์ รองเท้า และเบาะรถยนต์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น</strong></li><li><strong>ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต²</strong></li><li><strong>โซลูชั่นประสิทธิภาพสูงที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><a href="https://covestro.com/th"><span>โคเวสโตร</span></a><span>ขยายการผลิตกลุ่มวัตถุดิบหมุนเวียน และนำเสนอผลิตภัณฑ์ Toluene Diisocyanate (TDI) แบบหมุนเวียนให้กับลูกค้าของเรา ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต2 โดยยังคงไว้ซึ่งคุณภาพไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากฟอสซิล โดย TDI เป็นวัตถุดิบสําคัญในการผลิตโฟมโพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่น ซึ่งช่วยเพิ่มความนุ่มสบายให้กับที่นอน เบาะเฟอร์นิเจอร์ เบาะรถยนต์ รวมถึงรองเท้า ซึ่งโคเวสโตรได้ผลิต TDI แบบหมุนเวียนที่โรงงานในเมืองดอร์มาเกน (Dormagen) ประเทศเยอรมัน และโรงงานในเมืองเซาจิง (Caojing) ประเทศจีน ซึ่งทั้ง 2 โรงงานนี้ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISCC PLUS</span></p><p><span>การนำเสนอ TDI แบบหมุนเวียน<sup>1</sup> หรือ แบบสมดุลมวลสารนับเป็นก้าวสำคัญในการทำให้วัตถุดิบทางเคมีนี้มีความยั่งยืนมากขึ้น โดย ดร. เคลาส์ เชฟเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของโคเวสโตรได้อธิบายว่า "เมื่อหลายปีก่อน เราได้พัฒนาเทคโนโลยีก๊าซที่ช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานในการผลิต TDI หลังจากนั้นเรามุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยมลพิษในกระบวนการผลิต โดยหันมาใช้พลังงานสีเขียว ซึ่งเป็นการพัฒนาและเดินหน้าไปสู่ความกลางทางสภาพภูมิอากาศ3 และเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการใช้วัตถุดิบหมุนเวียนแบบสมดุลมวลสาร โดยเรามุ่งมั่นในการลดการปล่อยมลพิษตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการนําเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการลดคาร์บอนอีกด้วย"</span></p><p><span>คุณสุเชตา โกวิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตร กล่าวว่า "การเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์แบบสมดุลมวลสาร ทำให้เราสามารถช่วยลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมายทางด้านสภาพภูมิอากาศและผลักดันการเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ในขณะเดียวกันเราเองก็มุ่งเน้นในการใช้วัตถุดิบทางเลือก และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า” โดย TDI แบบหมุนเวียนนี้มาในรูปแบบของโซลูชั่นแบบดรอปอิน ซึ่งหมายความว่าลูกค้าของเราสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตที่มีอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนทางเทคนิค</span></p><p style="text-align:start;">โฟมโพลียูรีเทน (PU) ชนิดยืดหยุ่นที่ผลิตจาก TDI และ polyols แบบสายโซ่ยาว (Long Chain) เป็นวัตดุดิบที่สําคัญในการผลิตเบาะรองนั่งและที่นอน โดย TDI แบบหมุนเวียนตอบโจทย์ความต้องการสำหรับการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยที่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพที่ดี มีความนุ่มสบาย และยังระบายอากาศได้ดี เช่นเดียวกับ TDI ที่ใช้ฟอสซิลในการผลิต นอกจากนี้ยังตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังมองหาวัตถุดิบทางเลือกสำหรับเบาะในรถยนต์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p><h3 style="text-align:start;">Sinomax เป็นผู้ริเริ่มเพื่อความยั่งยืน</h3><p style="text-align:start;">เมื่อปลายปีที่แล้วโคเวสโตรได้ลงนามในสัญญาทางการค้ากับบริษัท Sinomax ซึ่งเป็นผู้ผลิต และจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนระดับโลกในประเทศจีน ซึ่งทั้งสองบริษัทมีความมุ่งมั่นในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และ Sinomax ต้องการที่จะเป็นลูกค้ารายแรกที่ใช้ TDI แบบใหม่ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่ง TDI แบบสมดุลมวลสารนี้มาจากโรงงานผลิตของโคเวสโตรในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งได้รับการรับรอง ISCC PLUS และสามารถจัดส่งได้ทั่วโลก ทำให้โคเวสโตรสามารถมอบ TDI แบบสมดุลมวลสารได้มากขึ้น</p><p style="text-align:start;">วิธีในการทำสมดุลมวลสารนั้น วัตถุดิบที่ได้จากมวลชีวภาพ หรือของเสียจะถูกนำไปสกัดวัตถุดิบ และใช้หลักคณิตศาสตร์มาคำนวณคุณลักษณะและผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยประหยัดวัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในขณะที่ยังคงคุณภาพไว้ไม่ต่างจากการผลิตด้วยฟอสซิลอย่างเดียว โดยผู้ผลิตสามารถใช้สูตรผลิต อุปกรณ์ และกระบวนการผลิตเดิม โดยที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น และช่วยบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศได้อีกด้วย</p><hr><p><i><span><sub><sup>1</sup> TDI แบบหมุนเวียนที่ผลิตโดยใช้วิธีสมดุลมวลสาร โดยใช้วัตถุดิบหมุนเวียน จากชีวมวลบริสุทธิ์ ของเสียชีวภาพ และสารตกค้าง ในการผลิต TDI หมุนเวียน แบบสมดุลมวลสาร ซึ่งใช้หลักคณิตศาสตร์มาคำนวณคุณลักษณะและผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์</sub></span></i>&nbsp;</p><p><i><span><sub><sup>2</sup> การประเมินภายในวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ทั้งแต่การเป็นวัตถุดิบ จนจบกระบวนการผลิตของโคเวสโตร โดยวิธีการของ LCA ของเราเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และ 14044 คํานึงถึงต้นกําเนิดทางชีวภาพของคาร์บอน ตามข้อมูลเบื้องต้นจากห่วงโซ่อุปทาน ไม่มีการใช้มาตรการชดเชย</sub></span></i></p><p><i><span><sub><sup>3</sup> "การผลิตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ" ซึ่งเป็นเป้าหมายของโคเวสโตร คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2</sub></span></i></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,โฟม,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,ยานยนต์,กีฬาและนันทนาการ,ดอร์มาเกน,เยอรมนี,EMLA,วัสดุ,อุตสาหกรรม,เซี่ยงไฮ้,จีน,APAC,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 18 Jul 2022 14:31:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220324_Covestro-Offers-Mass-Balanced-TDI-Pic-2]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[TDI แบบหมุนเวียนจากโคเวสโตรจะถูกนำมาใช้ในการผลิตโฟมโพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่นสำหรับเพิ่มความนุ่มสบายให้ที่นอน]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรร่วมงาน ACS 2022 เดินหน้าก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-builds-a-bridge-to-the-circular-economy-at-acs-2022-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-builds-a-bridge-to-the-circular-economy-at-acs-2022-th/</guid><pp:caseid>500913</pp:caseid><pp:subtitle>การนำเสนอโซลูชั่นที่ยั่งยืนด้วยเรซิ่นที่ทำจากพืช</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหมุนเวียน</strong></li><li><strong>ลดการพึ่งพาวัตถุดิบฟอสซิล</strong></li><li><strong>คิดค้นนวัตกรรมเพื่อมุ่งสู่จุดหมาย</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;"><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong><br>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;"><a href="https://covestro.com/th">โคเวสโตร</a>ได้จัดแสดงโซลูชั่นสำหรับสารเคลือบผิวอย่างยั่งยืน ในงาน<span>&nbsp;</span><a href="https://solutions.covestro.com/th/digital-event-space/acs">American Coatings Show 2022</a>&nbsp;ที่เมืองอินเดียนาโพลิส ซึ่งช่วยปูทางสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยในปี 2021 โคเวสโตรได้ทำการเข้าซื้อกิจการ Resins & Functional Materials (RFM) ของบริษัท Royal DSM ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโคเวสโตรในด้านโซลูชั่นที่มีความยั่งยืน และยังตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านสารเคลือบและสารยึดเกาะที่ยั่งยืน</p><p style="text-align:start;">ด้วยประสบการณ์ในการผลิตมากกว่า 50 ปีของโคเวสโตร เรามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาในครั้งนี้ และต่อไปนี้โซลูชั่นที่ผลิตมาจากวัสดุที่ยั่งยืนจะเป็นสินค้าหลักในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยสารเคลือบเรซิ่นที่ยั่งยืนนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตลาด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งตอบสนองความต้องการทางด้านวัสดุและสารเคลือบของโลก ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกับลูกค้าของเราในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยโซลูชั่นแบบใหม่นี้จะมีส่วนช่วยในเรื่องของผลกระทบจากการเติบโตของสังคมเมือง การเดินทาง และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ</p><h2 style="text-align:start;">วัตถุดิบทางเลือกที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ</h2><p style="text-align:start;">ผลงานที่น่าตื่นเต้นที่สุดอย่างหนึ่งที่เราได้ทำร่วมกับบริษัท<span>&nbsp;</span><a href="https://www.genomatica.com/" target="_blank">Genomatica</a><span>&nbsp;</span>ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีชีวภาพ คือ การประสบความสำเร็จในการผลิต HMDA (hexamethylene diamine) ที่ผลิตจากพืชเป็นครั้งแรก โดย HMDA เป็นสารตั้งต้นที่สำคัญในการผลิตสารเคลือบผิว และสารยึดเกาะหลายชนิด รวมถึงไนลอนที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย (nylon-6,6) ซึ่งในแต่ละปีมีการผลิต HMDA มากถึง 2 ล้านตัน ที่ยังคงใช้วัตถุดิบฟอสซิลจนถึงทุกวันนี้ โดยเราคาดว่ากระบวนการผลิตแบบใหม่นี้ จะช่วยให้เราสามารถผลิตวัสดุคุณภาพสูงในปริมาณมากในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ การก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งทอมีความยั่งยืนมากขึ้น</p><p style="text-align:start;">Martin Vlak หัวหน้าฝ่ายขายและการพัฒนาตลาด ผลิตภัณฑ์สารเคลือบและสารยึดเกาะในอเมริกาเหนือ กล่าวว่า "ความร่วมมือของเราในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีนี้ ทำให้เราสามารถลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากฟอสซิลได้อย่างมาก และด้วย HMDA ที่ผลิตจากพืชจะช่วยให้เราสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายขององค์กรในด้านการผลิตสินค้าที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนอีกด้วย"</p><p style="text-align:start;">โคเวสโตรได้จัดแสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนภายในบูธ (#2529) และนำเสนอผลิตภัณฑ์ Desmodur® eco N 7300 สารเคลือบไอโซไซยาเนตแบบใส ซึ่งเป็นสารเร่งแข็ง โดยมีปริมาณคาร์บอนมาจากพลังงานชีวมวล แทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 70% ซึ่งช่วยลดรอยเท้าคาร์บอนของสารเร่งแข็งได้ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับแบบเดิม โดยสามารถนำไปใช้งานได้เลย โดยที่ไม่ต้องปรับแต่งขั้นตอนการผลิต และยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพและคุณภาพ ไม่ต่างจากเดิม</p><h2 style="text-align:start;">เรซินชีวภาพ (บางส่วน) สำหรับพื้นไม้</h2><p style="text-align:start;">Decovery® เรซิ่นสำหรับเคลือบพื้นไม้ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบจากพืช ถึง 52 % ซึ่งโคเวสโตรมีประสบการณ์ยาวนานในด้านเทคโนโลยีเรซิ่นสำหรับเคลือบพื้นไม้ โดยวิศวกรของเรารู้ดีว่าสารเคลือบที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพจะต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวด ซึ่งจำเป็นสำหรับพื้นไม้ที่ต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ จากการทดสอบแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ Decovery® มีประสิทธิภาพในด้านความทนทาน ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี และทนต่อการขีดข่วน ไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตดุดิบฟอสซิลที่มีในตลาด</p><p style="text-align:start;">โดย Martin Vlak กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผลิตภัณฑ์แบบใหม่ที่มีความยั่งยืนและผลิตจากพืชของเรานี้ เป็นผลมาจากเป้าหมายระยะยาวของเราในการเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นสารเคลือบอย่างยั่งยืน ด้วยการเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหมุนเวียน ซึ่งไม่มีผลการต่อประสิทธิภาพของสินค้า โดยตลาดกำลังมีความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งสำคัญมากกว่าเรื่องของกำไร คือ การเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เราเดินหน้าไปสู่การผลิตสินค้าที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริงนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงแค่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมและเดินหน้าต่อไป"</p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,สารเคลือบ,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,อุตสาหกรรม,วัสดุ,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 18 Jul 2022 13:05:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220404-covestro-builds-bridge-to-circular-economy-at-acs-2022-pic-2.jpg?87995</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220404_Covestro-Builds-Bridge-To-Circular-Economy-At-ACS-2022-Pic]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>ธุรกิจเกื้อกูลสังคมของโคเวสโตร ในเวียดนาม ชนะรางวัลในโครงการ The Water and Energy for Food Grand Challenge (WE4F)</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-inclusive-business-vietnam-wins-big-league-grant-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-inclusive-business-vietnam-wins-big-league-grant-th/</guid><pp:caseid>520291</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p>โคเวสโตรในประเทศเวียดนาม นำโดยกลุ่มธุรกิจเกื้อกูลสังคม (Inclusive Business) ได้เข้าร่วมการแข่งขันในโครงการซึ่งมีผู้สมัครมากกว่า 113 ราย และต้องผ่านการแข่งขันหลายรอบ จนในที่สุดเราได้รับการคัดเลือกและรับรางวัล 200,000 USD จาก The Water and Energy for Food Grand Challenge (WE4F) เมื่อดือนมิถุนายน 2565 โดย WE4F เป็นการก่อตั้งร่วมกันระหว่างกระทรวงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศเยอรมัน (BMZ) กระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาระหว่างประเทศสวีเดน (Sida) และ หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (USAID) ซึ่งเปิดตัวโครงการในงาน World Water Week 2019 และงาน Social Capital Markets 2019 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการผลิตอาหารตลอดห่วงโซ่คุณค่า ด้วยการใช้น้ำและพลังงานให้มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนมากขึ้น รวมถึงเพิ่มรายได้ให้กับประชากรในพื้นที่ชนบทและในเมือง เพื่อส่งเสริมการรับมือกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก ด้วยยอดขายกว่า 10.7 พันล้านยูโรในปี 2020 ธุรกิจของโคเวสโตรให้ความสำคัญกับการผลิตวัสดุโพลิเมอร์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน และในการดำเนินการนี้ โคเวสโตรกำลังก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักที่เป็นกลุ่มลูกค้าของโคเวสโตร คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และไม้ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นอกจากนี้ยังรวมถึง กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและอึตสหกรรมเคมีเองอีกด้วย โคเวสโตรมีศูนย์การผลิตอยู่ 33 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำและเทียบเท่าประมาณ 16,500 คน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>รางวัลที่โคเวสโตร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลจำนวน 13 รายได้รับมานี้จะถูกนำไปใช้ในการช่วยเพิ่มรายได้ผู้มีรายได้น้อยกว่า 100,000 คนในประเทศเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ด้วยการสนับสนุนโดมพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตจากโพลีคาร์บอเนตของโคเวสโตร เพื่อใช้ในกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว โดยสนับสนุนเงินทุนบางส่วนในการสร้างโดมพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับชุมชน และการฝึกอบรมด้านการแปรรูปและการจัดการอาหารให้กับเกษตรกร เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผลผลิตของเกษตรกรรายย่อยในธุรกิจอาหาร ลดการสูญเสียในกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร โครงการนี้จะช่วยส่งเสริมการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับกลุ่มเกษตรกร ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการทำฟาร์มของเกษตรกรรายย่อยไปสู่ธุรกิจที่ทำกำไรได้มากขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำธุรกิจอาหารที่กำลังเติบโตอีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p><span>และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา &nbsp;Ms. Mai Pham Phuong&nbsp; ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจกลุ่มธุรกิจเกื้อกูลสังคมของโคเวสโตรยังได้เข้าร่วมประชุมและฝึกอบรมในกรุงเทพฯ ร่วมกับผู้ได้รับทุนคนอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จาก 2 กลุ่ม ได้แก่ ทีมส่วนกลาง และ สำนักเลขาธิการ USAID ซึ่งมาร่วมสนทนา แชร์ไอเดีย และเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน &nbsp;โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน เพื่อหาวิธีในการเพิ่มจำนวนเกษตรกร ปรับปรุงด้านการดำเนินงาน และการเข้าถึงการลงทุน และมีช่วงถามตอบเกี่ยวกับความพร้อมในการลงทุน การวัดผล KPI รวมถึงความเท่าเทียมทางเพศและความยั่งยืน ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างร่วมแชร์ความคิด และยังได้พบปะกับผู้รับทุนคนอื่นๆ ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน &nbsp;ส่วนกิจกรรมในวันสุดท้าย คือการหาพาร์ทเนอร์ที่สามารถช่วยเรื่องการลงทุนให้กับเกษตรกรรายย่อย &nbsp;รวมถึงการเข้าถึงนวัตกรรมที่ช่วยเรื่องการรับมือกับสภาพภูมิอากาศ</span></p><p><span>ในช่วงการฝึกอบรม โคเวสโตรได้แชร์พันธกิจของกลุ่มธุรกิจเกื้อกูลสังคม และพันธะสัญญาต่อหลักการ 3P ของเรา คือ People (ผู้คน), Planet (โลกของเรา) และ Profit (ผลกำไร) &nbsp;ซึ่งการได้รับทุนสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านความยั่งยืนนั้นสามารถเป็นประโยชน์ต่อชุมชนที่ด้อยโอกาสได้&nbsp; โดยกุญแจสู่ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างยั่งยืน คือ ความมุ่งมั่นระหว่างธุรกิจองค์กร เพื่อประโยชน์ต่อผู้คนและโลก กลุ่มธุรกิจเกื้อกูลสังคมนั้นเดินหน้าสู่เป้าหมายในการช่วยผู้ด้อยโอกาสกว่า 10 ล้านคนในปี 2025 ของโคเวสโตร</span></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,APAC,Covestro Thailand,Hide TH]]></category>
            <pubDate>Mon, 18 Jul 2022 09:35:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_bi01.jpg?73567" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_bi01.jpg?73567</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/bi01.jpg?73567</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[BI01]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>การพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การหมุนเวียนด้วยกระบวนการทางเคมี</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/advancing-circular-solutions-with-chemistry-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/advancing-circular-solutions-with-chemistry-th/</guid><pp:caseid>507944</pp:caseid><pp:subtitle>โคเวสโตร นำโซลูชั่นใหม่ในการรีไซเคิลพลาสติกออกแสดงที่งาน IFAT 2022</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><span>การพัฒนานวัตกรรมสําหรับกระบวนการรีไซเคิลเชิงเคมี</span></li><li><span>ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อกระบวนการรีไซเคิล</span></li><li><span>เปิดตัวแนวคิดผลิตภัณฑ์หมุนเวียนด้วย Desmodur®CQ</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก ด้วยยอดขายกว่า 10.7 พันล้านยูโรในปี 2020 ธุรกิจของโคเวสโตรให้ความสำคัญกับการผลิตวัสดุโพลิเมอร์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน และในการดำเนินการนี้ โคเวสโตรกำลังก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักที่เป็นกลุ่มลูกค้าของโคเวสโตร คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และไม้ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นอกจากนี้ยังรวมถึง กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและอึตสหกรรมเคมีเองอีกด้วย โคเวสโตรมีศูนย์การผลิตอยู่ 33 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำและเทียบเท่าประมาณ 16,500 คน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>โคเวสโตรนําเสนอเทคโนโลยีการรีไซเคิลตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในงานแสดงสินค้า IFAT ร่วมกับสมาคมการจัดการของเสียของประเทศเยอรมัน (DGAW)&nbsp; และนำเสนอเทคโนโลยีของนวัตกรรมพลาสติก สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเชิงกล และการรีไซเคิลทางเคมีได้&nbsp; นอกจากนี้ โคเวสโตรยังได้ร่วมแสดงสินค้าที่บูธของสมาคมอุตสาหกรรมเคมีเยอรมัน (VCI) ซึ่งให้ความสำคัญในเรื่องของการรีไซเคิลเชิงเคมีอีกด้วย</span></p><p><span>โคเวสโตรยึดมั่นในหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน เรากําลังพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และนี่คือเหตุผลที่โคเวสโตรมุ่งมั่นในการนําเสนอโซลูชั่นและวัสดุหมุนเวียนที่มีความยั่งยืนเข้าสู่ตลาด การพัฒนาเทคโนโลยีของโคเวสโตรมุ่งเน้นไปที่การรีไซเคิล 4 แนวทาง&nbsp; นอกจากการรีไซเคิลเชิงกล (Mechanically) ที่ถูกใช้ในการผลิตพลาสติกประสิทธิภาพสูงอย่างโพลีคาร์บอเนต และเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (TPU) แล้ว โคเวสโตรกําลังพัฒนากระบวนการรีไซเคิลทางเคมี&nbsp; ซึ่งรวมถึงแบบกระบวนทางเคมี (Chemolysis) แบบไพโรไลซิส (Smart Pyrolysis) และแบบเอนไซม์ (Enzymatic)&nbsp; เพื่อการผลิตพลาสติกรีไซเคิลที่มีคุณภาพดีไม่ต่างจากพลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นมาใหม่ซึ่งผลิตด้วยฟอสซิลแบบดั้งเดิม และยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรมทางเคมีของโคเวสโตรอีกด้วย&nbsp;</span></p><p><span>“เราต้องการผลักดันให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งอุตสาหกรรมเคมีและการจัดการของเสียจะต้องร่วมมือกัน และเดินหน้าไปพร้อมกัน&nbsp; เรากําลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเพื่ออุตสาหกรรมนี้&nbsp; กระบวนการรีไซเคิลที่หลากหลายจะช่วยให้เราสามารถนำวัตถุดิบต่างๆ ในการผลิตพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างเป็นระบบ&nbsp; เป้าหมายของเราคือการใช้วัสดุหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการทำให้ผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุกลับมาใช้ได้อีกครั้ง เพื่อประหยัดวัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการนำเสนอวัสดุรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดียวกับพลาสติกที่ผลิตขึ้นมาใหม่"&nbsp; ดร. มาร์คุส สไตเลอแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว โดยบริษัทมีแผนที่จะลงทุนในโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียนประมาณ 1 พันล้านยูโร ภายในปี 2030 ซึ่งโคเวสโตรได้ริเริ่มโรงงานนําร่องสําหรับการรีไซเคิลเชิงเคมีสำหรับโฟมโพลียูรีเทนในเมือง Leverkusen เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</span></p><p><span>นอกจากนี้ โคเวสโตรยังได้จัดแสดงโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์แบบหมุนเวียนให้ลูกค้าได้ชมภายในงาน IFAT ที่เมือง Munich ภายใต้แนวคิด "CQ"&nbsp; ด้วยการนำวัตถุดิบทางเลือกมาใช้ในการผลิตสินค้า อย่างน้อย 25 %&nbsp; ซึ่ง "CQ" ในที่นี้ย่อมาจาก “Circular Intelligence”&nbsp; หรือ การหมุนเวียนอย่างชาญฉลาด โดยผลิตภัณฑ์ "CQ" ตัวแรก คือ Desmodur®CQ ที่ใช้ในการผลิตโพลียูรีเทนสำหรับใช้ในเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ ที่นอน&nbsp; ฉนวนกันความร้อน รวมถึงสารเคลือบสําหรับรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน</span></p><p><span>&nbsp;"ในการดําเนินมาตรการเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ เราจําเป็นต้องเปลี่ยนกรอบความคิดของเรา ของลูกค้า และของทุกคนในห่วงโซ่คุณค่า&nbsp; และในเวลาเดียวกันเราก็จะต้องได้ประโยชน์จากโซลูชั่นเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเคมีที่เป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่คุณค่า จะต้องปรับเปลี่ยนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน&nbsp; รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบทางเลือกและพลังงานหมุนเวียน&nbsp; ซึ่งเราได้กําหนดเป้าหมายที่ท้าทายในการมุ่งสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยุติการใช้ทรัพยากรฟอสซิลในที่สุด ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กับผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ "&nbsp; คุณสุเชตา โกวิล&nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ กล่าว &nbsp;</span></p><h2><span><strong>การร่วมมือเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มรูปแบบ</strong></span></h2><p><span>สิ่งสําคัญในการบรรลุสู่เป้าหมายการหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ คือ กระบวนการรีไซเคิลแบบใหม่ การร่วมมือกับพาทเนอร์ในอุตสาหกรรม รวมถึงการค้นคว้าวิจัย ตัวอย่างเช่น โครงการเกี่ยวกับโฟมแบบหมุนเวียน (CIRCULAR FOAM) ที่โคเวสโตรได้ร่วมมือกับสหภาพยุโรปและพาร์ทเนอร์อีก 22 รายจาก 9 ประเทศ โดยมีจุดประสงค์ในการพัฒนานวัตกรรมการรีไซเคิลเชิงเคมีสําหรับโฟมโพลียูรีเทนแข็งในฉนวนกันความร้อน โดยโฟมโพลียูรีเทนแข็งนั้นช่วยทำให้ตู้เย็นและอาคารสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังขาดในเรื่องการจัดการขยะและกระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้องในการสร้างวงจรชีวิตที่ยั่งยืน &nbsp; โดยตั้งแต่ปี 2040 เป็นต้นไป การรีไซเคิลเชิงเคมีจะสามารถช่วยให้เราลดปริมาณขยะได้มาก ถึง 1 ล้านตัน / ปี และช่วยลด CO2 ได้ถึง 2.9 ล้านตัน / ปี&nbsp;</span></p><p><span>และที่งานนี้<strong> </strong>ดร. มาร์คุส สไตเลอแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ร่วมหารือในหัวข้อ "การสร้างคุณค่าระดับโลกในภาวะวิกฤต ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียนในทวีปยุโรป" ร่วมกับ Delara Burkhardt (โฆษกด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมของคณะผู้แทนสังคมนิยมและพรรคเดโมแครตในรัฐสภายุโรป) Dr. Christoph Epping (หัวหน้าแผนกเศรษฐกิจหมุนเวียน กระทรวงสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และการคุ้มครองผู้บริโภคแห่งสหพันธรัฐเยอรมัน) และ Wolfgang Niedermark (สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ BDI) ทั้งยังได้ร่วมการเสวนาเรื่อง "สารเคมีในการขับเคลื่อนการหมุนเวียน: การรีไซเคิลเชิงเคมี คือ สิ่งสำคัญในการสร้างมูลค่าให้กับการหมุนเวียนในอุตสาหกรรมยานยนต์" ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก Audi&nbsp; และมหาวิทยาลัย TU Dortmund อีกด้วย</span></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,การรีไซเคิล,โฟม,พลาสติก,เทอร์โมพลาสติก โพลียูรีเทน,วัสดุ,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,อุตสาหกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 30 May 2022 10:04:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220530-covestro-at-ifat-fair-pic-1.jpg?92463" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220530-covestro-at-ifat-fair-pic-1.jpg?92463</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220530-covestro-at-ifat-fair-pic-1.jpg?92463</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220530_Covestro-at-IFAT-Fair-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[โคเวสโตรนําเสนอนวัตกรรมการรีไซเคิลซึ่งถูกจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงานแสดงสินค้า IFAT  ซึ่งเป็นโรงงานนําร่องสําหรับการรีไซเคิลผ่านกระบวนการไพโรไลซิส (Smart Pyrolysis)  &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-aims-for-climate-neutrality-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-aims-for-climate-neutrality-th/</guid><pp:caseid>495472</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>เป้าหมายที่ทะเยอทะยานในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net zero1) ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับการดำเนินงานใน scope 1 และ scope 2</strong></li><li><strong>การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 60 ภายในปี ค.ศ. 2030</strong></li><li><strong>ทุกผลิตภัณฑ์มีการนำเสนอในรูปแบบที่เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศในอนาคต โดยมีสินค้าหลักๆ ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันแล้วด้วย</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;">โคเวสโตรได้กำหนดวิสัยทัศน์องค์กรเพื่อมุ่งสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ในการนี้ บริษัทผู้ผลิตวัสดุโพลีเมอร์นี้ประสงค์ที่จะทำให้กระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ออกวางจำหน่ายทั้งหมดเป็นไปตามแนวคิดการหมุนเวียนในระยะยาว ซึ่งหนึ่งในมาตรการสำคัญตามแนวทางนี้คือความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ โดยเมื่อปี ค.ศ. 2021 โคเวสโตรได้ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการผลิตต่อเมตริกตันลงร้อยละ 54 เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2005 ซึ่งถือว่าสำเร็จเกินกว่าเป้าหมายความยั่งยืนที่กำหนดไว้สำหรับปี ค.ศ. 2025</p><p style="text-align:start;">ปัจจุบันโคเวสโตรได้กำหนดเป้าหมายที่สูงยิ่งกว่านั้น: กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 ซึ่งในการบรรลุเป้าหมายนี้ บริษัทมีแผนจะลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากส่วนการผลิตของบริษัทเอง (scope 1) และจากแหล่งพลังงานจากภายนอก (scope 2) ร้อยละ 602 ลงไปที่ 2.2 ล้านเมตริกตันภายในปี ค.ศ. 2030 นอกจากนี้ จะทำการลดการปล่อยปริมาณก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมตลอดกระบวนการผลิต (scope 3) โดยโคเวสโตรตั้งใจที่จะประกาศเป้าหมายการลดนี้ภายในปี ค.ศ. 2023</p><p style="text-align:start;">ในการบรรลุเป้าหมายการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์นี้ โคเวสโตรคาดว่าจะลงทุนในด้านนี้เป็นการเฉพาะ จากมูลค่า 250 ล้านยูโรเป็น 600 ล้านยูโรภายในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้จาก 50 ล้านยูโรต่อปี เป็น 100 ล้านยูโรต่อปี สืบเนื่องจากประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น บนเส้นทางสู่การบรรลุเป้าหมายการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โคเวสโตรคาดว่าจะมีการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อปี ราวหลักร้อยล้านยูโรต้นๆ โดยค่าใช้จ่ายนี้คำนวณจากประสบการณ์ที่ผ่านมาว่าพลังงานฟอสซิลมีราคาที่ต่ำกว่าพลังงานทดแทน</p><p style="text-align:start;">“ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เราได้มุ่งทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อดำเนินตามวิสัยทัศน์การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ โดยเราได้บรรลุหมุดหมายสำคัญๆ บนหนทางนี้ และยังคงตั้งเป้าหมายที่สูงยิ่งขึ้นต่อไป ด้วยแนวคิดนี้ เราเป็นผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมนี้ และประสบความสำเร็จในหลายด้านแล้ว หมุดหมายสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเราคือการตั้งเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่มุ่งมั่นชัดเจนยิ่งขึ้น” ดร. มาร์คุส สไตเลอแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโคเวสโตร กล่าว</p><p style="text-align:start;">“ในเศรษฐกิจหมุนเวียน เราสามารถปกป้องสภาพภูมิอากาศ ธรรมชาติ และทรัพยากร เพื่อบรรลุการเติบโตอย่างยั่งยืนที่เคารพขอบเขตและขีดจำกัดของโลก โคเวสโตรและอุตสาหกรรมเคมีเป็นส่วนหนึ่งของทางแก้ไขปัญหานี้ ความยั่งยืนไม่สามารถทำสำเร็จได้โดยลำพัง และต้องอาศัยความพยายามที่มากขึ้นจากทุกฝ่ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความตกลงปารีส โดยผู้กำหนดนโยบาย ธุรกิจ และสังคมจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายสภาพภูมิอากาศที่สูงส่งนั้น”</p><p style="text-align:start;">ข้อกำหนดสำคัญของแผนการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในปี ค.ศ. 2035 คือการบรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีส ซึ่งประชาคมโลกมุ่งที่จะจำกัดภาวะโลกร้อนไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส</p><h2 style="text-align:start;">ปัจจัยสามประการที่มีผลสำคัญยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายสภาพภูมิอากาศ</h2><ul><li>กระบวนการผลิตจะได้รับการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่อให้เกิดการผลิตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น จุดเน้นจุดหนึ่งคือการลดปริมาณการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ ซึ่งจะกระทำได้ผ่านการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมตัวเร่งปฏิกิริยา นอกจากนี้ สามารถควบคุมโรงงานผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการเพิ่มระบบดิจิตัลในโรงงานและการใช้เทคโนโลยีดิจิตัลมากขึ้น ในขณะที่กระบวนการต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการใช้แบบจำลองดิจิตัล และเทคโนโลยีดิจิตัลยังช่วยประมวลและติดตามข้อมูลการปล่อยก๊าซตลอดห่วงโซ่คุณค่าได้อีกด้วย</li><li>โรงงานผลิตของโคเวสโตรทั่วโลกจะค่อยๆ เปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทน ซึ่งรวมถึงการใช้พลังงานลมนอกชายฝั่ง โดยมีการสนับสนุนความร่วมมือ เช่น ผ่านความตกลงการซัพพลายพลังงานกับบริษัทจัดหาพลังงาน Ørsted ซึ่งจะครอบคลุมความต้องการใช้พลังงานร้อยละ 10 ของโรงงานของบริษัทในประเทศเยอรมนีตั้งแต่ปี ค.ศ. 2025 เป็นต้นไป พลังงานลมบนชายฝั่งก็จะมีการนำมาใช้เช่นกัน เช่น ภายใต้ความตกลงการซื้อพลังงานจาก ENGIE ที่ครอบคลุมความต้องการใช้พลังงานร้อยละ 45 ของโรงงานโคเวสโตรในเมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม ทั้งนี้ ปัจจุบันพลังงานที่โคเวสโตรจำเป็นต้องใช้ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนประมาณร้อยละ 10 มาจากโซลาร์ ปาร์คของบริษัท Datang Wuzhong New Energy โดยนอกจากโมเดลความร่วมมือกับบริษัทที่ซัพพลายพลังงานเหล่านี้แล้ว ยังมีแผนที่จะทำความตกลงอื่นๆ อีก เพื่อให้บรรลุปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สุทธิที่เป็นศูนย์</li><li>ไอน้ำเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของกระบวนการผลิตทางเคมี การเปลี่ยนการผลิตไอน้ำจากแหล่งพลังงานฟอสซิลไปยังแหล่งพลังงานทดแทนถือเป็นความท้าทายที่โคเวสโตรมุ่งจะแก้ไขโดยหลากหลายวิธี ในการนี้ บริษัทได้สำรวจช่องทางในการใช้ก๊าซชีวภาพและก๊าซธรรมชาติเพื่อเป็นแหล่งพลังงานในการผลิตไอน้ำทดแทน ไฮโดรเจน แอมโมเนีย และไฟฟ้าที่ได้จากแหล่งธรรมชาติก็สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนสำหรับการผลิตไอน้ำได้</li></ul><p style="text-align:start;">โคเวสโตรอยู่ระหว่างการอัพเดทและขยายระบบการบริหารที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยเริ่มจากปีงบประมาณ ค.ศ. 2021 กลุ่มบริษัทจะเพิ่มปัจจัยความยั่งยืนซึ่งวัดได้จากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม (scope 1 และ 2) ในปี ค.ศ. 2022 โดยตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2021 การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (scope 1) เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ใช้ในการกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารในระยะยาว</p><h2 style="text-align:start;">โคเวสโตรจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ทุกชนิดในรูปแบบที่เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</h2><p style="text-align:start;">“เรามุ่งที่จะเปลี่ยนกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดให้เป็นไปตามหลักการหมุนเวียนในระยะยาว และตั้งใจที่จะสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายสภาพภูมิอากาศของเราและลูกค้าของเราในเวลาเดียวกัน” ลีเนตต์ ชุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายความยั่งยืนที่โคเวสโตร กล่าว “การหมุนเวียนและความพยายามในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกันสำหรับเรา ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศที่เรานำเสนอ ลูกค้าของเราคาดหวังให้เราบรรลุทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน เรามุ่งจะทำให้การตัดสินใจด้านความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ง่ายเท่าที่จะเป็นได้สำหรับลูกค้าของเรา”</p><p style="text-align:start;">ด้วยการมีลูกค้าเป็นที่ตั้ง โคเวสโตรได้ขยายสายผลิตภัณฑ์ที่เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายของเศรษฐศาสตร์มหภาคที่สำคัญถูกแก้ไขโดยการวางโซลูชั่นที่ยั่งยืนและไม่เหมือนใครในตลาดหลักๆ อุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับโซลูชั่นที่ยั่งยืนนั้นสืบเนื่องจากกระแสโลก เป็นต้นว่า การขยายตัวของเมืองมีการเน้นการสร้างอาคารใหม่และปรับปรุงอาคารเก่าให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ MDI ปริมาณมากถูกใช้เป็นวัตถุดิบทั่วโลกสำหรับทำโพลียูรีเทน (PU) โฟม ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงมากสำหรับอาคารและตู้เย็น ปัจจุบันโคเวสโตรได้เพิ่ม MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ3 เข้าสู่สายผลิตภัณฑ์ โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ฉนวนกันความร้อน PU จะสามารถช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2 ได้เทียบเท่ากับ 40 ล้านเมตริกตัน MDI ประเภทใหม่ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำนี้ เป็นผลจากการใช้สารตั้งต้นจากของเสียที่เป็นสมดุลมวลสารชีวภาพและวัสดุเหลือใช้ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจาก ISCC PLUS</p><p style="text-align:start;">อีกหนึ่งตัวอย่างของสินค้ายั่งยืนของโคเวสโตรที่เป็นนวัตกรรมใหม่ คือ โพลีคาร์บอเนตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ4 แบบแรกของโลก ที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบจากของเสียที่เป็นสมดุลมวลสารชีวภาพและวัสดุเหลือใช้ รวมถึงพลังงานทดแทน ด้วยกระแสที่กำลังเพิ่มขึ้นของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ควบคู่กับการผลักดันการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐ ระบบชาร์จไฟฟ้าต้องมีการเพิ่มขยายอย่างต่อเนื่องเช่นกัน การใช้ตัวชาร์จ EV โพลีคาร์โบเนตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ สามารถประหยัดพลังงานเทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้มากถึง 450 กิโลตันภายในปี ค.ศ. 2030 โพลีคาร์โบเนตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของโคเวสโตรถูกส่งไปยังลูกค้าแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 2021</p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 01 Mar 2022 07:07:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_covestro-climate-neutrality-en.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_covestro-climate-neutrality-en.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/covestro-climate-neutrality-en.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Covestro_Climate-Neutrality_EN]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตรเปิดตัวผลิตภัณฑ์ MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-climate-neutral-mdi-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-climate-neutral-mdi-th/</guid><pp:caseid>495297</pp:caseid><pp:subtitle>อีกหนึ่งก้าวสู่ความสำเร็จเพื่อบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศ</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>MDI เกรดใหม่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต [1]</strong></li><li><strong>ผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้กับธุรกิจก่อสร้าง อุตสาหกรรมการจัดเก็บและการขนส่งแบบควบคุมความเย็น และอุตสาหกรรมยานยนต์</strong></li><li><strong>โซลูชั่นแบบดร๊อปอิน (Drop-in solution)โดยการเติมสารละลายเข้าไปในผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<hr><p><span>[1] </span><span style="text-align:start;">ค่าความเป็นกลางของคาร์บอน คำนวณจากวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์บางส่วนตั้งแต่วัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการผลิต (ของโคเวสโตร) ซึ่งในเร็วๆ นี้ ขั้นตอน LCA ของเรา จะได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสถาบันภายนอก และเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และ 14044 การคำนวณจะพิจารณาถึงการกักเก็บคาร์บอนไบโอเจนิก (biogenic carbon) ตามข้อมูลเบื้องต้นจากห่วงโซ่อุปทาน และ ไม่มีการใช้มาตรการชดเชย</span></p><p>&nbsp;</p><h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร&nbsp;www.covestro.com&nbsp;ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;"><a href="https://covestro.com/th">โคเวสโตร</a><span>&nbsp;</span>ดำเนินงานตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมาอย่างต่อเนื่อง และเปิดตัว MDI (methylene diphenyl diisocyanate) ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิตของโคเวสโตร ด้วยการใช้วัตถุดิบทางเลือกและขยะอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองการควบคุมสมดุลมวลสาร ตามมาตรฐาน ISCC PLUS โดย MDI เกรดใหม่นี้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในธุรกิจก่อสร้าง อุตสาหกรรมการจัดเก็บและการขนส่งแบบควบคุมความเย็น และในอุตสาหกรรมยานยนต์</p><p style="text-align:start;">อ้างอิงตามรูปแบบการคำนวณทั่วไป [1] ในระดับที่มีความสมดุลจะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดย MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศนั้นถูกผลิตโดยโรงงานของโครเวสโตรในเมืองเครเฟลด์-เออร์ดิงเงิน (Krefeld-Uerdingen), แอนต์เวิร์ป (Antwerp) และเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISCC PLUS</p><p style="text-align:start;">“เราได้เปิดตัว MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ และเรากำลังขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ” Sucheta Govil ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตรกล่าว "ดิฉันรู้สึกยินดีที่สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราทั่วโลกสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน" โดยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้ประกาศเปิดตัว<a href="https://www.covestro.com/press/covestro-starts-offering-the-worlds-first-climate--neutral-polycarbonate/" target="_blank">โพลีคาร์บอเนตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</a>ไปแล้ว</p><p style="text-align:start;">Hermann-Josef Dörholt หัวหน้าฝ่าย Performance Materials &nbsp;กล่าวเสริมว่า: "ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน และผลิตภัณฑ์ MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของเรานั้นเป็นโซลูชันแบบดรอปอินที่ลูกค้าของเราสามารถนำไปผลิตได้ทันที โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต และยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพไม่ต่างจากแบบเดิม"</p><h2 style="text-align:start;">ฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่มีความยั่งยืนมากขึ้น</h2><p style="text-align:start;">สำหรับฉนวนกันความร้อนภายในอาคารนั้น MDI เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตแผ่นฉนวนโพลียูรีเทน แผงแซนวิช และอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบในฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง โดยอุณหภูมิภายในอาคารสามารถลดลงได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ด้วยการใช้ฉนวนโพลียูรีเทน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากฉนวนโพลียูรีเทนนั้นสามารถออกแบบให้บางลง แต่ยังคงประสิทธิภาพไว้ได้ดี ในขณะที่ช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าวัสดุอื่นๆ</p><p style="text-align:start;">นอกจากฉนวนโพลียูรีเทนจะมีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนความร้อนที่ดีแล้ว MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศของโคเวสโตรนั้นยังมาพร้อมความยั่งยืนอีกด้วย: ด้วยการลดการปล่อยมลพิษในระหว่างกระบวนการผลิต และยังช่วยลดคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของอาคาร การใช้ฉนวนโพลียูรีเทนในอาคารใหม่ รวมถึงการปรับปรุงอาคารเก่านั้นมีส่วนสำคัญในการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้นอีกด้วย</p>]]></description><category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน,งานก่อสร้าง,ความยั่งยืน,วัสดุ,อุตสาหกรรม,โฟม,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ,ยานยนต์,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 24 Feb 2022 10:10:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220224-climate-neutral-mdi-pic-1.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220224-climate-neutral-mdi-pic-1.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220224-climate-neutral-mdi-pic-1.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220224_Climate-Neutral-MDI-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศจากโคเวสโตร (ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต) ใช้ในการผลิตฉนวนโพลียูรีเทนโฟม สำหรับฉนวนกันความร้อนภายในอาคารที่มีประสิทธิภาพสูง]]></pp:imageDescription></item></channel>
                    </rss>