<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:pp="http://www.presspage.com/rss/"
     version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
                <channel>
                    <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                    <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                    <description></description>
                    <language>th-th</language>
                    <lastBuildDate>Mon, 07 Sep 2026 18:40:44 +0200</lastBuildDate>
                    <pubDate>Thu, 09 Jul 2026 04:52:22 +0200</pubDate>
                    <image>
                        <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                        <url>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png</url>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                        <width>144</width>
                    </image><item>
                        <title>​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานเวนคอเรกซ์เดิมในไทยและสหรัฐฯ เสริมแกร่งเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</guid><pp:caseid>761511</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e318cd269977ee3d0390e61615fc30303"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​​​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;เดิมของ&nbsp; &nbsp;เวนคอเรกซ์&nbsp;(Vencorex)&nbsp;สองแห่งในจังหวัดระยอง ประเทศไทย และเมืองฟรีพอร์ต รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา</strong></span></li><li data-list-item-id="e3cfa05047316ab5d60ecb2180d30576e"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายการผลิตในภูมิภาคของโคเวสโตร และยกระดับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสำหรับลูกค้าในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน การต่อเรือและซ่อมเรือ&nbsp;เฟอร์นิเจอร์ไม้ อิเล็กทรอนิกส์ และการประยุกต์ใช้งานอุตสาหกรรมอื่น ๆ​​</strong>&nbsp;</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>​เกี่ยวกับโคเวสโตร:</strong></span><strong>&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><span>​โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน</span>&nbsp;<span>โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย</span>&nbsp;<span>รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต</span>&nbsp;Scope 1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;Scope 2&nbsp;<span>ภายในปี</span>&nbsp;2035&nbsp;<span>และสำหรับ</span>&nbsp;Scope 3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี</span>&nbsp;2050&nbsp;<span>ในปีงบประมาณ</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>มีรายได้จากการขายจำนวน</span>&nbsp;12.9&nbsp;<span>พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>บริษัทมีโรงงานผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,600&nbsp;<span>คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)</span> &nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:justify;">โคเวสโตร&nbsp;ประกาศความสำเร็จอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเดิมของ&nbsp;Vencorex&nbsp;ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2569&nbsp;โรงงานระยองซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้รับการบูรณาการเข้าสู่เครือข่ายการผลิตของโควสโตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างสมบูรณ์แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;</span></p><p>โรงงานที่ระยองนี้มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI (Hexamethylene Diisocyanate&nbsp;หรือ&nbsp;เฮกซาเมทิลีน ไดไอโซไซยาเนต)&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญสำหรับสารเคลือบโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูง กาว และสารซีลแลนท์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับศูนย์การผลิตมาบตาพุดที่มีอยู่เดิมของโคเวสโตร ซึ่งผลิตโพลีคาร์บอเนต ฟิล์มชนิดพิเศษ และอีลาสโตเมอร์ ส่งผลให้ฐานการผลิตของบริษัทในประเทศไทยขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ภายในเครือข่ายเอเชียแปซิฟิกของโคเวสโตร&nbsp;&nbsp;"การเพิ่มโรงงานในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของเรา ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการผลิตในภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าจากสถานที่ผลิตที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา"&nbsp;<strong>นายโทมัส โรเมอร์ (Thomas Roemer) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;(Coatings and Adhesives)&nbsp;</strong>ในระดับโลกของโคเวสโตร กล่าว&nbsp;</p><p>​การขยายฐานการผลิตที่ระยองส่งผลดีโดยตรงต่อลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ลดระยะเวลาในการจัดส่ง และสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;คุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอจากฐานการผลิตในท้องถิ่น&nbsp;</p><p>​โดย&nbsp;<strong>นางโมนีค&nbsp;บูค&nbsp;(Monique Buch) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์&nbsp;(Chief Commercial Officer)</strong>&nbsp;ของโคเวสโตร กล่าวว่า "ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าสร้างขึ้นบนรากฐานของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของเราในธุรกิจที่ลูกค้าพึ่งพาเราในด้านคุณภาพที่สม่ำเสมอ การจัดหาในภูมิภาค และความเชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้"&nbsp;</p><p>​สำหรับโคเวสโตรในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเติบโตในฐานะศูนย์กลางด้านการผลิตและนวัตกรรมของภูมิภาค&nbsp;<strong>นางสาวนิศา สุทธิพรไพศาลกุล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ บริษัท โควสโตร (ประเทศไทย) </strong>จำกัด&nbsp;กล่าวเสริมว่า "ประเทศไทยคือหนึ่งในเสาหลักเชิงกลยุทธ์ของการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คือการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของโคเวสโตรต่อตลาดนี้&nbsp;ซึ่งโรงงานระยองจะช่วยเสริมสร้างความสามารถของเราในการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"&nbsp;</p><p>​การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของโคเวสโตรในการสร้างธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะระดับโลก สืบเนื่องจากการลงทุนก่อนหน้า อาทิ การเข้าซื้อกิจการธุรกิจ&nbsp;Resins & Functional Materials&nbsp;จาก&nbsp;DSM​&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[APAC,Thailand,Covestro Thailand,วัสดุและอุตสาหกรรม,สารเคลือบ,ข่าวสารองค์กร,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,ไทย,อุตสาหกรรม,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ]]></category>
            <pubDate>Fri, 03 Jul 2026 09:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Covestro acquired production site in Rayong_1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Covestro AP-2 - 3]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตร ประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ได้รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร มุ่งสู่ Net Zero</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-thailand-elevates-environmental-standards-achieves-cfo-certification-advances-toward-net-zero-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-thailand-elevates-environmental-standards-achieves-cfo-certification-advances-toward-net-zero-th/</guid><pp:caseid>742867</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul><li data-list-item-id="e00f3d0bc16900e7a869509d7c573b73b"><p style="margin-left:0in;"><span>ได้รับการรับรอง “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” ประจำปี 2568 จาก อบก. พร้อมมาตรฐาน ISO 14064-1</span></p></li><li data-list-item-id="e3fe47b820af229bba3f1131a80626fb2"><p style="margin-left:0in;"><span>เตรียมพร้อมตอบโจทย์เทรนด์ธุรกิจและเส้นทางสู่ Net Zero</span></p></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>​​เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span><strong> </strong><span><strong>​</strong></span><strong>&nbsp;</strong></p><p><span>​</span><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:left;">​โคเวสโตร&nbsp;เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน&nbsp;โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย ตลอดจนภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก&nbsp;โคเวสโตร&nbsp;ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง&nbsp;</span> <span>​</span>&nbsp;</p><p style="margin-left:0px;"><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:left;">​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง&nbsp;โคเวสโตร&nbsp;ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต&nbsp;Scope 1&nbsp;และ&nbsp;Scope 2&nbsp;ภายในปี&nbsp;2035&nbsp;และสำหรับ&nbsp;Scope 3&nbsp;ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี&nbsp;2050&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2025&nbsp;โคเวสโตร&nbsp;มีรายได้จากการขายจำนวน&nbsp;12.9&nbsp;พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี&nbsp;2025&nbsp;บริษัทมีโรงงานผลิต&nbsp;46&nbsp;แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ&nbsp;17,600&nbsp;คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)&nbsp;</span></p><p><span><strong>​</strong></span><i><span><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่</strong></span><strong>:</strong><span><strong> </strong></span></i><a href="http://www.covestro.com/en" target="_blank"><i><strong>Covestro Homepage</strong></i></a><i><strong>&nbsp;</strong></i></p><p><i><span><strong>​ติดตามเราได้บนช่องทางโซเชียลมีเดีย</strong></span><strong>: Facebook</strong><span><strong> </strong></span></i><a href="https://www.facebook.com/share/18D5pxjyz3/" target="_blank"><i><strong>Covestro Thailand</strong></i></a><i><strong> และ </strong></i><a href="https://x.com/covestro?lang=de" target="_blank"><i><strong><img style="border-style:none;border-width:medium;margin:0px;padding:0px;text-align:left;" src="" alt="Ein Bild, das Schwarz, Dunkelheit enthält.rnrnKI-generierte Inhalte können fehlerhaft sein." width="12" height="12"></strong></i></a><a href="https://www.facebook.com/covestro/" target="_blank"><i><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:left;"><strong><img style="border-style:none;border-width:medium;margin:0px;padding:0px;" src="" alt="ShapernrnDescription automatically generated with medium confidence" width="22" height="24"></strong></span></i></a><a href="https://www.youtube.com/channel/UCt0O5lTN3Nw4cGd43DgeIlQ" target="_blank"><i><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:left;"><strong><img style="border-style:none;border-width:medium;margin:0px;padding:0px;" src="" alt="ShapernrnDescription automatically generated with medium confidence" width="22" height="24"></strong></span></i></a><a href="https://www.linkedin.com/company/covestro" target="_blank"><i><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:left;"><strong><img style="border-style:none;border-width:medium;margin:0px;padding:0px;" src="" alt="ShapernrnDescription automatically generated with medium confidence" width="16" height="24"></strong></span></i></a></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความพร้อมสู่อนาคตธุรกิจ ด้วยการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ล่าสุดได้รับการรับรอง “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” (Carbon Footprint for Organization: CFO) ประจำปี 2568 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการวัดและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กร และถือเป็นประเทศแรกในเครือข่ายโคเวสโตรทั่วโลกที่ได้มาตรฐานนี้</span></p><p><span>โคเวสโตร ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 และได้รับการรับรองในช่วงปลายปี 2568 โดยผู้บริหารของบริษัทได้เข้ารับมอบประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ สามารถผ่านการรับรองครบทั้ง 3 Scope ได้แก่ Scope 1 (การปล่อยโดยตรง) Scope 2 (การปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่ซื้อมา) และ Scope 3 (การปล่อยทางอ้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน) โดยเฉพาะ Scope 3 ซึ่งยังเป็นภาคสมัครใจ และมีเพียงไม่กี่องค์กรในประเทศไทยที่สามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลคาร์บอนครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้อย่างครบถ้วน</span></p><p><span>การดำเนินโครงการในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเป็นก้าวสำคัญด้านความยั่งยืน ซึ่งเส้นทางสู่ความสำเร็จนี้ต้องผ่านความท้าทายหลายด้านในกระบวนการดำเนินงาน เช่น เป็นการจัดเก็บข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นครั้งแรก ทำให้รูปแบบข้อมูลและรายงานเดิมไม่รองรับการคำนวณก๊าซเรือนกระจกโดยตรง นอกจากนี้ การประเมิน Scope 3 ยังมีความซับซ้อนสูง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายนอกจำนวนมาก รวมถึงต้องมีการทำงานกับหลากหลายหน่วยงานภายในองค์กร เป็นต้น</span></p><p><span><strong>นางสาวนิศา สุทธิพรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า “การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามมาตรฐาน แต่เป็นการวางรากฐานด้านข้อมูลและระบบบริหารจัดการที่สำคัญสำหรับอนาคตของธุรกิจ เราให้ความสำคัญกับการเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อสร้างความพร้อมต่อการรองรับทั้งความคาดหวังของลูกค้า คู่ค้า และทิศทางของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล” “การที่บริษัทสามารถดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่ Scope 1 และ 2 ไปจนถึง Scope 3 ซึ่งมีความซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการได้รับการรับรองทั้ง CFO และ ISO 14064-1 นี้สะท้อนถึงการวางระบบที่สอดคล้องทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจในอนาคต” นางสาวนิศา กล่าวเพิ่ม</span></p><p><span>ในระยะถัดไป บริษัทได้วางแผนสู่เป้าหมาย Road to Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2569 จะดำเนินโครงการ Solar Roof ระยะที่ 2 ควบคู่กับมาตรการอนุรักษ์พลังงานและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับแผนระดับโลกของโคเวสโตร และยังตั้งเป้าดำเนินการรับรอง CFO กับ อบก. อย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการคาร์บอนอย่างยั่งยืน</span></p><p><span>นอกจากนี้ ในปีนี้ ศูนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด ใน จ.ระยอง ยังได้รับเกียรติบัตรจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในการเป็น “โรงงานเครือข่ายเพื่อความยั่งยืน”&nbsp;ภายใต้ “โครงการยกระดับโรงงานเครือข่ายเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทขององค์กรในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย</span></p><p style="margin-left:-.25in;">&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[Covestro Thailand,APAC,Thailand]]></category>
            <pubDate>Wed, 29 Apr 2026 04:45:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/b3f8722e-9f52-426b-809d-a2933f5828d8/500_nisasuttipornphaisankula4thfromleftjoinedwithothercompaniesreceivingthecfocertificates.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/b3f8722e-9f52-426b-809d-a2933f5828d8/500_nisasuttipornphaisankula4thfromleftjoinedwithothercompaniesreceivingthecfocertificates.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/b3f8722e-9f52-426b-809d-a2933f5828d8/nisasuttipornphaisankula4thfromleftjoinedwithothercompaniesreceivingthecfocertificates.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Nisa Suttipornphaisankula (4th from left) joined with other companies receiving the CFO certificates]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตร เปิดตัวโครงการ CSR “จิ๋วพิทักษ์โลก”</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-thailand-launches-green-guardians-csr-project-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-thailand-launches-green-guardians-csr-project-th/</guid><pp:caseid>729388</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p><span>โคเวสโตร ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “จิ๋วพิทักษ์โลก” พร้อมลงนามความร่วมมือกับโรงเรียนเครือข่ายไตรภาคี เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนให้กับเยาวชนในชุมชน</span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>​​เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span><strong> </strong><span><strong>​</strong></span><strong>&nbsp;</strong></p><p><span>​โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย</span> <span>​</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่</span>&nbsp;1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;2&nbsp;<span>ภายในปี พ.ศ.</span>&nbsp;2578&nbsp;<span>และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่</span>&nbsp;3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ.</span>&nbsp;2593&nbsp;<span>โคเวสโตรสร้างยอดขายได้</span>&nbsp;14.2&nbsp;<span>พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ.</span>&nbsp;2567&nbsp;<span>ณ สิ้นปี พ.ศ.</span>&nbsp;2567&nbsp;<span>บริษัทฯ มีฐานการผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,500&nbsp;<span>คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)</span> <i><span><strong><u>​</u></strong></span></i>&nbsp;</p><p><i><span><strong>​ดูข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่</strong></span><strong>:</strong><span><strong> </strong></span></i><a href="http://www.covestro.com/en" target="_blank"><i><strong>Covestro Homepage</strong></i></a>&nbsp;</p><p><i><span><strong>​ติดตามเราได้ทางโซเชียลมีเดีย</strong></span><strong>:</strong><span><strong> </strong></span></i><a href="https://www.facebook.com/share/18D5pxjyz3/" target="_blank"><i><strong>Covestro Thailand</strong></i></a>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>โคเวสโตร ประเทศไทยเปิดตัวโครงการ CSR “จิ๋วพิทักษ์โลก” (Green Guardians by Covestro) อย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนให้กับเยาวชนในโรงเรียนในเครือข่ายไตรภาคี โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว ตลอดระยะเวลา 3 ปีการศึกษา โครงการจะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการศึกษาและการดูแลสิ่งแวดล้อม</span></p><p><span>งานเปิดตัวและงานลงนามความร่วมมือ จัดขึ้นที่ศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุด โดยมีผู้บริหารโคเวสโตร นำโดยนิศา สุทธิพรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ คุณชัยยุทธ แจ้งเจนรบ ผู้จัดการไซต์มาบตาพุด คณะผู้บริหารสถานศึกษาและครูจากโรงเรียนพันธมิตร พร้อมด้วยตัวแทนการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (กนอ.) ตัวแทนคณะกรรมการไตรภาคี และทีมงานจากโคเวสโตรเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ไฮไลต์สำคัญของงานคือพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างโคเวสโตรและโรงเรียนทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดชากลูกหญ้า โรงเรียนวัดตากวน โรงเรียนวัดกรอกยายชา โรงเรียนบ้านหนองแฟบ และโรงเรียนวัดมาบชลูด เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันตลอดโครงการ โดยมีการถ่ายภาพร่วมกันเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นความร่วมมือที่เข้มแข็ง</span></p><p><span>โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรม CSR แต่เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของโคเวสโตร ในการตอบโจทย์และสนับสนุนกลุ่มไตรภาคี และบรรลุข้อกำหนดในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA<strong>)</strong> ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นด้วย การทำงานอย่างใกล้ชิดกับโรงเรียน เราได้สร้างโอกาสในการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย และแสดงให้เห็นว่าโคเวสโตร เป็นเพื่อนบ้านที่มีความรับผิดชอบและมีความห่วงใย ความพยายามเหล่านี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท และตอกย้ำการดำเนินกิจการเป็นเวลานานของเราในภูมิภาคนี้</span></p><p><span>สำหรับพนักงานของโคเวสโตร โครงการ จิ๋วพิทักษ์โลก ยังเป็นโอกาสในการเป็นอาสาสมัคร แบ่งปันความเชี่ยวชาญ และพัฒนาทักษะใหม่ๆ—ตั้งแต่การประสานงานโครงการ การทำกิจกรรมร่วมกับน้องๆ การมีส่วนร่วมกับชุมชน ไปจนถึงการให้ความรู้ด้านความยั่งยืน การเป็นอาสาสมัครในโปรแกรมนี้ช่วยให้พนักงานสามารถสร้างผลลัพท์ที่จับต้องได้</span></p><p><span><strong>ผอ. ศมาภรณ์ อุบลบาน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดชากลูกหญ้า</strong> กล่าวเสริมว่า “ด้วยความร่วมมือของโคเวสโตร คณะครู นักเรียน และทุกภาคส่วน เรามั่นใจว่าโครงการ ‘จิ๋วพิทักษ์โลก’ จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนให้กับเยาวชนและชุมชนของเรา เราพร้อมให้การสนับสนุนทุกกิจกรรมที่โคเวสโตรจะจัดขึ้น เพื่อบ่มเพาะเด็ก ๆ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ ขอขอบคุณโคเวสโตรที่ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา”</span></p><p><span>โครงการ “จิ๋วพิทักษ์โลก” ไม่เพียงแต่สอดคล้องกับพันธกิจระดับโลกของโคเวสโตรในการ “สร้างสรรค์เพื่อโลกที่สดใส” แต่ยังตอบโจทย์ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) เช่น</span></p><ul><li data-list-item-id="e530d6d417825993687f20980ffa085b2"><span><strong>SDG 4: Quality Education</strong> ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ</span></li><li data-list-item-id="ecac5f4899749d912e409e636d98e3e0b"><span><strong>SDG 11:</strong> <strong>Sustainable Cities and Communities</strong> สร้างชุมชนที่ยั่งยืนตั้งแต่ระดับโรงเรียน ครอบครัว ไปจนถึงชุมชน</span></li><li data-list-item-id="e7123378af48ea25bc5bfc0c221dd2c50"><span><strong>SDG 13 Climate Action</strong>&nbsp;<strong> </strong>โดยการสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ การดูแลระบบนิเวศ</span></li><li data-list-item-id="e5074f51cff89b35d7369c3deb1248ed0"><span><strong>SDG 17: Partnerships for the Goals</strong> ผ่านความร่วมมือแบบไตรภาคีระหว่างบริษัท โรงเรียน และชุมชน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน</span></li></ul><p><span><strong>คุณนิศา สุทธิพรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ โคเวสโตร ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของโคเวสโตรเน้นสองเสาหลัก คือ การศึกษาและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในระยะยาว โดยแนวทางของบริษัทฯ เน้นการทำงานร่วมกันอย่างมีความหมาย ไม่ใช่เพียงการให้ความช่วยเหลือ แต่เป็นการสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างบริษัทฯ โรงเรียน และชุมชน" ขอขอบคุณทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นทีมงานของโรงเรียน หน่วยงานท้องถิ่น หรือพนักงานของบริษัททุกคนที่ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม”</span></p><p><span>โครงการนี้จึงเป็นมากกว่ากิจกรรม CSR แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของเยาวชนและชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนในอนาคต</span></p>]]></description><category><![CDATA[Covestro Thailand,ความยั่งยืน,APAC,Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 24 Nov 2025 06:57:42 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/bcc241e7-791c-4a64-a36c-a44fb8f775e4/500_img_6161.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/bcc241e7-791c-4a64-a36c-a44fb8f775e4/500_img_6161.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/bcc241e7-791c-4a64-a36c-a44fb8f775e4/img_6161.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[IMG_6161]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตร และ มจธ. ร่วมผนึกกำลังปั้นนักออกแบบรุ่นใหม่ สู่อนาคตแห่งความยั่งยืน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-and-soad-kmutt-join-forces-to-nurture-young-designers-for-a-sustainable-future-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-and-soad-kmutt-join-forces-to-nurture-young-designers-for-a-sustainable-future-th/</guid><pp:caseid>723979</pp:caseid><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span>เกี่ยวกับโคเวสโตร</span>&nbsp;</p><p><span>โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย</span>&nbsp;</p><p><span>บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ </span>1 <span>และ </span>2 <span>ภายในปี พ.ศ. </span>2578 <span>และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ </span>3 <span>ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. </span>2593 <span>โคเวสโตรสร้างยอดขายได้ </span>14.2 <span>พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ. </span>2567 <span>ณ สิ้นปี พ.ศ. </span>2567 <span>บริษัทฯ มีฐานการผลิต </span>46 <span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ </span>17,500 <span>คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)</span></p><p><span>ดูข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่</span>:&nbsp;<a href="http://www.covestro.com/en">Covestro Homepage</a></p><p><span>ติดตามเราได้ทางโซเชียลมีเดีย</span>:&nbsp;<a href="https://www.facebook.com/share/18D5pxjyz3/">Covestro Thailand</a></p><p>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><strong>โคเวสโตร ประเทศไทย </strong>ร่วมมือกับ <strong>คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ (SoA+D)</strong> มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สร้างสรรค์โครงการ Creative Solutions for Circularity Awareness เพื่อผลักดันการเรียนรู้ด้านการออกแบบเพื่อความยั่งยืน และแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เป็นรูปธรรมให้กับนักศึกษา มจธ. ที่เข้าร่วมโครงการ</p><p>โครงการนี้ผสมผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรมและการออกแบบ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ การบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ และเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติ โดยมีโคเวสโตรร่วมสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดหลักสูตร เช่น การให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากโคเวสโตร และการนำน้องๆ ไปทัศนศึกษาที่ศูนย์การผลิตโคเวสโตร&nbsp;&nbsp; มาบตาพุด และชุมชนใน จ.ระยอง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพผ่านการประกวด “<strong>Creative Design for Sustainability Contest 2025</strong>” โดยมีโจทย์หลักคือการออกแบบภายใต้คอนเซปท์ Circularity ซึ่งโคเวสโตรได้สนับสนุนรางวัลเป็นทุนการศึกษารวม 60,000 บาท &nbsp; มีผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 50 ชิ้น ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากคณาจารย์และจากโคเวสโตร ได้ร่วมกันคัดเลือก 3 ผลงานที่โดดเด่นที่สุด โดยพิจารณาจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง และการออกแบบที่สอดคล้องกับหลักการความยั่งยืน รวมถึงการนำเสนอและการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม</p><p>ผลงานที่โดดเด่นและคว้า<strong>รางวัลชนะเลิศ&nbsp;Best Design Award</strong> ได้แก่&nbsp;“Coral Wave”&nbsp;จากนักศึกษาหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์&nbsp;โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่ต้องเผชิญกับปัญหาขยะพลาสติก ผลงานนี้ออกแบบเป็นพื้นที่เชิงประสบการณ์ที่มี “สิ่งกีดขวาง” เพื่อจำลองความยากลำบากของสัตว์ทะเลในการดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษพร้อมกระตุ้นให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกและการฟอกขาวของปะการัง โดยใช้ขวดพลาสติกรีไซเคิลเป็นวัสดุหลัก เป็นการหมุนเวียนการใช้ประโยชน์และลดขยะพลาสติกตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยรางวัล<strong>รองชนะเลิศ Design Excellence Award</strong>&nbsp;เป็นผลงาน “Reform – Plastic Waste into Wearable Art” &nbsp;จากนักศึกษาหลักสูตรการออกแบบนิเทศศิลป์ (Communication Design) ที่นำขยะพลาสติกมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับเชิงศิลปะ สะท้อนแนวคิดการเปลี่ยนของเหลือใช้ให้กลายเป็นงานออกแบบที่มีคุณค่าและสามารถสวมใส่ได้ และ<strong>รางวัลที่สาม Distinction Award</strong>&nbsp;ได้แก่ผลงาน&nbsp;“Second Nature” จากนักศึกษาหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยออกแบบเป็นโครงสร้างลักษณะ modular สามารถพับเก็บและเคลื่อนย้ายได้ง่าย พร้อมนำถุงพลาสติกใช้แล้วนำมาตัด ถัก และดัดแปลงอย่างสร้างสรรค์ และใช้เป็นร่มบังแดดได้ สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติและผลกระทบที่เกิดจากมนุษย์&nbsp;โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกทั้งหมดนี้ ได้รับทุนการศึกษาจากโคเวสโตร เป็นจำนวน 20,000, 15,000 และ 10,000 บาท ตามลำดับ และนอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยพร้อมทุนกันศึกษารางวัลละ 5,000 บาท</p><p><strong>ผศ. วราลักษณ์ แผ่นสุวรรณ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ.</strong> กล่าวว่า “การออกแบบอย่างยั่งยืนถือเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนการสอนของคณะเรา ความร่วมมือกับโคเวสโตรในครั้งนี้ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้เรื่องการออกแบบเชิงหมุนเวียน การเลือกใช้วัสดุ และการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเป็นนักออกแบบที่มีความรับผิดชอบ”</p><p>“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขัน แต่เป็นเวทีในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน การทำงานร่วมกับ มจธ. ช่วยให้นักศึกษาเชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนกับผลกระทบในโลกจริง และเตรียมความพร้อมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมและอุตสาหกรรมในอนาคตได้” <strong>คุณกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวเพิ่มเติม</p><p>ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงพันธกิจระดับโลกของโคเวสโตรในการขับเคลื่อนความยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจของวิสัยทัศน์ในการมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านนวัตกรรมและความร่วมมือ พร้อมส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีบทบาทในการสร้างโลกที่แข็งแกร่งและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเราเชื่อว่า การออกแบบที่ดีไม่เพียงเปลี่ยนพื้นที่ แต่สามารถเปลี่ยนอนาคตได้</p>]]></description><category><![CDATA[Covestro Thailand,Circular Economy,Sustainability,Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 02 Oct 2025 11:00:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/clients/150_2529.png?10000" length="0" type="image/png" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[logo]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตรลงทุนขยายกำลังการผลิตฟิล์มโพลีคาร์บอเนตในประเทศไทย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-expands-production-capacity-for-polycarbonate-films-in-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-expands-production-capacity-for-polycarbonate-films-in-thailand-th/</guid><pp:caseid>564004</pp:caseid><pp:subtitle>พิธีวางศิลาฤกษ์สำหรับสายการผลิตใหม่ที่มาบตาพุด</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>การลงทุนมูลค่ากว่าหลายสิบล้านยูโร</strong></li><li><strong>การก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2568</strong></li><li><strong>สำหรับการใช้งานทางด้านบัตรประจำตัว อุตสาหกรรมรถยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์</strong></li><li><strong>เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ฟิล์มที่มีความยั่งยืน</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></p><p>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและ คุณภาพชีวิต ในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจน ในอุตสาหกรรมเ คมีด้วย บริษัทได้ตั้งเป้าหมายในการเป็นบริษัทหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และมุ่งบรรลุความเป็นกลางทาง สภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2578 (ในขอบเขต 1 และ 2) โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ 18 พันล้านยูโรในปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 18,000 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี พ.ศ. 2565&nbsp;<br><br><strong>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของ&nbsp;</strong><br>โคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร www.covestro.com ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>โคเวสโตร เริ่มแผนการขยายการผลิตฟิล์มโพลีคาร์บอเนตชนิดพิเศษ (PC film) ทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งได้มีการวางศิลาฤกษ์ในการเริ่มก่อสร้างสายการผลิตการอัดขึ้นรูปแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 โดยผลิตภัณฑ์ฟิล์มชนิดนี้เป็นส่วน ประกอบของผลิตภัณฑ์ประเภทเอกสารประจำตัวเฉพาะ บุคคล จอแสดงผลในรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการลงทุนใน ครั้งนี้มีมูลค่าหลายสิบล้านยูโร โดยการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2568 และจะมีการ จ้างงานกว่า 50 ตำแหน่ง</p><p><strong>คุณ สุเชตา โกวิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ โคเวสโตร</strong> กล่าวว่า “การลงทุนในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชันและกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะ เพื่อช่วยขยายขีดจำกัดในธุรกิจให้เติบโตไปอย่างต่อเนื่อง และในขณะเดียวกัน การลงทุนครั้งนี้ยังช่วยให้เราสามารถตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และสามารถรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมในอนาคตอีกด้วย”</p><p><strong>ดร.แคโรไลน์ วูล์ฟ หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิล์มชนิดพิเศษ ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก </strong>กล่าวถึงการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ว่า "เนื่องด้วยความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น อย่างต่อเนื่องเราจึงได้มีการลงทุนขยายกำลังการผลิต เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทย จีน เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา โดยเราต้องการ ผลักดัน การเติบโตในธุรกิจฟิล์มโพลีคาร์บอเนต ที่มุ่งเน้นที่ลูกค้า และ นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่ง โซลูชั่นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างการรีไซเคิลหรือการใช้วัตถุดิบชีวมวลบางส่วน ถือเป็นส่วนสำคัญ”&nbsp;</p><h2>เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ฟิล์มที่ผลิตจากวัตถุดิบทางเลือก</h2><p>โคเวสโตรนำเสนอผลิตภัณฑ์ฟิล์ม PC ที่หลากหลายและยั่งยืน ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์สมดุล- มวลสาร ที่ได้ รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS โดยวัตถุดิบของฟิล์มดังกล่าวนั้น ผลิตจากขยะชีวภาพและวัสดุตกค้าง ซึ่งเรานำมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งห่วงโซ่คุณค่าการผลิต และผลิตภัณฑ์&nbsp;<br>ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ศูนย์การผลิตมาบตาพุดได้รับการรับรองจาก ISCC PLUS ทำให้โรงงาน แห่งนี้สามารถผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสาร โดยลูกค้าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ ของ โคเวสโตรในกระบวนการผลิตเพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน นอกเหนือจากนี้ โคเวสโตรยัง ได้นำเสนอ ผลิตภัณฑ์ฟิล์มหลายชนิดที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบจากพืชหรือพลาสติกรีไซเคิล อีกด้วย</p><p>ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และ ผู้จัดการศูนย์ การผลิต โคเวสโตร มาบตาพุด กล่าวว่า "โรงงานแห่งใหม่มีความพร้อมแล้ว และจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ ใน ไตรมาสที่ 2 ตามแผนที่วางไว้ โดยโรงงานมาบตาพุดมี คุณสมบัติด้านคุณภาพและ มาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูง สอดคล้องกับกลยุทธ์โดย รวมของโคเวสโตร ศูนย์การผลิตในประเทศไทยของเราถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกในการร่วมมือ กับลูกค้าและซัพพลายเออร์เพื่อผลิตวัสดุที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น”</p>]]></description><category><![CDATA[Financials,Films,Automotive,Electronics/electrical/appliances,Security and protection,Map Ta Phut,Thailand,Business &amp; Finance,APAC,Materials,Industries,Corporate News,Materials &amp; Industries,Locations,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 09 Mar 2023 10:02:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/59ca9412-315b-42bb-a103-516b67dfbeae/500_20230309-groundbreaking-for-new-polycarbonate-films-production-in-map-ta-phut-pic-1.jpg?41499" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/59ca9412-315b-42bb-a103-516b67dfbeae/500_20230309-groundbreaking-for-new-polycarbonate-films-production-in-map-ta-phut-pic-1.jpg?41499</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/59ca9412-315b-42bb-a103-516b67dfbeae/20230309-groundbreaking-for-new-polycarbonate-films-production-in-map-ta-phut-pic-1.jpg?41499</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20230309_Groundbreaking-for-New-Polycarbonate-Films-Production-in-Map-Ta-Phut-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[พิธีวางศิลาฤกษ์สำหรับโรงงานฟิล์มโพลีคาร์บอเนตใหม่ที่ศูนย์การผลิตมาบตาพุด ประเทศไทย ร่วมพิธีโดยคุณอเลต้า ริชาร์ดส์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจฟิล์มชนิดพิเศษของกลุ่มบริษัทโคเวสโตร ดร. ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการบ.โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และผู้จัดการโรงงานมาบตาพุด (ที่ 3 จากซ้าย) และคุณไมเคิล โบดิเกอร์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจฟิล์มชนิดพิเศษ ของกลุ่มบริษัทโคเวสโตร (ที่ 2 จากขวา) &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โชว์ศักยภาพเยาวชนไทยกับไอเดียสุดเจ๋ง</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/thai-youth-showcased-their-innovative-ideas-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/thai-youth-showcased-their-innovative-ideas-th/</guid><pp:caseid>521085</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p style="text-align:start;"><strong>นักศึกษาจาก ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี “KMUTT CHARGING STATION” คว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวดออกแบบนวัตกรรม “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” ในโครงการ Covestro Innovation Design Contest 2021</strong></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก ด้วยยอดขายกว่า 10.7 พันล้านยูโรในปี 2020 ธุรกิจของโคเวสโตรให้ความสำคัญกับการผลิตวัสดุโพลิเมอร์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน และในการดำเนินการนี้ โคเวสโตรกำลังก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักที่เป็นกลุ่มลูกค้าของโคเวสโตร คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และไม้ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นอกจากนี้ยังรวมถึง กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและอึตสหกรรมเคมีเองอีกด้วย โคเวสโตรมีศูนย์การผลิตอยู่ 33 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำและเทียบเท่าประมาณ 16,500 คน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;">20 ธันวาคม 2564: เยาวชนไทยได้แสดงความสามารถให้เห็นกันอีกครั้งในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ Covestro Innovation Design Contest 2021 (IDC 2021) โครงการประกวดออกแบบนวัตกรรม “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)” ภายใต้แนวคิด “เสริมพลังสู่เส้นทางการหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way)” เพื่อผลักดันไอเดียนวัตกรรมการใช้พลังงานสะอาดและการหมุนเวียนอย่างมีคุณค่า จัดโดย โคเวสโตร ผู้นำด้านวัสดุ โพลิเมอร์ระดับโลก ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผลงาน KMUTT CHARGING STATION มีความคิดสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรม ตอบโจทย์การใช้งาน EV Car และสามารถนำแนวคิดไปพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตเพื่อใช้งานได้จริง รวมถึงยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกของผู้ใช้งานในด้านต่างๆ อีกด้วย</p><p style="text-align:start;">โครงการประกวดออกแบบนวัตกรรม Covestro Innovation Design Contest 2021 (IDC 2021) ได้ประกาศผลรางวัลผู้ชนะเลิศจากเวทีการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาทีมนักศึกษาที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย และสามารถนำเสนอไอเดียการออกแบบ “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)” ภายใต้แนวคิด “เสริมพลังสู่เส้นทางการหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way)” ได้อย่างตอบโจทย์ทั้งทางด้านไอเดียเชิงนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืน รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำไปพัฒนาเพื่อการใช้งานได้จริงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับปริญญาตรีทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพด้านการคิดและพัฒนานวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 185,000 บาท โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงาน ได้แก่ นายวฤต รัตนชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนายพิชิต พงษ์ประเสริฐ หัวหน้างานพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), นายชาญณรงค์ แก่นทอง นายกสภาสถาปนิก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด ได้แก่ นางสาวกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคอาเซียน และนายชัยยุทธ แจ้งเจนรบ ผู้จัดการโรงงาน ศูนย์การผลิตโพลีคาร์บอเนต ร่วมให้เกียรติเป็นคณะกรรมการตัดสิน</p><p style="text-align:start;"><strong>ดร.ทีโม่ สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong><span>&nbsp;</span>กล่าวว่า “โคเวสโตร ได้จัดการประกวดในโครงการนี้มาต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้วในปีนี้ ด้วยความตั้งใจและวัตถุประสงค์ที่มุ่งขับเคลื่อนแนวคิดเชิงนวัตกรรมให้กับเยาวชนเด็กรุ่นใหม่ เปิดเวทีให้น้องๆ ได้แสดงศักยภาพและความสามารถทางความคิด ไอเดียเชิงนวัตกรรม และการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนและสังคมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป พร้อมๆ กับการส่งเสริมความยั่งยืน ซึ่งหัวข้อการแข่งขันปีนี้มีความน่าสนใจและค่อนข้างท้าทายมากที่นักศึกษาจะได้แสดงไอเดียออกแบบสถานีชาร์จ EV ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และทางโคเวสโตรเอง ก็มุ่งเน้นแนวคิดไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน และพยายามอย่างมากในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดสายการผลิตทั้งหมดของเรา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) และเราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของโลกคือกุญแจสำคัญในการเปิดโอกาสให้เราได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่นำเราไปสู่โลกที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนในการดูแลรักษาโลกของเรา ถึงแม้ว่าโครงการ IDC จะเป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยส่งเสริมแนวคิดเชิงนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนความยั่งยืน แต่เราเชื่อว่าความพยายามนี้พร้อมกับการจับมือร่วมกับองค์กรต่าง ๆ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความยั่งยืน พร้อมส่งมอบโลกที่น่าอยู่นี้ไปยังคนรุ่นต่อไปในอนาคตของได้”</p><p style="text-align:start;">“และผมขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นักศึกษาทุกทีมที่ได้รับรางวัลจากเวทีการแข่งขันในปีนี้ และขอชื่นชมทุกคนที่มองเห็นปัญหา และหาแนวทางการแก้ไข ร่วมกันนำเสนอไอเดียดีๆ ในการออกแบบ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นโจทย์ของปีนี้ ซึ่งเราอยากเห็นแนวคิดใหม่ๆ ที่ยอดเยี่ยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต และขอขอบคุณทาง EGAT อีกครั้งที่มีเป้าหมายและร่วมกันสนับสนุนแคมเปญนี้ด้วยกัน”<span>&nbsp;</span><strong>ดร.ทีโม่</strong><span>&nbsp;</span>กล่าวทิ้งท้าย</p><p style="text-align:start;"><strong>คุณวฤต รัตนชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong><span>&nbsp;</span>ได้กล่าวถึงแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังก้าวเข้ามามีบาทบาทสำคัญในโลกและในประเทศไทย ซึ่งกำลังร่วมกันหาแนวทางการสร้างความยั่งยืนให้กับโลก และโจทย์ของโครงการ IDC 2021 นี้ถือได้ว่าจะมีประโยชน์กับสังคมในวงกว้าง “ถ้าไอเดียการออกแบบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของน้องๆ จะช่วยส่งเสริม และทำให้คนอยากหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาด และช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศให้กับโลกได้ นั่นคือประโยชน์ที่น้องๆ สามารถสร้างให้กับโลกใบนี้”<span>&nbsp;</span><strong>คุณวฤต</strong><span>&nbsp;</span>กล่าว</p><p style="text-align:start;">ผลงานของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 ทีมที่ผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้าย ได้แสดงถึงศักยภาพ ทั้งแนวคิดในการตอบสนองต่อปัญหาที่เป็นอยู่และความความคิดสร้างสรรค์ในออกแบบนวัตกรรม “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)” ซึ่งตอบโจทย์เกณฑ์การตัดสินได้เป็นอย่างดีเยี่ยม รวมถึงรูปแบบการนำเสนอผลงานของแต่ละทีมที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน สร้างความความประทับใจให้กับคณะกรรมการตัดสินเป็นอย่างมาก โดยผลงาน<span>&nbsp;</span><strong>“KMUTT CHARGING STATION” ของที่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</strong><span>&nbsp;</span>สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง โดยได้รับรางวัลเป็นทุนการศึกษามูลค่า 80,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร</p><p style="text-align:start;">สำหรับ<strong>รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน DENOTOL</strong><span>&nbsp;</span>จาก ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร พร้อมทุนการศึกษาจำนวน 50,000 บาท</p><p style="text-align:start;"><strong>รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน Camellia Charging Station</strong><span>&nbsp;</span>จาก ทีมมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร พร้อมทุนการศึกษามูลค่า 30,000 บาท</p><p><span style="text-align:start;">นอกจากนี้ รางวัลชมเชยอีก 3 รางวัล ประกอบด้วย ผลงาน ECO-FRIENDLY MINI EV CHARGING STATION จาก ทีมสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง, ผลงาน Power Treecharg จาก ทีมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และผลงาน Green Tower Station จาก ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้รับทุนการศึกษา รางวัลละ 5,000 บาท และรางวัล Popular Vote ทีมที่มีผู้ชื่นชอบได้รับการโหวตมากที่สุด คือผลงาน DENOTOL จาก ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รับทุนการศึกษาพิเศษ 10,000 บาท</span></p>]]></description><category><![CDATA[งานวิจัยและนวัตกรรม,APAC,Thailand,Hide TH,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Sun, 17 Jul 2022 11:42:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220722-thai-youth-03.jpeg?10000" length="0" type="image/jpeg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220722-thai-youth-03.jpeg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220722-thai-youth-03.jpeg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220722_thai_youth_03]]></pp:imageTitle></item></channel>
                    </rss>