<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:pp="http://www.presspage.com/rss/"
     version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
                <channel>
                    <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                    <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                    <description></description>
                    <language>th-th</language>
                    <lastBuildDate>Mon, 07 Sep 2026 19:27:24 +0200</lastBuildDate>
                    <pubDate>Tue, 17 Mar 2026 16:53:34 +0100</pubDate>
                    <image>
                        <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                        <url>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png</url>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                        <width>144</width>
                    </image><item>
                        <title>โคเวสโตรสามารถทำ EBITDA ได้ตามประมาณการ แม้เศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะถดถอย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-achieves-ebitda-guidance-despite-looming--recession-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-achieves-ebitda-guidance-despite-looming--recession-th/</guid><pp:caseid>540460</pp:caseid><pp:subtitle>ไตรมาสสาม ปี 2565: ราคาพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p>• ยอดขายของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 4.6 พันล้านยูโร&nbsp;<br>• EBITDA 302 ล้านยูโร&nbsp;<br>• รายได้สุทธิรวม 12 ล้านยูโร&nbsp;<br>• กระแสเงินสดอิสระ (FOCF) 33 ล้านยูโร&nbsp;<br>• ปรับการประมาณการของปี 2565&nbsp;<br>• อีกก้าวสำคัญของการเดินหน้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร:&nbsp;</strong></p><p>โคเวสโตรคือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;<br><br>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายใน ค.ศ. 2035 (scope 1 และ scope 2) และสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ)&nbsp;<br><br>&nbsp;</p><p><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong><br><br>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่น ๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานที่โคเวสโตรเผยแพร่ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้บนเว็บไซต์โคเวสโตร <a href="https://www.covestro.com">www.covestro.com</a>. ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการแก้ไขข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่าง ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>ผลการดำเนินงานของโคเวสโตรในไตรมาสที่สามของปี 2565 เป็นไปตามที่คาดไว้ เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางวิกฤตด้านพลังงานของยุโรป อย่างไรก็ตาม ยอดขายของกลุ่มบริษัทก็ยังเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมาอยู่ที่ 4.6 พันล้านยูโร (จากเดิม 4.3 พันล้านยูโร) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและระดับราคาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป ส่วน EBITDA ลดลงร้อยละ 65.0 ไปอยู่ที่ 302 ล้านยูโร (จากเดิม 862 ล้านยูโร) ซึ่งหมายความว่า การดำเนินงานของโคเวสโตรเป็นไปตามตัวเลข EBITDA ที่คาดการณ์ไว้สำหรับไตรมาสที่สาม สาเหตุหลักของผลกำไรที่ลดลงนั้น เนื่องจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้กลุ่มบริษัทได้ทำการปรับระดับราคาขายให้สูงขึ้นแต่ก็สามารถชดเชยได้เพียงแค่เล็กน้อย ซึ่งปริมาณการขายรวมที่ลดลงมีผลทำให้ผลประกอบการลดลงเช่นกัน กระแสเงินสดอิสระ (FOCF) ลดลงร้อยละ 91.3 มาอยู่ที่ 33 ล้านยูโร (จากเดิม 381 ล้านยูโร) สาเหตุสำคัญมาจากการที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลง รายรับสุทธิในไตรมาสที่สามลดลงร้อยละ 97.5 ไปอยู่ที่ 12 ล้านยูโร (จากเดิม 472 ล้านยูโร))&nbsp;</p><p>“ในตอนนี้ เราจะต้องพยายามรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะฉะนั้นเราจึงได้ใช้สิ่งที่เรามีทั้งหมด เพื่อขับเคลื่อนโคเวสโตรให้รอดพ้นจากอุปสรรคที่กำลังเผชิญอยู่นี้” ดร. มาร์คุส สไตเลอแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโคเวสโตรกล่าว “ที่สำคัญ จากการที่ราคาของเชื้อเพลิงฟอสซิลสูงขึ้นมาก แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ของโคเวสโตรในการมุ่งมั่นสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบนั้นเป็นเส้นทางที่ถูกต้อง และผลิตภัณฑ์ของเราก็มีส่วนสำคัญในการปูทางสู่อนาคตที่ปราศจากการใช้ฟอสซิล” &nbsp;&nbsp;&nbsp;<br><br>แม้จะมีวิกฤตด้านพลังงานในยุโรปและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง แต่โคเวสโตรก็เดินหน้ายืนยันความสามารถในการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ หนึ่งในนั้นคือการใช้มาตรการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายทางธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะกลาง นอกจากนี้ โคเวสโตรยังเริ่มใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อลดการพึ่งพาการใช้ก๊าซในประเทศเยอรมนี รวมถึงมุ่งเน้นที่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยมาตรการการเพิ่มประสิทธิภาพทางเทคนิค อาทิ การใช้เซ็นเซอร์ดิจิทัลเพื่อติดตามการทำงานของอุปกรณ์ดักไอน้ำ ซึ่งทำให้โคเวสโตรสามารถใช้ไอน้ำในการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;</p><h2>ปรับการประมาณการของปี 2565 &nbsp;</h2><p>“ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเรา แต่ถึงแม้ว่าจะต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งจากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้นมาก แต่เราก็สามารถทำ EBITDA ได้ตามที่คาดการณ์ไว้สำหรับไตรมาสที่สาม” ดร. โทมัส เทอปเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินกล่าว “จากผลประกอบการนี้ เราคาดว่าในปีนี้ เราจะสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br><br>โคเวสโตรได้ปรับการประมาณการของปี 2565 ซึ่งประกาศออกไปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2565 และตอนนี้คาดว่า EBITDA จะอยู่ระหว่าง 1.7 พันล้านยูโรถึง 1.8 พันล้านยูโร (จากเดิม ระหว่าง 1.7 พันล้านยูโรถึง 2.2 พันล้านยูโร) และ FOCF จะอยู่ระหว่าง 0 ล้านยูโรถึง 100 ล้านยูโร (จากเดิม ระหว่าง 0 ล้านยูโร ถึง 500 ล้านยูโร) อัตราผลตอบแทนจากเงินทุนสำหรับการถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของเงินทุนคาดว่าจะอยู่ระหว่างลบสองจุดเปอร์เซ็นต์และลบหนึ่งจุดเปอร์เซ็นต์ (จากเดิม ระหว่างลบสองและบวกสองจุดเปอร์เซ็นต์) และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าคาดว่าจะอยู่ที่ระหว่าง 5.0 ล้านเมตริกตันถึง 5.4 ล้านเมตริกตัน (จากเดิม ระหว่าง 5.3 ล้านเมตริกตันถึง 5.8 ล้านเมตริกตัน)&nbsp;</p><h2>อีกก้าวสำคัญของการเดินหน้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน &nbsp;</h2><p>โคเวสโตรยังคงเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ เพื่อมุ่งสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบตลอดไตรมาสที่สามของปี 2565 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกให้มากขึ้น และยุติการใช้ทรัพยากรฟอสซิลอย่างน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในระยะยาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br><br>ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 เป็นต้นมา SOL Kohlensäure GmbH & Co.KG ได้เข้ามาเป็นผู้จัดหาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ชีวภาพ (CO 2 ) ให้กับศูนย์การผลิตใน Lower Rhine ของโคเวสโตรภายใต้ <a href="https://www.covestro.com/press/covestro-and-sol-kohlensaeure-sign-framework-agreement-for-biogenic-carbon-dioxide-co/" target="_blank">ความร่วมมือด้านการจัดหาพลังงาน</a> ซึ่งเป็นก๊าซจากการจัดการของเสียภายในโรงงาน โดยโคเวสโตรใช้ก๊าซชนิดนี้ในการผลิตพลาสติก เช่น MDI (เมทิลีนไดเฟนิลไดไอโซไซยาเนต) หรือโพลีคาร์บอเนต ทั้งนี้ SOL จะจัดหาคาร์บอนไดออกไซด์ชีวภาพให้แก่บริษัทมากถึง 1,000 เมตริกตันภายในปีนี้ ซึ่งช่วยให้โคเวสโตรสามารถลดการใช้คาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งฟอสซิลได้ในปริมาณที่เท่ากัน ทั้งนี้ ปริมาณของการจัดหาจะเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br><br>ยิ่งไปกว่านั้น โคเวสโตรยังได้เพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนในไตรมาสที่สาม หลังจากที่เปิดตัว MDI ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ และ TDI (โทลูลีนไดไอโซไซยาเนต) แบบหมุนเวียน และในเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา โคเวสโตรก็ได้เปิดตัว <a href="https://www.covestro.com/press/covestro-introduces-more-sustainable-polyether-polyols-based-on-bio-circular-raw-materials/" target="_blank">โพลิออลโพลีอีเทอร์ชีวภาพแบบหมุนเวียน</a> – ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีความยั่งยืนสำหรับการผลิตโฟมโพลียูรีเทน ซึ่งใช้สารตั้งต้นที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น ขยะอินทรีย์หรือวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ ในการผลิต สำหรับเป็นวัตถุดิบทางเลือกเพื่อผลิตโฟมชนิดแข็ง และ โฟมชนิดยืดหยุ่น ซึ่งโฟมเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการผลิตฉนวนกันความร้อนประสิทธิภาพสูงสำหรับอาคารและตู้เย็น หรือ สำหรับผลิตที่นอน เฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ เบาะที่นั่งสำหรับรถยนต์ หรือรองเท้า เป็นต้น &nbsp;&nbsp;&nbsp;<br><br>นอกจากนี้ การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบและความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่ายังเรียกได้ว่าเป็นพระเอกของงานแสดงสินค้าพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง <a href="https://solutions.covestro.com/en/digital-event-space/kfair" target="_blank">K&nbsp;2022</a> ที่จบไปเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2565 โดยในงานนี้ โคเวสโตรได้นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในด้านของการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า การออกแบบที่ชาญฉลาด การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียน ตัวอย่างเช่น <a href="https://www.covestro.com/press/innovative-technology-makes-flexible-packaging-recyclable/" target="_blank">กระบวนการใหม่ </a>ที่จะช่วยแยกวัสดุชนิดต่างๆ ในบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากฟิล์มหลายชั้น หรือ <a href="https://www.covestro.com/press/improved-sustainability-in-combination-with-freedom-of-design-and-functionality/" target="_blank">คอนเซ็ปต์ Wallbox แบบใหม่ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น </a>ซึ่งจะนำมาใช้ในระบบชาร์จไฟของยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;</p><h2>ยอดขายเพิ่มขึ้นทั้งสองกลุ่มธุรกิจ&nbsp;</h2><p>ยอดขายในกลุ่มวัสดุประสิทธิภาพสูง (Performance Materials) ในไตรมาสที่สามของปี 2565 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่า 2.3 พันล้านยูโร (จากเดิม 2.2 พันล้านยูโร) โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและระดับราคาขายที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน ปริมาณการขายรวมที่ลดลง ซึ่งเกิดจากอุปสงค์ที่ลดลงเป็นหลัก ได้ส่งผลกระทบทางลบต่อ EBITDA ของกลุ่มธุรกิจ ลดลงร้อยละ 92.5 ไปอยู่ที่ 53 ล้านยูโร (จากเดิม 708 ล้านยูโร) สาเหตุสำคัญมาจากการที่อัตรากำไรซึ่งลดลงจากราคาขายที่สูงขึ้นจะสามารถชดเชยราคาวัตถุดิบและพลังงานที่ถีบตัวขึ้นได้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในขณะเดียวกัน FOCF ลดลงร้อยละ 64.0 ไปอยู่ที่ 93 ล้านยูโร (จากเดิม 258 ล้านยูโร) ส่วนใหญ่เป็นเพราะ EBITDA ที่ลดลง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br><br>ยอดขายในกลุ่มโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน (Solutions & Specialties) ในไตรมาสที่สามของปี 2565 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนไปอยู่ที่ 2.2 พันล้านยูโร (จากเดิม 2.1 พันล้านยูโร) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและระดับราคาขายที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน ปริมาณการขายทั้งหมดซึ่งเกิดจากอุปสงค์ที่ลดลง มีผลกระทบทางลบต่อ EBITDA ของกลุ่มธุรกิจ เพิ่มขึ้นเป็น 280 ล้านยูโร หรือคิดเป็นร้อยละ 26.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สามของปีที่แล้ว (จากเดิม 221 ล้านยูโร) สาเหตุหนึ่งมาจากการตั้งประมาณการค่าตอบแทนผันแปรระยะสั้นที่ต่ำลง อัตรากำไรขั้นต้นยังคงทรงตัวในระดับเดียวกับปีที่แล้ว เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้นสามารถช่วยชดเชยในส่วนของราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นได้ FOCF เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.0 ไปอยู่ที่ 65 ล้านยูโร (จากเดิม 52 ล้านยูโร) เนื่องจาก EBITDA ที่สูงขึ้น&nbsp;</p><h2>ระดับราคาที่สูงในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2565&nbsp;</h2><p>ยอดขายของกลุ่มบริษัทในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.1 ไปอยู่ที่ 14.0 พันล้านยูโร (จากเดิม 11.6 พันล้านยูโร) สาเหตุหลักมาจากระดับราคาขายที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน โดย EBITDA ของกลุ่มบริษัทในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2565 ลดลงร้อยละ 31.7 ไปอยู่ที่ 1.7 พันล้านยูโร (จากเดิม 2.4 พันล้านยูโร) โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยที่ไม่สามารถชดเชยในส่วนนี้ได้ แม้ว่าจะมีการเพิ่มระดับราคาขายให้สูงขึ้น เป็นการช่วยเสริมได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว รายได้สุทธิในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2565 ตกลงร้อยละ 52.3 ไปอยู่ที่ 627 ล้านยูโร (จากเดิม 1.3 พันล้านยูโร) FOCF ลดลงเหลือ -412 ล้านยูโร (จากเดิม 1.1 พันล้านยูโร) สาเหตุส่วนใหญ่มาจาก EBITDA ที่ลดลงและการเพิ่มขึ้นของเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับเงินทุนหมุนเวียนจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะการจ่ายค่าตอบแทนผันแปรระยะสั้นของปีงบประมาณ 2564 ที่ประสบความสำเร็จมาก</p><hr><h2><u>ข้อมูลเพิ่มเติม:</u></h2><ul><li>ตารางด้านล่างแสดงข้อมูลที่สำคัญของโคเวสโตร เอจี สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br>&nbsp;</li><li><span>ท่านสามารถดาวน์โหลดคำชี้แจงประจำไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2565 </span><a href="https://report.covestro.com/quarterly-statement-q3-2022/">ได้ที่นี่&nbsp;</a>&nbsp;&nbsp;<br>&nbsp;</li><li><span>T</span>ท่านสามารถดูรายงานประจำปี 2564 ได้ที่ <a href="https://report.covestro.com/annual-report-2021/">Covestro Annual Report 2021</a></li></ul><hr>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,Business &amp; Finance,Figures,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 27 Oct 2022 10:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_q32022-keyvisual-en.png?10000" length="0" type="image/png" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_q32022-keyvisual-en.png?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/q32022-keyvisual-en.png?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Q3 2022_Key Visual_EN]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>ผลประกอบการดีต่อเนื่อง และมีความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/solid-performance-and-an-increasingly-challenging-environment-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/solid-performance-and-an-increasingly-challenging-environment-th/</guid><pp:caseid>522557</pp:caseid><pp:subtitle>ดีมานด์ยังคงที่ ตลอดไตรมาสสองของปี 2565</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li>ยอดขายของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 4.7 พันล้านยูโร (+18.9%)</li><li>EBITDA 547 ล้านยูโร (–33.0%) ซึ่งสูงกว่าที่ประมาณการไว้</li><li>รายได้รวมสุทธิอยู่ที่ 199 ล้านยูโร (–55.7%)</li><li>เงินสดจากการดำเนินงานหลังหักเงินลงทุน (FOCF) อยู่ที่ –462 ล้านยูโร</li><li>ปรับเปลี่ยนการประมาณการปี 2565</li><li>มุ่งเน้นในแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ อย่างต่อเนื่อง</li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร:</strong></span></p><p><span>โคเวสโตรคือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p><span>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายใน ค.ศ. 2035 (scope 1 และ scope 2) และสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ)</span></p><p><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></span></p><p><span>&nbsp;ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่น ๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานที่โคเวสโตรเผยแพร่ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้บนเว็บไซต์โคเวสโตร </span><a href="https://www.covestro.com/" target="_blank"><span>www.covestro.com</span></a><span> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการแก้ไขข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่าง ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>โคเวสโตรยังคงประสบความสำเร็จ ในการเริ่มต้นปีงบประมาณปัจจุบันต่อเนื่องตลอดไตรมาสสองของปี 2565 โดยยอดขายของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น ร้อยละ18.9 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว &nbsp;อยู่ที่ 4.7 พันล้านยูโร ( จาก 4.0 พันล้านยูโรในปีที่ผ่านมา) สาเหตุสำคัญมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น EBITDA ในไตรมาสที่สอง ลดลงร้อยละ 33 มาอยู่ที่ 547 ล้านยูโร ( 817 ล้านยูโรในปีที่ผ่านมา) โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลง&nbsp; รวมถึงราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะถูกชดเชยบางส่วนด้วยการปรับราคาขายให้สูงขึ้น เงินสดจากการดำเนินงานหลังหักเงินลงทุน (FOCF) ลดลงไปอยู่ที่ -462 ล้านยูโร (374 ล้านยูโรในปีที่ผ่านมา) สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มเงินทุนเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน โดยเฉพาะจากผลตอบแทนผันแปรระยะสั้นสำหรับปีงบประมาณ 2564 และจาก EBITDA ที่ลดลง รายรับสุทธิในไตรมาสที่สองของปี 2565 ลดลงร้อยละ 55.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ค่อนข้างสูงเป็นพิเศษ&nbsp; โดยมาอยู่ที่ 199 ล้านยูโร ( 449 ล้านยูโรในปีที่ผ่านมา)</span></p><p><span>“เราสามารถย้อนกลับไปดูภาพรวมของไตรมาสสองซึ่งมีความแข็งแกร่ง&nbsp; และเรายังทำ EBITDA ได้สูงกว่าที่ประมาณการไว้เล็กน้อย นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าไปสู่ครึ่งปีหลัง ซึ่งมีความท้าทายมากขึ้น &nbsp;ซึ่งสถานการณ์ภูมิศาสตร์การเมืองตอนนี้แสดงให้เห็นว่า เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการปรับเปลี่ยนภาพรวมอุตสาหกรรมไปสู่ความยั่งยืนและลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล”</span></p><p><span>ดร. มาร์คุส สไตเลอแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโคเวสโตร กล่าว “ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่ยิ่งใหญ่ &nbsp;เราจะยืนหยัดในฐานะผู้บุกเบิกเส้นทางสู่อนาคตแห่งความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ”</span></p><h2><span><strong>ปรับเปลี่ยนการประมาณการของปี 2565</strong></span></h2><p><span>สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ต่อสถานการณ์ทางภูศาสตร์ทางการเมือง และมีผลกระทบกับเศรษฐกิจทั่วโลกเป็นอย่างมาก &nbsp;กลุ่มบริษัท คาดว่าจะเกิดผลกระทบต่อเนื่องกับภาคการผลิตทั้งห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ระดับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น เกิดภาวะเงินเฟ้อ และการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะถดถอยลง</span></p><p><span>สืบเนื่องจากการที่ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง โคเวสโตรจึงปรับเปลี่ยนภาพรวมการดำเนินงานของปีงบประมาณปัจจุบันเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม </span><span dir="RTL">2565&nbsp;</span><span> โดยคาดการณ์ EBITDA ไว้ที่ระหว่าง 1.7 ถึง 2.2 พันล้านยูโร (ก่อนหน้านี้อยู่ที่ 2.0 ถึง 2.5 พันล้านยูโร) และ ROCE สูงกว่า WACC ระหว่าง – 2 ถึง 2 จุดเปอร์เซ็นต์ (ก่อนหน้านี้อยู่ที่ 1 ถึง 5 จุดเปอร์เซ็นต์) FOCF ตอนนี้คาดไว้ที่ระหว่าง 0 ถึง 500 ล้านยูโร (ก่อนหน้านี้อยู่ที่ 400 &nbsp;ถึง 900 ล้านยูโร) นอกจากนี้ โคเวสโตรยังคาดการณ์ว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือ &nbsp;5.3 &nbsp;ถึง 5.8 ล้านเมตริกตัน (ก่อนหน้านี้อยู่ที่ประมาณ 5.5 &nbsp;ถึง 6.0 ล้านเมตริกตัน) และคาดการณ์ EBITDA สำหรับไตรมาสที่สามของปี 2565 ไว้ที่ 300 &nbsp;ถึง 400 ล้านยูโร</span></p><p><span>“ในไตรมาสที่สอง การฟื้นตัวหลังประเทศจีนคลายล็อกดาวน์นั้นเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ รวมถึงดีมานด์ความต้องการสินค้าที่ยังทรงตัว จึงนับเป็นผลดีกับเรา”</span></p><p><span>ดร. โทมัส เทอปเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของโคเวสโตรกล่าวเสริม “ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาคจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้ง โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงและความไม่แน่นอนในการจัดหาก๊าซที่โรงงานของเราในเยอรมนี”</span></p><p><span>กำลังการผลิตของโรงงานของเราในเยอรมนีคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของกำลังการผลิตทั่วโลก โคเวสโตรกำลังเร่งหามาตรการระยะสั้นต่าง ๆ มาใช้ เพื่อลดการใช้ก๊าซในเยอรมนี &nbsp;เช่น ด้วยการเปลี่ยนไปใช้เครื่องผลิตไอน้ำที่ใช้น้ำมัน นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตปัจจุบันและคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อลดการใช้ก๊าซและพลังงานต่อไป กรณีที่ขาดแคลนก๊าซในอนาคต อาจส่งผลให้เครื่องจักรทำงานในสภาวะโหลดบางส่วน หรือทำให้โรงงานผลิตของโคเวสโตรแต่ละแห่งหยุดการทำงานได้&nbsp; ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับการขาดแคลน และด้วยความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างอุตสาหกรรมเคมีและภาคส่วนปลายน้ำ สถานการณ์ดังกล่าวอาจมีแนวโน้มไปสู่การล้มเหลวของห่วงโซ่อุปทานและการผลิตทั้งหมด</span></p><h2><span><strong>มุ่งเน้นที่แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง</strong></span></h2><p><span>โคเวสโตรได้ใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อผลักดันวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบและบรรลุเป้าหมายด้านความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2578 ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนพฤษภาคม 2565 บริษัทได้เปิดตัวโซลูชัน </span><a href="https://www.covestro.com/press/advancing-circular-solutions-with-chemistry/"><span>“CQ” – “Circular Intelligence” </span></a><span>ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่ชูเด่นด้านโซลูชันหมุนเวียนในกลุ่มผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น นั่นหมายความว่า โคเวสโตรจะเน้นไปที่การใช้วัตถุดิบทางเลือกอย่างน้อย 25 % มาผลิตสินค้าในอนาคต ผลิตภัณฑ์แรกของโซลูชัน “CQ”คือ Desmodur <sup>® </sup>CQ สำหรับผลิตโพลียูรีเทนซึ่งใช้ในเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ ฟูกนอน ฉนวนกันความร้อน &nbsp;ฯลฯ</span></p><p><span>ในเดือนมิถุนายน 2565 โคเวสโตรยังได้เปิดตัว </span><a href="https://www.covestro.com/press/fresh-impulses-for-wind-energy/"><span>ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานลม (Wind Technology Center) </span></a><span>แห่งใหม่ในเมืองเลเวอร์คูเซิน ในเยอรมนี ซึ่งเป็นที่ที่บริษัทกำลังดำเนินการวิจัย ศึกษาเกี่ยวกับตัวเลือกวัสดุเพื่อการผลิตพลังงานลมอย่างยั่งยืน โดยเน้นการผลิตใบพัดโรเตอร์ที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและคุ้มทุนมากขึ้น รวมถึงการยกระดับคุณภาพของใบพัดให้เหมาะสมที่สุด ด้วยวิธีนี้ เราจะสามารถเพิ่มอายุการใช้งานของใบพัด รวมถึงสามารถสกัดพลังงานได้มากขึ้นด้วย&nbsp; เพื่อผลักดันให้เกิดการขยายตัวของพลังงานทางเลือก</span></p><h2><span><strong>การเติบโตของยอดขายสำหรับทั้ง 2 กลุ่มธุรกิจ</strong></span></h2><p><span>ยอดขายกลุ่มวัสดุประสิทธิภาพสูง (Performance Materials)ในไตรมาสสองของปี 2565 เพิ่มขึ้น 25.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 2.5 พันล้านยูโร (ปีที่แล้วอยู่ที่ &nbsp;2พันล้านยูโร) โดยปัจจัยหลักมาจากระดับราคาขายที่สูงขึ้น ปัญหาที่เป็นอุปสรรคด้านลอจิสติกส์ที่เกิดจากการล็อกดาวน์เนื่องจากการระบาดใหญ่ในจีนเป็นข้อจำกัดในการการเติบโต&nbsp; โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก &nbsp;โดย EBITDA ในกลุ่มธุรกิจวัสดุประสิทธิภาพสูง ลดลงร้อยละ 43 &nbsp;มาอยู่ที่ 367 ล้านยูโร (ปีที่แล้วอยู่ที่ 644 ล้านยูโร) สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรที่ลดลง เงินสดจากการดำเนินงานหลังหักเงินลงทุนลดลงเหลือ –37 ล้านยูโร (จาก 373 ล้านยูโรของปีก่อน) โดยสาเหตุหลักมาจาก EBITDA ที่ลดลงและการเพิ่มเงินทุนเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน</span></p><p><span>กลุ่มธุรกิจกลุ่มโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน (Solutions & Specialties) มียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ &nbsp;11 เป็น 2.2 พันล้านยูโรในไตรมาสที่สองของปี 2565 (ปีที่แล้วอยู่ที่ 2 พันล้านยูโร) การเพิ่มขึ้นของระดับราคาขายและผลจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ช่วยหนุนยอดขาย ในขณะที่ EBITDA ของกล่มธุรกิจตกลงเหลือ 213 ล้านยูโรหรือร้อยละ &nbsp;10.1&nbsp; เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองของปีที่ผ่านมา (ปีที่แล้วอยู่ที่ 237 ล้านยูโร) สาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายและอัตรากำไรที่ลดลง เงินสดจากการดำเนินงานหลังหักเงินลงทุนของกลุ่มโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์เฉพาะด้านลดลงเหลือ –139 ล้านยูโร (ปีที่แล้วอยู่ที่ 29 ล้านยูโร) รวมถึงจากการเพิ่มเงินทุนที่จะใช้เป็นทุนหมุนเวียน</span></p><h2><span><strong>ระดับราคาขายที่สูงขึ้นส่งผลต่อครึ่งปีแรกของปี 2565</strong></span></h2><p><span>ยอดขายของกลุ่มบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.2&nbsp; ไปเป็น 9.4 พันล้านยูโร (ปีที่แล้วอยู่ที่ 7.3 พันล้านยูโร) ซึ่งเป็นเพราะระดับราคาขายที่สูงขึ้น การปรับตัวอัตราแลกเปลี่ยน และการเปลี่ยนแปลงพอร์ตธุรกิจจากการเข้าซื้อกลุ่มธุรกิจ Resins & Functional Materials (RFM) จาก DSM เนื่องจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งได้รับการชดเชยบางส่วนจากระดับราคาขายที่เพิ่มขึ้น EBITDA ของกลุ่มในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ลดลงร้อยละ 13.3 ไปเป็น 1.4 พันล้านยูโร (ปีที่แล้วอยู่ที่ 1.6 พันล้านยูโร) รายได้สุทธิในครึ่งแรกของปี 2565 อยู่ที่ 615 ล้านยูโร (ปีที่แล้วอยู่ที่ 842 ล้านยูโร) ในขณะที่ FOCF ลดลงเหลือ -445 ล้านยูโร (ปีที่แล้วอยู่ที่ 692 ล้านยูโร)</span></p><hr><h2><i><span><strong><u>หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:</u></strong></span></i></h2><ul><li><span>ตารางด้านล่างแสดงข้อมูลที่สำคัญของโคเวสโตร เอจี</span><i><span> </span></i><span>สำหรับไตรมาสที่สองของปี </span><i><span dir="RTL">2565</span></i></li><li><span>ท่านสามารถดาวน์โหลดรายงานทางการเงินฉบับครึ่งปี ประจำปี 2565 ได้ที่ </span><a href="https://report.covestro.com/half-year-financial-report-2022/" target="_blank"><span>รายงานทางการเงินฉบับครึ่งปี ประจำปี 2565 (covestro.com)</span></a></li><li><span>ท่านสามารถดูรายงานประจำปี 2564<strong> </strong>ได้ที่</span><i><span> </span></i><a href="https://report.covestro.com/annual-report-2021/"><span>https://report.covestro.com&nbsp;</span></a></li></ul><hr>]]></description><category><![CDATA[Corporate News,Business &amp; Finance,global,Figures,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 02 Aug 2022 07:00:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_q22022-keyvisual-en.png?10000" length="0" type="image/png" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_q22022-keyvisual-en.png?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/q22022-keyvisual-en.png?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Q2 2022_Key Visual_EN]]></pp:imageTitle></item></channel>
                    </rss>