<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
     xmlns:pp="http://www.presspage.com/rss/"
     version="2.0"
     xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
                <channel>
                    <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                    <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                    <description></description>
                    <language>th-th</language>
                    <lastBuildDate>Mon, 07 Sep 2026 18:40:08 +0200</lastBuildDate>
                    <pubDate>Mon, 27 Jul 2026 05:56:57 +0200</pubDate>
                    <image>
                        <title><![CDATA[Covestro Press]]></title>
                        <url>https://content.presspage.com/clients/150_2529.png</url>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/</link>
                        <width>144</width>
                    </image><item>
                        <title>​​โคเวสโตร และ บีวายดี จัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับสากล เดินหน้าขับเคลื่อนอนาคตการคมนาคม พลังงาน และเทคโนโลยีขั้นสูง ​​</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-and-byd-form-strategic-partnership-for-the-future-of-mobility-energy-and-advanced-technologies-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-and-byd-form-strategic-partnership-for-the-future-of-mobility-energy-and-advanced-technologies-th/</guid><pp:caseid>762971</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul style="list-style-type:disc;"><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e0bb3dc57f019ed981997171a7462e9d6"><span><strong>​​ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU)&nbsp;เพื่อจัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงและการพัฒนาการประยุกต์ใช้งาน</strong></span><strong> </strong></li><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e34191617c727d538c9d83578a889148e"><span><strong>​ความร่วมมือครอบคลุมยานยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า</strong></span><strong>&nbsp;</strong><span><strong>ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอนาคต</strong></span><strong> </strong></li><li data-list-item-id="e956d9471419df5799b48db61f8f0d005"><span><strong>​มุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาโซลูชันวัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุหมุนเวียน</strong></span><strong>&nbsp;</strong><span><strong>เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน​</strong></span><strong>&nbsp;</strong><span>&nbsp;</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span>​เกี่ยวกับโคเวสโตร:&nbsp;</span>&nbsp;</p><p><span>​โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน</span>&nbsp;<span>โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย</span>&nbsp;<span>รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต</span>&nbsp;Scope 1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;Scope 2&nbsp;<span>ภายในปี</span>&nbsp;2035&nbsp;<span>และสำหรับ</span>&nbsp;Scope 3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี</span>&nbsp;2050&nbsp;<span>ในปีงบประมาณ</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>มีรายได้จากการขายจำนวน</span>&nbsp;12.9&nbsp;<span>พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>บริษัทมีโรงงานผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,600&nbsp;<span>คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)</span> <span>​</span>&nbsp;</p><p><i><span>​ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่:</span>&nbsp;</i><a href="http://www.covestro.com/de" target="_blank"><i>Covestro homepage</i></a><i>.&nbsp;</i>&nbsp;</p><p><i><span>​ติดตามเราได้บนช่องทางโซเชียลมีเดีย:&nbsp;</span><strong>Facebook&nbsp;</strong></i><a href="https://www.facebook.com/share/18D5pxjyz3/" target="_blank"><i><strong>Covestro Thailand</strong></i></a>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>​​​<strong>โคเวสโตร</strong></span><strong> (Covestro) </strong><span>ผู้ผลิตวัสดุคุณภาพสูงชั้นนำระดับโลก และ</span> <span><strong>บีวายดี (</strong></span><strong>BYD)</strong> <span>หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำของโลก ประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจ (</span>Memorandum of Understanding: MoU) <span>เพื่อจัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว มุ่งพัฒนาและประยุกต์ใช้โซลูชันวัสดุขั้นสูงสำหรับกลุ่มธุรกิจที่กำลังเติบโตของบีวายดี ครอบคลุมทั้งยานยนต์พลังงานใหม่ ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีแห่งอนาคต</span> </p><p><span>​ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบริษัทจากการเป็นคู่ค้าด้านการจัดหาวัสดุ สู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมสร้างนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (</span>Value Chain) <span>โดยมีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่า อนาคตของการคมนาคม พลังงาน และระบบอัจฉริยะ จะเกิดขึ้นได้จากการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันอย่างใกล้ชิด และสำหรับโคเวสโตร ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับกลยุทธ์</span> <strong>“</strong><span><strong>อนาคตที่ยั่งยืน”</strong></span> (Sustainable Future) <span>ของบริษัท ที่มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (</span>Circular Economy) <span>พร้อมสร้างการเติบโตในอุตสาหกรรมที่สมรรถนะของวัสดุกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน</span> </p><p><span><strong>​นางลิลลี่</strong></span><strong> </strong><span><strong>หวัง (</strong></span><strong>Lily Wang) </strong><span><strong>หัวหน้ากลุ่มธุรกิจพลาสติกเชิงวิศวกรรมระดับโกลบอล</strong></span><strong> </strong><span><strong>ของโคเวสโตร</strong></span><strong> </strong><span>กล่าวว่า</span> <i>"<span>โคเวสโตรเชื่อมั่นในศักยภาพของวิทยาศาสตร์ด้านวัสดุและความร่วมมือในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ความร่วมมือกับบีวายดีในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดดังกล่าว การขยายธุรกิจของบีวายดีนำมาซึ่งความท้าทายด้านวัสดุที่ล้ำสมัยและซับซ้อนที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งเป็นจุดที่องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของโคเวสโตรสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้นำความเชี่ยวชาญดังกล่าวมาร่วมพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไปพร้อมกับบีวายดี"</span></i> <span><strong>​</strong></span> </p><p><span><strong>​ผสานความเชี่ยวชาญด้านวัสดุ ต่อยอดเทคโนโลยีล้ำสมัยของบีวายดี</strong></span> </p><p><span>​ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ทั้งสองบริษัทจะขยายความร่วมมือในหลากหลายด้าน ได้แก่ ยานยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงโอกาสด้านการลงทุนเชิงกลยุทธ์</span> <span>โดยโคเวสโตรจะสนับสนุนทรัพยากรด้านการวิจัยและพัฒนา (</span>R&D) <span>เพื่อร่วมพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุใหม่ พร้อมสร้างความมั่นคงด้านการจัดหาวัสดุ เปิดโอกาสให้บีวายดีเข้าถึงนวัตกรรมวัสดุรุ่นใหม่ก่อนใคร และให้การสนับสนุนด้านเทคนิคที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการ ขณะที่บีวายดีจะเชิญโคเวสโตรเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของโครงการและแผนพัฒนาเทคโนโลยีในทุกกลุ่มธุรกิจ</span> </p><p><span>​ด้วยความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านวัสดุโพลีคาร์บอเนต และโพลียูรีเทน ซึ่งสั่งสมประสบการณ์มายาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ โคเวสโตรพร้อมสนับสนุนการพัฒนาในกลุ่มธุรกิจหลักของบีวายดี ได้แก่</span> </p><ul style="list-style-type:disc;"><li><span><strong>​ยานยนต์พลังงานใหม่ (</strong></span><strong>New Energy Vehicles):</strong> <span>วัสดุประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบไฟส่องสว่าง ชิ้นส่วนตกแต่งภายในและภายนอกระดับพรีเมียม รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการออกแบบและสมรรถนะของยานยนต์ยุคใหม่</span> </li><li><span><strong>​แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน:</strong></span> <span>วัสดุน้ำหนักเบา สมรรถนะสูง ที่ช่วยสร้างสมดุลด้านความปลอดภัย การจัดการความร้อน และความคุ้มค่าด้านต้นทุน ทั้งในยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย</span> </li><li><span><strong>​เทคโนโลยีแห่งอนาคต:</strong></span> <span>วัสดุโพลิเมอร์สมรรถนะสูงที่ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานที่มีความซับซ้อนและท้าทาย ทั้งด้านโครงสร้าง น้ำหนัก การจัดการความร้อนและระบบไฟฟ้า รวมถึงความทนทาน เพื่อรองรับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแห่งอนาคต</span> </li></ul><p><span>​</span> <span>​สำหรับประเทศไทย</span> <span>ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค และกำลังเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ความร่วมมือดังกล่าวจึงสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืน</span> <i>“<span>ความร่วมมือนี้ถือเป็นสัญญานที่ดีสำหรับประเทศไทย</span> <span>หาก</span> BYD <span>ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการรถพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ในไทย</span> <span>มีการขยายการดำเนินงานด้านการผลิตในประเทศไทยเพิ่มเติมในอนาคต</span> <span>โคเวสโตร</span> <span>จะสามารถรองรับและตอบโจทย์ความต้องการของ</span> BYD <span>ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ</span> <span>เนื่องจากเรามีศูนย์การผลิตมาบตาพุด จ.</span> <span>ระยอง ซึ่งมีการพัฒนาด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและสามารถผลิตวัสดุโพลีคาร์บอเนตเชิงวิศวกรรมได้เช่นเดียวกัน”</span></i><strong> </strong><span><strong>นางชลธี</strong></span><strong> </strong><span><strong>จันทรโชติ</strong></span><strong> </strong><span><strong>หัวหน้าส่วนธุรกิจยานยนต์ประจำภูมิภาคอาเซียน</strong></span><strong> </strong><span><strong>บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong></span><strong> </strong><span><strong>กล่าวเสริม</strong></span> <span>​</span> </p><p><span><strong>​ร่วมสร้างอนาคตอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน</strong></span> </p><p><span>​นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ทั้งสองบริษัทยังมุ่งผลักดันการพัฒนาโซลูชันวัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุหมุนเวียน เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงาน และระบบอัจฉริยะในอนาคต</span> <span>โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการนำวัสดุที่ได้รับฉลาก</span> <strong>CQ (Circular Intelligence)</strong> <span>ของโคเวสโตร ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบทางเลือกไม่น้อยกว่าร้อยละ</span> 25 <span>มาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโซลูชันใหม่ เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</span> <span> </span></p>]]></description><category><![CDATA[APAC,Covestro Thailand,วัสดุและอุตสาหกรรม,ยานยนต์,พลาสติก]]></category>
            <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 10:03:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/4687eb65-b90f-45f9-9dd5-2ab742bbfb4d/500_cov-byd-image.png?10000" length="0" type="image/png" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/4687eb65-b90f-45f9-9dd5-2ab742bbfb4d/500_cov-byd-image.png?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/4687eb65-b90f-45f9-9dd5-2ab742bbfb4d/cov-byd-image.png?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[COV-BYD-image]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>พลังของนวัตกรรมวัสดุเบื้องหลังเกมฟุตบอล</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/the-material-effect-behind-the-game-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/the-material-effect-behind-the-game-th/</guid><pp:caseid>756869</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e34a4d181f2d7061b6b63cf411fbb266d"><p style="margin-left:-.3in;"><span><strong>นวัตกรรมวัสดุขั้นสูงที่ช่วยขับเคลื่อนวงการฟุตบอลยุคใหม่ ตั้งแต่การยกระดับประสิทธิภาพและความสบาย ไปจนถึงการเชื่อมต่อดิจิทัลและความยั่งยืน</strong></span></p></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span><strong>:</strong></p><p><span>โคเวสโตร เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย ตลอดจนภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก โคเวสโตร ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง</span></p><p><span>บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง โคเวสโตร ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต </span>Scope 1 <span>และ </span>Scope 2 <span>ภายในปี </span>2035 <span>และสำหรับ </span>Scope 3 <span>ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี </span>2050 <span>ในปีงบประมาณ </span>2025 <span>โคเวสโตร มีรายได้จากการขายจำนวน </span>12.9 <span>พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี </span>2025 <span>บริษัทมีโรงงานผลิต </span>46 <span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ </span>17,600 <span>คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>แม้ฟุตบอลจะดูเป็นกีฬาที่เรียบง่าย แต่เบื้องหลังการแข่งขันในยุคปัจจุบันคือระบบที่ผสานทั้งทักษะ แท็กติก การฝึกซ้อม และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน โดยมี “วัสดุขั้นสูง” (Advanced Materials) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของเกม ตั้งแต่ลูกฟุตบอล รองเท้าสตั๊ด ไปจนถึงสนามแข่งขันและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่เชื่อมโยงแฟนบอลทั่วโลกเข้าด้วยกัน</p><p>โคเวสโตร ชูแนวคิด “Material Effect” หรือบทบาทของนวัตกรรมวัสดุที่อยู่เบื้องหลังวงการฟุตบอล ซึ่งแม้จะไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้โดยตรง แต่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การเล่น การรับชม และการเชื่อมต่อของผู้คนทั่วโลก</p><p><strong>จากในสนามสู่โลกดิจิทัล</strong></p><p>ฟุตบอลยุคใหม่มีความรวดเร็ว แม่นยำ และเชื่อมต่อกันมากกว่าที่เคย การพัฒนาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการฝึกซ้อมและการวิเคราะห์ข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงวัสดุที่ช่วยให้การแสดงศักยภาพสูงสุดของนักกีฬาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอมากขึ้น</p><p>วัสดุขั้นสูงช่วยให้ลูกฟุตบอลคงรูปและรักษาคุณสมบัติการเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ ขณะที่รองเท้าฟุตบอลน้ำหนักเบาและชุดกีฬาสมรรถนะสูงช่วยเพิ่มความคล่องตัว ความสบาย และความทนทานในการใช้งาน</p><p>บทบาทของวัสดุไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุปกรณ์กีฬาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงสนามแข่งขัน ศูนย์ฝึกซ้อม และโครงสร้างพื้นฐานด้านการถ่ายทอดสดและดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมมิงแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์ข้อมูลการแข่งขัน หรือประสบการณ์ดิจิทัลสำหรับแฟนบอล ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องอาศัยเครือข่ายการสื่อสาร ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูง</p><p>แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในประเทศไทย ซึ่งกำลังเดินหน้าลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล คลาวด์คอมพิวติ้ง และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูง โดยวัสดุขั้นสูงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความปลอดภัย ความทนทาน และความน่าเชื่อถือของระบบเหล่านี้</p><p><strong>บทบาทของประเทศไทยในเครือข่ายนวัตกรรมระดับโลก</strong></p><p>ประเทศไทยยังมีบทบาทสำคัญในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของโคเวสโตร ผ่านศูนย์การผลิตระดับโลกที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญที่ส่งมอบโซลูชันวัสดุขั้นสูงให้แก่ลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์ โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค</p><p>ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และความยั่งยืน โรงงานมาบตาพุดสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของประเทศไทยในการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก และการส่งมอบนวัตกรรมวัสดุที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชีวิตประจำวัน</p><p><strong>นวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</strong></p><p>ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) วัสดุขั้นสูงยังคงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p><p>"นวัตกรรมในปัจจุบันต้องอาศัยทั้งความรวดเร็ว ความชัดเจน และความร่วมมือ ซึ่งการร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมกับลูกค้าก็ไม่ต่างจากการทำงานเป็นทีมในเกมฟุตบอล ที่แต่ละฝ่ายนำจุดแข็งของตนมาผสานกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน โดยมีความไว้วางใจและความรวดเร็วเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ" นางโมนิค บูค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ (Chief Commercial Officer) ของโคเวสโตร กล่าว</p><p>ตั้งแต่ในสนามแข่งขันไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ฟุตบอลเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความร่วมมือ เทคโนโลยี และนวัตกรรมวัสดุ สามารถทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ พร้อมขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p>]]></description><category><![CDATA[Materials &amp; Industries,Thermoplastic Polyurethanes,Plastics,Adhesives,Design,Sports &amp; Leisure,APAC,Locations,Materials,Industries,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 09 Jul 2026 00:00:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_fallback-image.png?10000" length="0" type="image/png" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_fallback-image.png?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/fallback-image.png?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Fallback-Image]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Caption / Bildunterschrift: Short caption that gives more info about the picture or the topic itself.]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานเวนคอเรกซ์เดิมในไทยและสหรัฐฯ เสริมแกร่งเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-completes-acquisition-of-former-vencorex-sites-in-thailand-and-us-th/</guid><pp:caseid>761511</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul><li class="ck-list-marker-bold" data-list-item-id="e318cd269977ee3d0390e61615fc30303"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​​​โคเวสโตร เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;เดิมของ&nbsp; &nbsp;เวนคอเรกซ์&nbsp;(Vencorex)&nbsp;สองแห่งในจังหวัดระยอง ประเทศไทย และเมืองฟรีพอร์ต รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา</strong></span></li><li data-list-item-id="e3cfa05047316ab5d60ecb2180d30576e"><span style="margin:0px;padding:0px;"><strong>​กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายการผลิตในภูมิภาคของโคเวสโตร และยกระดับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสำหรับลูกค้าในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน การต่อเรือและซ่อมเรือ&nbsp;เฟอร์นิเจอร์ไม้ อิเล็กทรอนิกส์ และการประยุกต์ใช้งานอุตสาหกรรมอื่น ๆ​​</strong>&nbsp;</span></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>​เกี่ยวกับโคเวสโตร:</strong></span><strong>&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><span>​โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน</span>&nbsp;<span>โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย</span>&nbsp;<span>รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง</span>&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต</span>&nbsp;Scope 1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;Scope 2&nbsp;<span>ภายในปี</span>&nbsp;2035&nbsp;<span>และสำหรับ</span>&nbsp;Scope 3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี</span>&nbsp;2050&nbsp;<span>ในปีงบประมาณ</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>โคเวสโตร</span>&nbsp;<span>มีรายได้จากการขายจำนวน</span>&nbsp;12.9&nbsp;<span>พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี</span>&nbsp;2025&nbsp;<span>บริษัทมีโรงงานผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,600&nbsp;<span>คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)</span> &nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:justify;">โคเวสโตร&nbsp;ประกาศความสำเร็จอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเดิมของ&nbsp;Vencorex&nbsp;ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2569&nbsp;โรงงานระยองซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้รับการบูรณาการเข้าสู่เครือข่ายการผลิตของโควสโตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างสมบูรณ์แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทในธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;</span></p><p>โรงงานที่ระยองนี้มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสารอนุพันธ์&nbsp;HDI (Hexamethylene Diisocyanate&nbsp;หรือ&nbsp;เฮกซาเมทิลีน ไดไอโซไซยาเนต)&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำคัญสำหรับสารเคลือบโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูง กาว และสารซีลแลนท์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับศูนย์การผลิตมาบตาพุดที่มีอยู่เดิมของโคเวสโตร ซึ่งผลิตโพลีคาร์บอเนต ฟิล์มชนิดพิเศษ และอีลาสโตเมอร์ ส่งผลให้ฐานการผลิตของบริษัทในประเทศไทยขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ภายในเครือข่ายเอเชียแปซิฟิกของโคเวสโตร&nbsp;&nbsp;"การเพิ่มโรงงานในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของเรา ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการผลิตในภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าจากสถานที่ผลิตที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา"&nbsp;<strong>นายโทมัส โรเมอร์ (Thomas Roemer) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะ&nbsp;(Coatings and Adhesives)&nbsp;</strong>ในระดับโลกของโคเวสโตร กล่าว&nbsp;</p><p>​การขยายฐานการผลิตที่ระยองส่งผลดีโดยตรงต่อลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ลดระยะเวลาในการจัดส่ง และสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงสารอนุพันธ์&nbsp;HDI&nbsp;คุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอจากฐานการผลิตในท้องถิ่น&nbsp;</p><p>​โดย&nbsp;<strong>นางโมนีค&nbsp;บูค&nbsp;(Monique Buch) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์&nbsp;(Chief Commercial Officer)</strong>&nbsp;ของโคเวสโตร กล่าวว่า "ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าสร้างขึ้นบนรากฐานของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของเราในธุรกิจที่ลูกค้าพึ่งพาเราในด้านคุณภาพที่สม่ำเสมอ การจัดหาในภูมิภาค และความเชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้"&nbsp;</p><p>​สำหรับโคเวสโตรในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเติบโตในฐานะศูนย์กลางด้านการผลิตและนวัตกรรมของภูมิภาค&nbsp;<strong>นางสาวนิศา สุทธิพรไพศาลกุล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ บริษัท โควสโตร (ประเทศไทย) </strong>จำกัด&nbsp;กล่าวเสริมว่า "ประเทศไทยคือหนึ่งในเสาหลักเชิงกลยุทธ์ของการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คือการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของโคเวสโตรต่อตลาดนี้&nbsp;ซึ่งโรงงานระยองจะช่วยเสริมสร้างความสามารถของเราในการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"&nbsp;</p><p>​การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของโคเวสโตรในการสร้างธุรกิจสารเคลือบและสารยึดเกาะระดับโลก สืบเนื่องจากการลงทุนก่อนหน้า อาทิ การเข้าซื้อกิจการธุรกิจ&nbsp;Resins & Functional Materials&nbsp;จาก&nbsp;DSM​&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[APAC,Thailand,Covestro Thailand,วัสดุและอุตสาหกรรม,สารเคลือบ,ข่าวสารองค์กร,ยานยนต์,งานก่อสร้าง,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,ไทย,อุตสาหกรรม,อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือ]]></category>
            <pubDate>Fri, 03 Jul 2026 09:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/500_covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4eb31be-d1da-4c59-b834-aaf3662a2d64/covestroacquiredproductionsiteinrayong_1.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Covestro acquired production site in Rayong_1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[Covestro AP-2 - 3]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตร ประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ได้รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร มุ่งสู่ Net Zero</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-thailand-elevates-environmental-standards-achieves-cfo-certification-advances-toward-net-zero-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-thailand-elevates-environmental-standards-achieves-cfo-certification-advances-toward-net-zero-th/</guid><pp:caseid>742867</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<ul><li data-list-item-id="e00f3d0bc16900e7a869509d7c573b73b"><p style="margin-left:0in;"><span>ได้รับการรับรอง “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” ประจำปี 2568 จาก อบก. พร้อมมาตรฐาน ISO 14064-1</span></p></li><li data-list-item-id="e3fe47b820af229bba3f1131a80626fb2"><p style="margin-left:0in;"><span>เตรียมพร้อมตอบโจทย์เทรนด์ธุรกิจและเส้นทางสู่ Net Zero</span></p></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>​​เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span><strong> </strong><span><strong>​</strong></span><strong>&nbsp;</strong></p><p><span>​</span><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:left;">​โคเวสโตร&nbsp;เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงและส่วนประกอบชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทมีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน&nbsp;โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การคมนาคม การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย ตลอดจนภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลิเมอร์จาก&nbsp;โคเวสโตร&nbsp;ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬาและนันทนาการ โทรคมนาคม สุขภาพ และในอุตสาหกรรมเคมีเอง&nbsp;</span> <span>​</span>&nbsp;</p><p style="margin-left:0px;"><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:left;">​บริษัทมุ่งเน้นอย่างเต็มที่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกทั้ง&nbsp;โคเวสโตร&nbsp;ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต&nbsp;Scope 1&nbsp;และ&nbsp;Scope 2&nbsp;ภายในปี&nbsp;2035&nbsp;และสำหรับ&nbsp;Scope 3&nbsp;ของกลุ่มบริษัทก็มีเป้าหมายให้เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี&nbsp;2050&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2025&nbsp;โคเวสโตร&nbsp;มีรายได้จากการขายจำนวน&nbsp;12.9&nbsp;พันล้านยูโร และ ณ สิ้นปี&nbsp;2025&nbsp;บริษัทมีโรงงานผลิต&nbsp;46&nbsp;แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ&nbsp;17,600&nbsp;คน (คำนวณจากพนักงานประจำเต็มเวลา)&nbsp;</span></p><p><span><strong>​</strong></span><i><span><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่</strong></span><strong>:</strong><span><strong> </strong></span></i><a href="http://www.covestro.com/en" target="_blank"><i><strong>Covestro Homepage</strong></i></a><i><strong>&nbsp;</strong></i></p><p><i><span><strong>​ติดตามเราได้บนช่องทางโซเชียลมีเดีย</strong></span><strong>: Facebook</strong><span><strong> </strong></span></i><a href="https://www.facebook.com/share/18D5pxjyz3/" target="_blank"><i><strong>Covestro Thailand</strong></i></a><i><strong> และ </strong></i><a href="https://x.com/covestro?lang=de" target="_blank"><i><strong><img style="border-style:none;border-width:medium;margin:0px;padding:0px;text-align:left;" src="" alt="Ein Bild, das Schwarz, Dunkelheit enthält.rnrnKI-generierte Inhalte können fehlerhaft sein." width="12" height="12"></strong></i></a><a href="https://www.facebook.com/covestro/" target="_blank"><i><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:left;"><strong><img style="border-style:none;border-width:medium;margin:0px;padding:0px;" src="" alt="ShapernrnDescription automatically generated with medium confidence" width="22" height="24"></strong></span></i></a><a href="https://www.youtube.com/channel/UCt0O5lTN3Nw4cGd43DgeIlQ" target="_blank"><i><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:left;"><strong><img style="border-style:none;border-width:medium;margin:0px;padding:0px;" src="" alt="ShapernrnDescription automatically generated with medium confidence" width="22" height="24"></strong></span></i></a><a href="https://www.linkedin.com/company/covestro" target="_blank"><i><span style="margin:0px;padding:0px;text-align:left;"><strong><img style="border-style:none;border-width:medium;margin:0px;padding:0px;" src="" alt="ShapernrnDescription automatically generated with medium confidence" width="16" height="24"></strong></span></i></a></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความพร้อมสู่อนาคตธุรกิจ ด้วยการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ล่าสุดได้รับการรับรอง “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” (Carbon Footprint for Organization: CFO) ประจำปี 2568 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการวัดและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กร และถือเป็นประเทศแรกในเครือข่ายโคเวสโตรทั่วโลกที่ได้มาตรฐานนี้</span></p><p><span>โคเวสโตร ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 และได้รับการรับรองในช่วงปลายปี 2568 โดยผู้บริหารของบริษัทได้เข้ารับมอบประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ สามารถผ่านการรับรองครบทั้ง 3 Scope ได้แก่ Scope 1 (การปล่อยโดยตรง) Scope 2 (การปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่ซื้อมา) และ Scope 3 (การปล่อยทางอ้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน) โดยเฉพาะ Scope 3 ซึ่งยังเป็นภาคสมัครใจ และมีเพียงไม่กี่องค์กรในประเทศไทยที่สามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลคาร์บอนครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้อย่างครบถ้วน</span></p><p><span>การดำเนินโครงการในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเป็นก้าวสำคัญด้านความยั่งยืน ซึ่งเส้นทางสู่ความสำเร็จนี้ต้องผ่านความท้าทายหลายด้านในกระบวนการดำเนินงาน เช่น เป็นการจัดเก็บข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นครั้งแรก ทำให้รูปแบบข้อมูลและรายงานเดิมไม่รองรับการคำนวณก๊าซเรือนกระจกโดยตรง นอกจากนี้ การประเมิน Scope 3 ยังมีความซับซ้อนสูง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายนอกจำนวนมาก รวมถึงต้องมีการทำงานกับหลากหลายหน่วยงานภายในองค์กร เป็นต้น</span></p><p><span><strong>นางสาวนิศา สุทธิพรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า “การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามมาตรฐาน แต่เป็นการวางรากฐานด้านข้อมูลและระบบบริหารจัดการที่สำคัญสำหรับอนาคตของธุรกิจ เราให้ความสำคัญกับการเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อสร้างความพร้อมต่อการรองรับทั้งความคาดหวังของลูกค้า คู่ค้า และทิศทางของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล” “การที่บริษัทสามารถดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่ Scope 1 และ 2 ไปจนถึง Scope 3 ซึ่งมีความซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการได้รับการรับรองทั้ง CFO และ ISO 14064-1 นี้สะท้อนถึงการวางระบบที่สอดคล้องทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจในอนาคต” นางสาวนิศา กล่าวเพิ่ม</span></p><p><span>ในระยะถัดไป บริษัทได้วางแผนสู่เป้าหมาย Road to Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2569 จะดำเนินโครงการ Solar Roof ระยะที่ 2 ควบคู่กับมาตรการอนุรักษ์พลังงานและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับแผนระดับโลกของโคเวสโตร และยังตั้งเป้าดำเนินการรับรอง CFO กับ อบก. อย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการคาร์บอนอย่างยั่งยืน</span></p><p><span>นอกจากนี้ ในปีนี้ ศูนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด ใน จ.ระยอง ยังได้รับเกียรติบัตรจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในการเป็น “โรงงานเครือข่ายเพื่อความยั่งยืน”&nbsp;ภายใต้ “โครงการยกระดับโรงงานเครือข่ายเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทขององค์กรในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย</span></p><p style="margin-left:-.25in;">&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[Covestro Thailand,APAC,Thailand]]></category>
            <pubDate>Wed, 29 Apr 2026 04:45:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/b3f8722e-9f52-426b-809d-a2933f5828d8/500_nisasuttipornphaisankula4thfromleftjoinedwithothercompaniesreceivingthecfocertificates.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/b3f8722e-9f52-426b-809d-a2933f5828d8/500_nisasuttipornphaisankula4thfromleftjoinedwithothercompaniesreceivingthecfocertificates.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/b3f8722e-9f52-426b-809d-a2933f5828d8/nisasuttipornphaisankula4thfromleftjoinedwithothercompaniesreceivingthecfocertificates.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[Nisa Suttipornphaisankula (4th from left) joined with other companies receiving the CFO certificates]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตร เปิดตัวโครงการ CSR “จิ๋วพิทักษ์โลก”</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-thailand-launches-green-guardians-csr-project-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-thailand-launches-green-guardians-csr-project-th/</guid><pp:caseid>729388</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p><span>โคเวสโตร ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “จิ๋วพิทักษ์โลก” พร้อมลงนามความร่วมมือกับโรงเรียนเครือข่ายไตรภาคี เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนให้กับเยาวชนในชุมชน</span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><span><strong>​​เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span><strong> </strong><span><strong>​</strong></span><strong>&nbsp;</strong></p><p><span>​โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย</span> <span>​</span>&nbsp;</p><p><span>​บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่</span>&nbsp;1&nbsp;<span>และ</span>&nbsp;2&nbsp;<span>ภายในปี พ.ศ.</span>&nbsp;2578&nbsp;<span>และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่</span>&nbsp;3&nbsp;<span>ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ.</span>&nbsp;2593&nbsp;<span>โคเวสโตรสร้างยอดขายได้</span>&nbsp;14.2&nbsp;<span>พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ.</span>&nbsp;2567&nbsp;<span>ณ สิ้นปี พ.ศ.</span>&nbsp;2567&nbsp;<span>บริษัทฯ มีฐานการผลิต</span>&nbsp;46&nbsp;<span>แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ</span>&nbsp;17,500&nbsp;<span>คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)</span> <i><span><strong><u>​</u></strong></span></i>&nbsp;</p><p><i><span><strong>​ดูข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่</strong></span><strong>:</strong><span><strong> </strong></span></i><a href="http://www.covestro.com/en" target="_blank"><i><strong>Covestro Homepage</strong></i></a>&nbsp;</p><p><i><span><strong>​ติดตามเราได้ทางโซเชียลมีเดีย</strong></span><strong>:</strong><span><strong> </strong></span></i><a href="https://www.facebook.com/share/18D5pxjyz3/" target="_blank"><i><strong>Covestro Thailand</strong></i></a>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>โคเวสโตร ประเทศไทยเปิดตัวโครงการ CSR “จิ๋วพิทักษ์โลก” (Green Guardians by Covestro) อย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนให้กับเยาวชนในโรงเรียนในเครือข่ายไตรภาคี โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว ตลอดระยะเวลา 3 ปีการศึกษา โครงการจะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการศึกษาและการดูแลสิ่งแวดล้อม</span></p><p><span>งานเปิดตัวและงานลงนามความร่วมมือ จัดขึ้นที่ศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุด โดยมีผู้บริหารโคเวสโตร นำโดยนิศา สุทธิพรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ คุณชัยยุทธ แจ้งเจนรบ ผู้จัดการไซต์มาบตาพุด คณะผู้บริหารสถานศึกษาและครูจากโรงเรียนพันธมิตร พร้อมด้วยตัวแทนการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (กนอ.) ตัวแทนคณะกรรมการไตรภาคี และทีมงานจากโคเวสโตรเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ไฮไลต์สำคัญของงานคือพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างโคเวสโตรและโรงเรียนทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดชากลูกหญ้า โรงเรียนวัดตากวน โรงเรียนวัดกรอกยายชา โรงเรียนบ้านหนองแฟบ และโรงเรียนวัดมาบชลูด เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันตลอดโครงการ โดยมีการถ่ายภาพร่วมกันเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นความร่วมมือที่เข้มแข็ง</span></p><p><span>โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรม CSR แต่เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของโคเวสโตร ในการตอบโจทย์และสนับสนุนกลุ่มไตรภาคี และบรรลุข้อกำหนดในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA<strong>)</strong> ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นด้วย การทำงานอย่างใกล้ชิดกับโรงเรียน เราได้สร้างโอกาสในการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย และแสดงให้เห็นว่าโคเวสโตร เป็นเพื่อนบ้านที่มีความรับผิดชอบและมีความห่วงใย ความพยายามเหล่านี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท และตอกย้ำการดำเนินกิจการเป็นเวลานานของเราในภูมิภาคนี้</span></p><p><span>สำหรับพนักงานของโคเวสโตร โครงการ จิ๋วพิทักษ์โลก ยังเป็นโอกาสในการเป็นอาสาสมัคร แบ่งปันความเชี่ยวชาญ และพัฒนาทักษะใหม่ๆ—ตั้งแต่การประสานงานโครงการ การทำกิจกรรมร่วมกับน้องๆ การมีส่วนร่วมกับชุมชน ไปจนถึงการให้ความรู้ด้านความยั่งยืน การเป็นอาสาสมัครในโปรแกรมนี้ช่วยให้พนักงานสามารถสร้างผลลัพท์ที่จับต้องได้</span></p><p><span><strong>ผอ. ศมาภรณ์ อุบลบาน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดชากลูกหญ้า</strong> กล่าวเสริมว่า “ด้วยความร่วมมือของโคเวสโตร คณะครู นักเรียน และทุกภาคส่วน เรามั่นใจว่าโครงการ ‘จิ๋วพิทักษ์โลก’ จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนให้กับเยาวชนและชุมชนของเรา เราพร้อมให้การสนับสนุนทุกกิจกรรมที่โคเวสโตรจะจัดขึ้น เพื่อบ่มเพาะเด็ก ๆ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ ขอขอบคุณโคเวสโตรที่ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา”</span></p><p><span>โครงการ “จิ๋วพิทักษ์โลก” ไม่เพียงแต่สอดคล้องกับพันธกิจระดับโลกของโคเวสโตรในการ “สร้างสรรค์เพื่อโลกที่สดใส” แต่ยังตอบโจทย์ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) เช่น</span></p><ul><li data-list-item-id="e530d6d417825993687f20980ffa085b2"><span><strong>SDG 4: Quality Education</strong> ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ</span></li><li data-list-item-id="ecac5f4899749d912e409e636d98e3e0b"><span><strong>SDG 11:</strong> <strong>Sustainable Cities and Communities</strong> สร้างชุมชนที่ยั่งยืนตั้งแต่ระดับโรงเรียน ครอบครัว ไปจนถึงชุมชน</span></li><li data-list-item-id="e7123378af48ea25bc5bfc0c221dd2c50"><span><strong>SDG 13 Climate Action</strong>&nbsp;<strong> </strong>โดยการสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ การดูแลระบบนิเวศ</span></li><li data-list-item-id="e5074f51cff89b35d7369c3deb1248ed0"><span><strong>SDG 17: Partnerships for the Goals</strong> ผ่านความร่วมมือแบบไตรภาคีระหว่างบริษัท โรงเรียน และชุมชน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน</span></li></ul><p><span><strong>คุณนิศา สุทธิพรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ โคเวสโตร ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของโคเวสโตรเน้นสองเสาหลัก คือ การศึกษาและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในระยะยาว โดยแนวทางของบริษัทฯ เน้นการทำงานร่วมกันอย่างมีความหมาย ไม่ใช่เพียงการให้ความช่วยเหลือ แต่เป็นการสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างบริษัทฯ โรงเรียน และชุมชน" ขอขอบคุณทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นทีมงานของโรงเรียน หน่วยงานท้องถิ่น หรือพนักงานของบริษัททุกคนที่ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม”</span></p><p><span>โครงการนี้จึงเป็นมากกว่ากิจกรรม CSR แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของเยาวชนและชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนในอนาคต</span></p>]]></description><category><![CDATA[Covestro Thailand,ความยั่งยืน,APAC,Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 24 Nov 2025 06:57:42 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/bcc241e7-791c-4a64-a36c-a44fb8f775e4/500_img_6161.jpg?10000" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/bcc241e7-791c-4a64-a36c-a44fb8f775e4/500_img_6161.jpg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/bcc241e7-791c-4a64-a36c-a44fb8f775e4/img_6161.jpg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[IMG_6161]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตรลงทุนขยายกำลังการผลิตฟิล์มชนิดพิเศษในประเทศไทย พร้อมรองรับความต้องการในภูมิภาค</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/blue-marlin-mechanical-completion-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/blue-marlin-mechanical-completion-thailand-th/</guid><pp:caseid>689416</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p>โคเวสโตร ประกาศความสำเร็จในการเพิ่มกำลังการผลิตฟิล์มโพลีคาร์บอเนต (PC) ชนิดพิเศษทั่วโลก ด้วยการก่อสร้างสายการผลิตใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ประเทศไทย</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p>&nbsp; <span><strong><u>เกี่ยวกับโคเวสโตร</u></strong></span></p><p>&nbsp;<span>โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย</span></p><p><span>&nbsp;บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี พ.ศ. 2578 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2593 โคเวสโตรสร้างยอดขายได้ 14.2 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ สิ้นปี พ.ศ. 2567 บริษัทฯ มีฐานการผลิต 46 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 17,500 คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)</span></p><p style="margin-left:-.3in;text-align:justify;">&nbsp;&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>&nbsp; <span>โคเวสโตร ประกาศความสำเร็จในการเพิ่มกำลังการผลิตฟิล์มโพลีคาร์บอเนต (PC) ชนิดพิเศษทั่วโลก ด้วยการก่อสร้างสายการผลิตใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ประเทศไทย ซึ่งได้เสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดแล้ว โดยการลงทุนครั้งนี้อยู่ในระดับหลักหลายสิบล้านยูโร และจะสร้างงานใหม่ประมาณ 40 ตำแหน่ง</span></p><p><span>&nbsp; "โรงงานผลิตใหม่นี้ติดตั้งเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์" นายทอร์สเทน ดรายเออร์ (</span><a href="https://www.covestro.com/en/company/management/board-of-management/dr-thorsten-dreier" target="_blank"><span>Thorsten Dreier</span></a><span>) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี (Chief Technology Officer) ของโคเวสโตร กล่าว "ด้วยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เราสามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าสำหรับฟิล์มชนิดพิเศษที่เป็นนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทคโนโลยีทางการแพทย์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจโซลูชันและผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษของเรา"</span></p><p><span>&nbsp;โคเวสโตรดำเนินงานโรงงานผลิตฟิล์มชนิดพิเศษในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยฟิล์มโพลีคาร์บอเนตจากตระกูล Makrofol® และผลิตภัณฑ์ Bayfol® ที่ทำจากส่วนผสมโพลีคาร์บอเนต ฟิล์มชนิดพิเศษประสิทธิภาพสูงเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ด้านการแพทย์และสุขภาพ การขนส่ง และเอกสารระบุตัวตน เป็นต้น โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโคเวสโตรในภูมิภาคนี้ ซึ่งการลงทุนขยายกำลังการผลิตครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทย ด้วยทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์และบุคลากรที่มีความสามารถสูง รวมถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเติบโตของตลาดและอุตสาหกรรม</span></p><p><span>&nbsp;"โรงงานผลิตใหม่นี้มีความสำคัญต่อเรา เพราะช่วยให้เราสามารถนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น และขยายการเข้าถึงตลาดในเอเชียแปซิฟิกไปพร้อมกัน" คุณออเกีย ดูร์นบอส (Aukje Doornbos) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจฟิล์มชนิดพิเศษระดับโลก กล่าว "ด้วยนวัตกรรมที่มุ่งเน้นตลาดและการให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มากขึ้น เราต้องการขับเคลื่อนการเติบโตให้กับโคเวสโตร"</span></p><p><span>&nbsp;ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ศูนย์การผลิตมาบตาพุดของโคเวสโตร ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ซึ่งถือเป็นการรับรองความยั่งยืนระดับสากลสำหรับชีวมวลและพลังงานชีวภาพที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่าและใช้ทั่วโลก ทำให้สามารถผลิตและจัดหาผลิตภัณฑ์แบบสมดุลมวลสารได้ ช่วยประหยัดวัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในขณะที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์แบบสมดุลมวลยังคงเหมือนกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฟอสซิลล้วน ซึ่งลูกค้าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของลูกค้าได้อีกด้วย</span></p><p><span>&nbsp;“เราภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจและโอกาสในการลงทุนขยายกำลังการผลิตที่ศูนย์การผลิตมาบตาพุด และเราได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการสนับสนุนการเติบโตของบริษัท ซึ่งนอกจากทำเลที่ตั้งและศักยภาพของบุคลากรด้านต่างๆ แล้ว ยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงพาร์ทเนอร์ ทำให้โปรเจ็คนี้เสร็จสิ้นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งยังรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยได้อย่างดีเยี่ยม” คุณนิศา สุทธิพรไพศาลกุล กล่าวปิดท้าย</span></p><p>&nbsp;</p>]]></description><category><![CDATA[ฟิลม์,วัสดุและอุตสาหกรรม,ยานยนต์,ข่าวสารองค์กร,Covestro Thailand,ไทย,วัสดุทางเลือก,APAC]]></category>
            <pubDate>Wed, 19 Mar 2025 03:32:56 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/a33c6303-8e25-4064-90ca-33801322a1d0/500_20210423-expansion-of-films-production-dormagen-2.jpg?88247" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/a33c6303-8e25-4064-90ca-33801322a1d0/500_20210423-expansion-of-films-production-dormagen-2.jpg?88247</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/a33c6303-8e25-4064-90ca-33801322a1d0/20210423-expansion-of-films-production-dormagen-2.jpg?88247</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20210423-expansion-of-films-production-dormagen_2]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[CoEx Line Dormagen Geb E87 am 19.04.2021]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรขยายฐานกลุ่มผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต ที่ยั่งยืนมากขึ้น</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-expands-its-range-of-more-sustainable-polycarbonates-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-expands-its-range-of-more-sustainable-polycarbonates-th/</guid><pp:caseid>569952</pp:caseid><pp:subtitle>โซลูชั่นขั้นสูงเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li>นำเสนอพลาสติกเกรดใหม่ที่ประกอบด้วยวัตถุดิบรีไซเคิลกว่า 90%</li><li>โพลีคาร์บอเนตที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ<sup>1</sup> ด้วยส่วนประกอบที่ยั่งยืนสูงถึง 89%</li><li>การผนึกกำลังกับ Jabra ในชุดหูฟัง Evolve2</li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></p><p>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและ คุณภาพชีวิต ในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจน ในอุตสาหกรรมเ คมีด้วย บริษัทได้ตั้งเป้าหมายในการเป็นบริษัทหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และมุ่งบรรลุความเป็นกลางทาง สภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2578 (ในขอบเขต 1 และ 2) โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ 18 พันล้านยูโรในปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 18,000 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี พ.ศ. 2565<br>&nbsp;</p><p>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของ<br>โคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร www.covestro.com ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้ ผู้บริโภคต่างมองหาพลาสติกที่มีความยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพลาสติกที่ผลิตจากวัตถุดิบที่มีสัดส่วนของวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุชีวมวลสูง ซึ่งจะทิ้งร่องรอยมลพิษหรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยลง และในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมของเราก็กำลังเร่งเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน และความเป็นกลางทางสภาพภุมิอากาศ ซึ่งโคเวสโตรพร้อมนำเสนอโพลีคาร์บอเนตที่มีส่วนประกอบของพลาสติกรีไซเคิลจากสิ่งเหลือทิ้งหลังการบริโภคถึง 90% (PCR) เหมาะสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการใช้งานรูปแบบอื่นๆ ทั้งนี้ อัตราการสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ของเรซินโพลีคาร์บอเนต Makrolon<sup>®</sup> PCR ใหม่นี้จะต่ำกว่าพลาสติกบริสุทธิ์ที่ผลิตจากฟอสซิลถึง 70%<sup>2</sup> และได้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในรายการสินค้า CQ ในฐานะโซลูชั่นหมุนเวียน โดยบริษัทมีแผนจำหน่ายพลาสติกเกรดใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก่อนในช่วงแรก</p><p>"เราภาคภูมิใจกับโซลูชั่นที่ก้าวล้ำนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่มาช่วยปลดล็อกให้ลูกค้าของเราไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนอุตสาหกรรม อาทิ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเสียง และอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งพร้อมที่จะเดินตามความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนขององค์กร” คุณลิลลี่ หวัง Global Head of Engineering Plastics ประจำโคเวสโตร กล่าว "ผลผลิตนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวในการสะท้อนวิสัยทัศน์ของเราที่มุ่งสู่หมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญที่เร่งผลักดันให้อุตสาหกรรมทะยานไปสู่อนาคตแห่งการรีไซเคิลและการเป็นกลางทางคาร์บอนได้อย่างรวดเร็ว”</p><p>พลาสติกประเภทนี้สามารถย้อมเป็นสีขาว และสีที่มีความอิ่มตัวสูงได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งนับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพลาสติก PCR ที่มีปริมาณของวัสดุรีไซเคิลมาก เนื่องจากเราเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูง และปรับองค์ประกอบให้เหมาะสมในระหว่างกระบวนการผสม พลาสติกเกรด PCR นี้ผลิตขึ้นโดยใช้ สารหน่วงการติดไฟที่ปราศจากฮาโลเจนและเป็นไปตามข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพ โดยไม่เพิ่มผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เมื่ออิงจากมาตรฐาน UL 94 ของ Underwriters Laboratories แล้ว ความสามารถในการติดไฟจะอยู่ที่ V-0</p><h2>ความร่วมมือกับ Jabra</h2><p>หนึ่งในตัวอย่างการนำไปใช้ โพลีคาร์บอเนต Bayblend<sup>®</sup> FR3010 R75 ของโคเวสโตร ใช้ในการผลิตที่ครอบหูของชุดหูฟังซีรีส์ล่าสุด Evolve2 ของแบรนด์เดนมาร์กอย่าง Jabra ซึ่งเป็นอุปกรณ์ด้านระบบเสียงและระบบสำหรับการประชุมผ่านวิดีโอ โดยพลาสติกประเภทนี้ประกอบด้วยวัสดุรีไซเคิล 75% และมีปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำกว่า 50%<sup>2</sup> เมื่อเทียบกับวัสดุที่ผลิตจากฟอสซิลแบบเดิม ๆ โดยที่ประสิทธิภาพยังคงเป็นไปตามความต้องการตามข้อกำหนด</p><p>และเพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ขณะนี้โคเวสโตรกำลังสร้างโรงงานสำหรับการผสม โพลีคาร์บอเนต PCR โดยเฉพาะ ที่ศูนย์การผลิตในเซี่ยงไฮ้ โดยวางแผนพร้อมเดินเครื่องในช่วงปลายปีนี้ ด้วยโรงงานแห่งใหม่นี้ ทางบริษัทจะสามารถผลิตโพลีคาร์บอเนต PCR คุณภาพสูงได้มากกว่า 25,000 เมตริกตันต่อปี</p><h2>โซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ<sup>1</sup> ผ่านกระบวนการแบบสมดุลมวลสาร</h2><p>นอกจากพลาสติกเกรด PCR ที่ใช้เทคนิคการรีไซเคิลเชิงกลแล้ว โคเวสโตรยังก้าวล้ำขึ้นไปอีกขั้น ด้วยโพลีคาร์บอเนตที่มาจากการใช้วิธีสมดุลมวลสารของขยะชีวภาพและวัสดุเหลือทิ้ง ซึ่งได้รับการรับรอง ตามมาตรฐาน ISCC PLUS ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล</p><p>ปัจจุบัน บริษัทคือผู้ผลิตและจำหน่ายโพลีคาร์บอเนต Makrolon<sup>®</sup> RE รายใหญ่ โดยพลาสติกตัวนี้มีส่วนผสมของวัตถุดิบหมุนเวียนที่มากถึง 89%<sup>3</sup> นอกจากนี้ สินค้าบางประเภทของโคเวสโตรยังผลิตโดยใช้พลังงานไฟฟ้าแบบหมุนเวียน 100% หนึ่งในนั้นคือโพลีคาร์บอเนต<sup>1</sup> ที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ด้วยระบบที่ได้รับการรับรองจาก TÜV<sup>4</sup> นับตั้งแต่สิ้นปี 2564 ที่ผ่านมา โคเวสโตรได้จัดจำหน่ายโพลีคาร์บอเนตที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ<sup>1</sup> ครั้งแรกของโลกแก่ลูกค้าในภูมิภาคยุโรป โดยซีรีส์ RE เองนี้ก็ยังเป็นอีกหนึ่งสินค้าขึ้นแท่นในรายการ CQ ตอกย้ำความเป็นโซลูชันหมุนเวียนของ โคเวสโตรอีกด้วย</p><p>เห็นได้ชัดว่า ผลิตภัณฑ์แบบความสมดุลมวลสารนี้มีคุณภาพและประสิทธิภาพที่เทียบเท่ากับโพลีคาร์บอเนตจากฟอสซิล ทั้งยังเป็นโซลูชั่นนนอกกรอบที่รังสรรค์มาอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบให้กับลูกค้าทุกราย โดดเด่นด้วยปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงอย่างมาก</p><hr><p><sup>1 ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศตามการประเมินวงจรชีวิตที่ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน ISO 14040/14044 ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศเป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการประเมินวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์บางส่วนที่ดำเนินการภายในองค์กร โดยเริ่มตั้งแต่การสกัดทรัพยากร (แหล่งกำเนิด) ไปจนถึงเมื่อนำมาส่งให้กับโรงงานของโคเวสโตร หรือที่เรียกว่าการประเมินแบบ Cradle-to-Gate การคำนวณนี้จะพิจารณาถึงการกักเก็บคาร์บอนชีวภาพมากกว่ามลพิษของ "ชีวิต" แรก โดยอิงตามข้อมูลเบื้องต้นจากห่วงโซ่อุปทาน และเปลี่ยนการใช้ไฟฟ้าแบบกริดผสมไปเป็นไฟฟ้าหมุนเวียนที่ใช้ในกระบวนการผลิตของโคเวสโตร ไม่มีการใช้มาตรการชดเชย วิธีการ LCA ที่พัฒนาโดย Covestro AG นั้นสมเหตุสมผลทางวิทยาศาสตร์และสอดคล้องกับยุคสมัย ID no. 0000083440: </sup><a href="https://Covestro AG – Certipedia" target="_blank"><sup>Covestro AG - Certipedia</sup></a></p><p><span><sup>2 ตามการคำนวณภายในโดยโคเวสโตร โดยใช้วิธี EcoPAss LCA ที่ผ่านการตรวจสอบของ TÜV (ID No. 0000083440: </sup></span><a href="https://www.certipedia.com/quality_marks/0000083440?certificate_number=C01-2022-04-21255061&locale=en"><span><sup>Covestro AG – Certipedia</sup></span></a></p><p><span><sup>3 ตามเอกสารระบบ ISCC PLUS V3.4 ที่เพิ่งเผยแพร่นั้น จะพิจารณาว่าอะตอมของออกซิเจนจากอากาศแวดล้อมที่ทำปฏิกิริยากับวัตถุดิบซึ่งได้รับการรับรองจาก ISCC เป็นส่วนที่ยั่งยืน ISCC </sup></span><span dir="RTL"><sup>PLUS</sup></span><span><sup> (</sup></span><a href="http://www.iscc-system.org/" target="_blank"><span><sup>www.iscc-system.org</sup></span></a><span><sup>)</sup></span></p><p><span><sup>4 ระบบการจัดการที่ผ่านการรับรอง: ID no. 0000084999: </sup></span><a href="https://www.certipedia.com/quality_marks/0000084999?locale=en&certificate_number=C01-2023-03-21257354"><span><sup>Covestro AG – </sup></span><span dir="RTL"><sup>Certipedia</sup></span></a></p>]]></description><category><![CDATA[Circular Economy,Plastics,Electronics/electrical/appliances,Shanghai,Sustainability,Industries,Materials,China,Corporate News,Materials &amp; Industries,Locations,APAC,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Wed, 19 Apr 2023 10:00:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/d4c00a53-c22b-4a5b-91ed-c89fc94a2c87/500_20230419-covestro-expands-offering-of-more-sustainable-polycarbonates-pic.jpg?97758" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4c00a53-c22b-4a5b-91ed-c89fc94a2c87/500_20230419-covestro-expands-offering-of-more-sustainable-polycarbonates-pic.jpg?97758</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/d4c00a53-c22b-4a5b-91ed-c89fc94a2c87/20230419-covestro-expands-offering-of-more-sustainable-polycarbonates-pic.jpg?97758</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20230419_Covestro-Expands-Offering-of-More-Sustainable-Polycarbonates-Pic]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตรลงทุนขยายกำลังการผลิตฟิล์มโพลีคาร์บอเนตในประเทศไทย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-expands-production-capacity-for-polycarbonate-films-in-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-expands-production-capacity-for-polycarbonate-films-in-thailand-th/</guid><pp:caseid>564004</pp:caseid><pp:subtitle>พิธีวางศิลาฤกษ์สำหรับสายการผลิตใหม่ที่มาบตาพุด</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>การลงทุนมูลค่ากว่าหลายสิบล้านยูโร</strong></li><li><strong>การก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2568</strong></li><li><strong>สำหรับการใช้งานทางด้านบัตรประจำตัว อุตสาหกรรมรถยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์</strong></li><li><strong>เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ฟิล์มที่มีความยั่งยืน</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></p><p>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและ คุณภาพชีวิต ในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจน ในอุตสาหกรรมเ คมีด้วย บริษัทได้ตั้งเป้าหมายในการเป็นบริษัทหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และมุ่งบรรลุความเป็นกลางทาง สภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2578 (ในขอบเขต 1 และ 2) โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ 18 พันล้านยูโรในปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 18,000 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี พ.ศ. 2565&nbsp;<br><br><strong>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของ&nbsp;</strong><br>โคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร www.covestro.com ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>โคเวสโตร เริ่มแผนการขยายการผลิตฟิล์มโพลีคาร์บอเนตชนิดพิเศษ (PC film) ทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งได้มีการวางศิลาฤกษ์ในการเริ่มก่อสร้างสายการผลิตการอัดขึ้นรูปแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 โดยผลิตภัณฑ์ฟิล์มชนิดนี้เป็นส่วน ประกอบของผลิตภัณฑ์ประเภทเอกสารประจำตัวเฉพาะ บุคคล จอแสดงผลในรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการลงทุนใน ครั้งนี้มีมูลค่าหลายสิบล้านยูโร โดยการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2568 และจะมีการ จ้างงานกว่า 50 ตำแหน่ง</p><p><strong>คุณ สุเชตา โกวิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ โคเวสโตร</strong> กล่าวว่า “การลงทุนในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชันและกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะ เพื่อช่วยขยายขีดจำกัดในธุรกิจให้เติบโตไปอย่างต่อเนื่อง และในขณะเดียวกัน การลงทุนครั้งนี้ยังช่วยให้เราสามารถตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และสามารถรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมในอนาคตอีกด้วย”</p><p><strong>ดร.แคโรไลน์ วูล์ฟ หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิล์มชนิดพิเศษ ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก </strong>กล่าวถึงการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ว่า "เนื่องด้วยความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น อย่างต่อเนื่องเราจึงได้มีการลงทุนขยายกำลังการผลิต เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทย จีน เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา โดยเราต้องการ ผลักดัน การเติบโตในธุรกิจฟิล์มโพลีคาร์บอเนต ที่มุ่งเน้นที่ลูกค้า และ นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่ง โซลูชั่นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างการรีไซเคิลหรือการใช้วัตถุดิบชีวมวลบางส่วน ถือเป็นส่วนสำคัญ”&nbsp;</p><h2>เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ฟิล์มที่ผลิตจากวัตถุดิบทางเลือก</h2><p>โคเวสโตรนำเสนอผลิตภัณฑ์ฟิล์ม PC ที่หลากหลายและยั่งยืน ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์สมดุล- มวลสาร ที่ได้ รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS โดยวัตถุดิบของฟิล์มดังกล่าวนั้น ผลิตจากขยะชีวภาพและวัสดุตกค้าง ซึ่งเรานำมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งห่วงโซ่คุณค่าการผลิต และผลิตภัณฑ์&nbsp;<br>ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ศูนย์การผลิตมาบตาพุดได้รับการรับรองจาก ISCC PLUS ทำให้โรงงาน แห่งนี้สามารถผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสาร โดยลูกค้าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ ของ โคเวสโตรในกระบวนการผลิตเพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน นอกเหนือจากนี้ โคเวสโตรยัง ได้นำเสนอ ผลิตภัณฑ์ฟิล์มหลายชนิดที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบจากพืชหรือพลาสติกรีไซเคิล อีกด้วย</p><p>ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และ ผู้จัดการศูนย์ การผลิต โคเวสโตร มาบตาพุด กล่าวว่า "โรงงานแห่งใหม่มีความพร้อมแล้ว และจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ ใน ไตรมาสที่ 2 ตามแผนที่วางไว้ โดยโรงงานมาบตาพุดมี คุณสมบัติด้านคุณภาพและ มาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูง สอดคล้องกับกลยุทธ์โดย รวมของโคเวสโตร ศูนย์การผลิตในประเทศไทยของเราถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกในการร่วมมือ กับลูกค้าและซัพพลายเออร์เพื่อผลิตวัสดุที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น”</p>]]></description><category><![CDATA[Financials,Films,Automotive,Electronics/electrical/appliances,Security and protection,Map Ta Phut,Thailand,Business &amp; Finance,APAC,Materials,Industries,Corporate News,Materials &amp; Industries,Locations,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 09 Mar 2023 10:02:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/59ca9412-315b-42bb-a103-516b67dfbeae/500_20230309-groundbreaking-for-new-polycarbonate-films-production-in-map-ta-phut-pic-1.jpg?41499" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/59ca9412-315b-42bb-a103-516b67dfbeae/500_20230309-groundbreaking-for-new-polycarbonate-films-production-in-map-ta-phut-pic-1.jpg?41499</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/59ca9412-315b-42bb-a103-516b67dfbeae/20230309-groundbreaking-for-new-polycarbonate-films-production-in-map-ta-phut-pic-1.jpg?41499</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20230309_Groundbreaking-for-New-Polycarbonate-Films-Production-in-Map-Ta-Phut-Pic-1]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[พิธีวางศิลาฤกษ์สำหรับโรงงานฟิล์มโพลีคาร์บอเนตใหม่ที่ศูนย์การผลิตมาบตาพุด ประเทศไทย ร่วมพิธีโดยคุณอเลต้า ริชาร์ดส์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจฟิล์มชนิดพิเศษของกลุ่มบริษัทโคเวสโตร ดร. ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการบ.โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และผู้จัดการโรงงานมาบตาพุด (ที่ 3 จากซ้าย) และคุณไมเคิล โบดิเกอร์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจฟิล์มชนิดพิเศษ ของกลุ่มบริษัทโคเวสโตร (ที่ 2 จากขวา) &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>Covestro เริ่มดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ Vulkollan® ในประเทศไทย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-production-for-vulkollan-raw-materials-in-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-launches-production-for-vulkollan-raw-materials-in-thailand-th/</guid><pp:caseid>548409</pp:caseid><pp:subtitle>การเริ่มต้นโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่มาบตาพุด</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p>ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับอีลาสโตเมอร์ประสิทธิภาพสูง</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร&nbsp;</strong><br>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย&nbsp;<br>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564&nbsp;<br>&nbsp;</p><p><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต&nbsp;</strong><br>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของฝ่ายบริหารโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร <a href="https://www.covestro.com" target="_blank">www.covestro.com</a> ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต&nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ โคเวสโตร ได้เริ่มการดำเนินการผลิต แนฟทาลีนไดไอโซไซยาเนต (Naphthylen-Diisocyanate - NDI) สำหรับวัตถุดิบ Vulkollan® ที่โรงงานที่สร้างขึ้นใหม่ในศูนย์การผลิตมาบตาพุดในประเทศไทย การเริ่มต้นการก่อสร้างของโรงงานนี้เกิดขึ้นเกือบสองปีที่แล้วในปลายปี 2563 ซึ่งการลงทุนนี้ ถือว่าเป็นการลงทุนระดับกลาง-ใหญ่ของบริษัท โดยมีเม็ดเงินลงทุนเป็นเลขสองหลักล้านยูโร และเป็นหนึ่งในการลงทุนหลายอย่างของบริษัทในส่วนของวัตถุดิบโพลียูรีเทน เช่น ที่<a href="https://www.covestro.com/press/covestro-launches-a-new-production-line-for-desmodur-15-prepolymers/">โรงงานในสเปน</a>หรือที่โรงงานในเมืองเฉาจิง ในประเทศจีน เป็นต้น</p><p>“เราเชื่อในการเติบโตของตลาดแคสต์อีลาสโตเมอร์และต้องการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ด้วยโรงงานผลิตแห่งใหม่นี้ ทำให้เราประสบความสำเร็จในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของเราสำหรับอีลาสโตเมอร์ประสิทธิภาพสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” สุเชตา โกวิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ ของโคเวสโตรกล่าว “การลงทุนนี้ยังช่วยให้เราให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ได้ปรับปรุงการบริการลูกค้าของเรา และสนับสนุนการเติบโตของแอพพลิเคชั่นและอุตสาหกรรมที่ต้องการประสิทธิภาพระดับไฮเอนด์”</p><p>โทมัส เบรก หัวหน้ากลุ่มธุรกิจอีลาสโตเมอร์ ของโคเวสโตร อธิบายเพิ่มเติมว่า “การเริ่มต้นโรงงานที่ มาบตาพุดถือเป็นก้าวล่าสุดของหลายการลงทุนในธุรกิจอีลาสโตเมอร์เพื่อสนับสนุนแบรนด์ Vulkollan® และเราเชื่อมั่นในศักยภาพอันแข็งแกร่งของแบรนด์เก่าแก่และมีชื่อเสียงนี้ และพร้อมสำหรับการลงทุนนี้สำหรับการเติบโตในอนาคตและการพัฒนาของลูกค้า”</p><p>“ศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุดของเราในประเทศไทยนี้ ได้รับการเตรียมพร้อมอย่างดีที่จะเติบโต และตอนนี้เราภูมิใจและพร้อมที่จะสนับสนุนธุรกิจอีลาสโตเมอร์อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนกลยุทธ์โดยรวมของ โคเวสโตร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์พิเศษด้วย” ดร.ทีโม สลาวินกี้ ในฐานะผู้จัดการศูนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด กล่าวเสริม</p><p>โรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทยนี้มีพนักงานมากกว่า 25 คน โดยยางที่ผลิตจากวัตถุดิบนี้เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่ล้อรถยก ล้อรถไฟเหาะ ไปจนถึงข้อต่อและซีลสำหรับอุตสาหกรรมเชิงวิศวกรรม และอื่นๆ อีกมากมาย ผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในยางที่ทรงพลังที่สุดในตลาด มีความทนทาน มีความเสถียรที่เหนือกว่า จึงช่วยลดความต้องการในการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักของวัสดุ และทำให้เป็นวัสดุทางเลือกสำหรับลูกค้าและการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น</p>]]></description><category><![CDATA[วัสดุและอุตสาหกรรม,อุตสาหกรรม,งานก่อสร้าง,พลาสติก,วัสดุ,มาบตาพุด,APAC,Elastomers,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Thu, 24 Nov 2022 10:20:00 +0100</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_img-0030-forpressrelease.jpg?17437" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_img-0030-forpressrelease.jpg?17437</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/img-0030-forpressrelease.jpg?17437</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20221124_Vulkollan production line MTP]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[The new production line for the Vulkollan&amp;reg; raw material NDI in Covestro&amp;rsquo;s Map Ta Phut site in Thailand. &amp;copy; Covestro]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตรได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS สำหรับศูนย์การผลิตมาบตาพุด ประเทศไทย</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-receives-iscc-plus-certification-for-its-map-ta-phut-production-site-in-thailand-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-receives-iscc-plus-certification-for-its-map-ta-phut-production-site-in-thailand-th/</guid><pp:caseid>525678</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p><strong>โดยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าเดิม</strong></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="text-align:justify;"><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p style="text-align:justify;"><span>โคเวสโตร สร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</span></p><p style="text-align:justify;"><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></span></p><p style="text-align:justify;"><span>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร </span><i><span>www.covestro.com </span></i><span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัปเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรงงานผลิตของโคเวสโตรในมาบตาพุดได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนทางชีวมวลและพลังงานชีวมวล ด้วยมาตรฐานนี้ บริษัทสามารถส่งมอบโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูงจำนวนมากให้กับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรวมถึงวัสดุคอมปาวด์และฟิล์มโพลีคาร์บอเนตที่ผลิตจากวัตถุดิบทางเลือกที่มีคุณภาพในระดับเดียวกับวัตถุดิบจากฟอสซิล</span></p><p><span>“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงงานผลิตในมาบตาพุดเป็นอีกหนึ่งโรงงานของโคเวสโตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS” ดร.ทีโม</span><i><span> </span></i><span>สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และผู้จัดการศูนย์การผลิตโคเวสโตรมาบตาพุด กล่าว “ด้วยมาตรฐานนี้ เรามุ่งขับเคลื่อนการทดแทนวัตถุดิบจากฟอสซิลด้วยสารประกอบทางเลือก ซึ่ง เราได้รับวัตถุดิบสมดุลมวลสาร ฟีนอล และ อะซิโตน ชุดแรกจากซัพพลายเออร์ในเอเชียในเดือนสิงหาคม &nbsp;2565 และได้เริ่มผลิตโพลีคาร์บอเนตภายใต้มาตรฐานชีวภาพเชิงหมุนเวียน ISCC Plus ล็อตแรกที่มาบตาพุดเมื่อไม่นานมานี้”</span></p><p><span>การรับรองมาตรฐานนี้ทำให้โคเวสโตรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารหลายชนิดจากโรงงาน เช่น พลาสติก Makrolon<sup>®</sup> RE และฟิล์ม Makrofol<sup>®</sup> ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากฟอสซิล โดยพลาสติกชนิดแรกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ CQ ซึ่งเป็นกลุ่มโซลูชันแบบหมุนเวียนจากโคเวสโตร CQ เป็นแนวคิดใหม่จากโคเวสโตรที่มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบทางเลือกในผลิตภัณฑ์ของบริษัท และมีการแสดงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้</span></p><p><span>ในแนวคิดด้านสมดุลมวลสาร วัตถุดิบชีวภาพหรือวัตถุดิบรีไซเคิลจะถูกป้อนเข้าไปในช่วงแรกของการสกัดวัตถุดิบ และนำไปผสมเป็นผลิตภัณฑ์ที่แล้วเสร็จตามสัดส่วนที่ผ่านการคำนวณ วิธีการนี้ช่วยลดการใช้วัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารยังคงเท่าเทียมกันกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฟอสซิล&nbsp;</span></p><p><span>โซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้สูตรการผลิต อุปกรณ์ วิธีการผลิต และข้อกำหนดในการผลิตแบบเดิมได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยน และในขณะเดียวกัน โคเวสโตรยังพร้อมสนับสนุนลูกค้าในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนอีกด้วย&nbsp; และนอกเหนือจากโรงงานผลิตในมาบตาพุด โรงงานผลิตแห่งอื่นของโคเวสโตรในเมือง เซี่ยงไฮ้ ชางฮัว เลเวอร์คูเซิน ดอร์มาเกิน เครเฟลด์-เออร์ดิงเกิน แอนต์เวิร์ป และ ฟิลาโก ก็ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS เช่นเดียวกัน</span></p>]]></description><category><![CDATA[ข่าวสารองค์กร,ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,พลาสติก,วัสดุและอุตสาหกรรม,วัสดุ,อุตสาหกรรม,สถานที่,APAC,ไทย,มาบตาพุด,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Tue, 30 Aug 2022 10:06:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220830-map-ta-phut-receives-iscc-plus-certification-pic.jpg?50361</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220830_Map-Ta-Phut-Receives-ISCC-PLUS-Certification-Pic]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[การรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ทำให้โคเวสโตรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สมดุลมวลสารหลายชนิดจากโรงงาน เช่น พลาสติก Makrolon&amp;reg; RE และฟิล์ม Makrofol&amp;reg; ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากฟอสซิล]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>โคเวสโตร (ประเทศไทย) จัดโครงการ  “Hands for a Brighter World”</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-strives-for-a-sustainable-communities-organizing-hands-for-a-brighter-world-campaign-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-strives-for-a-sustainable-communities-organizing-hands-for-a-brighter-world-campaign-th/</guid><pp:caseid>521843</pp:caseid><pp:subtitle>คืนคุณค่าให้ขยะพลาสติก ภายใต้แนวคิด Fully Circular</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<p><span>โคเวสโตร ผู้นำด้านวัสดุโพลิเมอร์ระดับโลก จัดโครงการ <strong>“Hands for a Brighter World” สร้างสรรค์โลกให้สดใสขึ้นได้ด้วยมือเรา”</strong> ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยการคืนคุณค่าให้ขยะพลาสติก ภายใต้แนวคิด Fully Circular ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพและคืนคุณค่าสู่สังคม โดยมีกิจกรรมการสนับสนุนจุดรับขยะพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิลสำหรับโครงการ “มือวิเศษ กรุงเทพ” ของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ซึ่งร่วมขับเคลื่อนโดยเครือข่ายสังคมลดขยะ Less Plastic Thailand&nbsp; มีเป้าหมายเปลี่ยน “ขวดเพ็ทใส” เป็น “ชุดสะท้อนแสง เพื่อความปลอดภัยของพี่ไม้กวาด” หรือพนักงานรักษาความสะอาด ซึ่งมีการส่งมอบไปในวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง รวมถึงจุดรับบริจาคอีก 5 จุดในพื้นที่ศูนย์การผลิตโคเวสโตร ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยรณรงค์ให้พนักงานได้ร่วมบริจาคขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ต่อยอดนำกลับมารีไซเคิลสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมอีกครั้ง&nbsp;</span></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<p style="text-align:start;"><span><strong>เกี่ยวกับโคเวสโตร</strong></span></p><p style="text-align:start;"><span>โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</span></p><p style="text-align:start;"><span>เรามุ่งมั่นในการก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2035&nbsp;(scope&nbsp;1 และ&nbsp;scope&nbsp;2)&nbsp;และสร้างยอดขายได้ประมาณ&nbsp;15.9&nbsp;พันล้านยูโรในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;โดยบริษัทมีโรงงานผลิต&nbsp;50&nbsp;แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ&nbsp;17,900&nbsp;คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี&nbsp;2564</span></p><p style="text-align:start;"><span><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></span></p><p style="text-align:start;"><span><strong>&nbsp;</strong>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร&nbsp;</span><a href="http://www.covestro.com/" target="_blank"><span>www.covestro.com</span></a><span>&nbsp;ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</span></p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><span>ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า </span><i><span>“</span></i><span>ด้วย</span><i><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></i><span>พันธกิจของโคเวสโตร</span><i><span> </span></i><span>คือ</span><i><span> </span></i><span>การส่งเสริมนวัตกรรมและการเติบโตด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่สามารถทำกำไร</span><i><span> </span></i><span>และยังเป็นประโยชน์ต่อสังคม</span><i><span> </span></i><span>ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</span><i><span> </span></i><span>ส่งมอบคุณค่าและความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นหลัง</span><i><span> </span></i><span>เราจึงทุ่มเทการดำเนินงานภายใ</span><i><span> </span></i><span>ต้วิสัยทัศน์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</span><i><span> (Circular Economy) </span></i><span>เปลี่ยนกรอบความคิดในเรื่องการใช้แล้วทิ้ง</span><i><span> </span></i><span>ด้วยการค้นหาวิธีการใหม่</span><i><span> </span></i><span>ๆ</span><i><span> </span></i><span>ในการใช้ทรัพยากรของโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและนำกลับมาใช้ใหม่</span><i><span> </span></i><span>ด้วยกระบวนการรีไซเคิลตลอดทั้งวงจร</span><i><span> </span></i><span>เพื่อช่วยลดปัญหาจากขยะพลาสติก</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>รวมถึงผลักดันการลดการใช้พลังงาน</span><i><span> </span></i><span>และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าของการผลิตผลิตภัณฑ์</span><i><span> </span></i><span>ล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา</span><i><span> </span></i><span>โคเวสโตรได้ประกาศเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ</span><i><span> (Climate Neutrality Target) </span></i><span>ภายในปี</span><i><span> </span></i><span>ค</span><i><span>.</span></i><span>ศ</span><i><span>.2035 </span></i><span>ดังนั้นกิจกรรมการคืนคุณค่าให้พลาสติกในโครงการ</span><i><span> “</span></i><span>มือวิเศษ</span><i><span> </span></i><span>กรุงเทพ</span><i><span>” </span></i><span>จึงมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายการจัดทำโครงการ</span><i><span> “Hands for a Brighter World…</span></i><span>สร้างสรรค์โลกให้สดใสขึ้นได้ด้วยมือเรา</span><i><span>” </span></i><span>ของโคเวสโตร</span><i><span> </span></i><span>เพราะรวมหัวใจสำคัญของโคเวสโตรในเรื่องความปลอดภัยและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>สามารถคืนคุณค่าให้ขยะพลาสติก</span><i><span> (Waste to Value) </span></i><span>กลับมาเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยของพนักงานทำความสะอาดของ</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>และกลุ่มงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</span><i><span> </span></i><span>สำนักปลัดเทศบาล</span><i><span> </span></i><span>เทศบาลเมือง</span><i><span> &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></i><span>มาบตาพุดที่เราจะนำชุดที่ได้จากการรีไซเคิลขวดพลาสติกเหล่านี้ไปมอบให้ต่อไป</span><i><span>”</span></i></p><p><span>นางสาวกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด </span><i><span>“</span></i><span>โครงการ</span><i><span> Hands for a Brighter World </span></i><span>เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมล่าสุดของ</span><i><span> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></i><span>โคเวสโตรที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่ส่งเสริมความยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน</span><i><span> </span></i><span>เพื่อรักษาสมดุลของทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด</span><i><span> </span></i><span>และให้ความสำคัญเรื่องคาร์บอนฟุต</span><i><span> </span></i><span>พริ้นท์</span><i><span> (Carbon Footprint) </span></i><span>อย่างจริงจังและต่อเนื่อง</span><i><span> </span></i><span>เพื่อลดผลกระทบที่จะทำให้เกิดภาวะโลกร้อน</span><i><span> </span></i><span>รวมถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมยุคใหม่ในระยะยาว</span><i><span> </span></i><span>และที่สำคัญโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากในเรื่องความร่วมมือของหลาย</span><i><span> </span></i><span>ๆ</span><i><span> </span></i><span>ภาคส่วนที่ตระหนักถึงปัญหา</span><i><span> </span></i><span>มาร่วมมือกันช่วยลดและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก</span><i><span> </span></i><span>เพื่อสร้างเสริมความยั่งยืนทั้งในระดับชุมชน</span><i><span> </span></i><span>ระดับประเทศ</span><i><span> </span></i><span>และเพื่อให้โลกได้ยังคงอยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งการจะทำให้เป้าหมายที่วางร่วมกันสำเร็จได้นั้น</span><i><span> </span></i><span>คนใดคนหนึ่งหรือหน่วยงานเดียวไม่สามารถทำให้สำเร็จได้</span><i><span> </span></i><span>แต่ต้องได้รับการร่วมมือและร่วมแรงร่วมใจกันจากทุกภาคส่วน</span><i><span> </span></i><span>และนี่ก็เป็นที่มาของชื่อโครงการค่ะ</span><i><span>”&nbsp;</span></i></p><p>&nbsp;</p><p><span>ด้าน นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เผยว่า&nbsp;</span><i><span> “</span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>มีนโยบายในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์</span><i><span> (Net Zero)&nbsp; </span></i><span>ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากภาคเอกชนเกิดเป็นภาคีเครือข่าย</span><i><span> </span></i><span>โดยกิจกรรมที่</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>รณรงค์และอยากให้แต่ละองค์กรเข้าร่วมสนับสนุนอยู่มีด้วยกัน</span><i><span> 4 </span></i><span>ด้าน</span><i><span> </span></i><span>ได้แก่</span><i><span> </span></i><span>การใช้พลังงานหมุนเวียน</span><i><span> </span></i><span>การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว</span><i><span> </span></i><span>การจัดการและลดปริมาณขยะ</span><i><span> </span></i><span>และการบริหารระบบจราจร</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>เริ่มด้วยกิจกรรมปิดไฟลดโลกร้อนซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดร้อมกัน</span><i><span> 190 </span></i><span>ประเทศทั่วโลกเนื่องในวันปิดไฟเพื่อโลก</span><i><span> </span></i><span>โดยจัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปี</span><i><span> </span></i><span>การรณรงค์สร้างการรับรู้กับชุมชน</span><i><span> 17 </span></i><span>เขตที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักแม่น้ำและตระหนักถึงปัญหาขยะที่เกิดจากชุมชนที่จะลงไปทะเล</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งดำเนินการไปแล้ว</span><i><span> 3 </span></i><span>เขต</span><i><span> </span></i><span>และปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ขออาสามาปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะของทาง</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>. </span></i><span>หรือให้</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>.</span></i><span>จัดพื้นที่ปลูกต้นใม้ให้เพื่อสนับสนุนนโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้นของท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานคร</span><i><span> </span></i><span>เป็นต้น</span><i><span> </span></i><span>สำหรับโครงการ</span><i><span> “</span></i><span>มือวิเศษ</span><i><span> </span></i><span>กรุงเทพ</span><i><span>” </span></i><span>เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน</span><i><span> </span></i><span>โดย</span><i><span> </span></i><span>กทม</span><i><span>.</span></i><span>ทำหน้าที่เป็นคนกลางหาสถานที่ให้ประชาชนมาร่วมบริจาค</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งทางโคเวสโตรได้จัดทำรูปแบบถังแยกขยะพลาสติกให้ดึงดูดและเป็นที่สนใจมากขึ้น</span><i><span> </span></i><span>ซึ่งจะทำให้นโยบายแยกขยะที่ต้นทาง</span><i><span> </span></i><span>เกิดขึ้นได้จริงในสังคมของคนกรุงเทพฯ</span><i><span> </span></i><span>เพราะเป้าหมายสำคัญ</span><i><span> </span></i><span>คือ</span><i><span> </span></i><span>ทำอย่างไรจะปลูกฝังให้เยาวชนและคนไทยช่วยกันแยกขยะอย่างเป็นระบบ</span><i><span> </span></i><span>และหากชุด</span><i><span> PPE </span></i><span>ที่รีไซเคิลจากขวดเพ็ทใสใช้แล้วประสบความสำเร็จ</span><i><span> </span></i><span>ได้มาตรฐานทั้งในเรื่องความปลอดภัยและสวมใส่สบายเหมาะสำหรับการทำงาน</span><i><span>&nbsp; </span></i><span>เราจะนำไปผลิตและแจกให้เป็นสวัสดิการให้กับพนักงานทำความสะอาดของเราให้เป็นแบบเดียวกันนี้ทั้งหมด</span><i><span>”&nbsp;</span></i></p><p>&nbsp;</p><p><span>โคเวสโตร เป็นผู้นำด้านวัสดุโพลิเมอร์ระดับโลกที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โลกที่สดใส ด้วยการขับเคลื่อนหลักการพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลิตพลาสติกด้วยวิธีการที่ยั่งยืน ด้วยการใช้วัตถุดิบทางเลือก และพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งมีเป้าหมายที่จะลดปริมาณขยะพลาสติก ลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ และพัฒนาด้านการจัดการของเสีย รวมทั้งคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลสินค้าหรือวัสดุที่ใช้แล้ว ให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้อีกครั้ง&nbsp; นอกจากนี้ โคเวสโตร (ประเทศไทย) ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมนำองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมไปเผยแพร่เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแก่เยาวชนให้ใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ&nbsp; จัดทำสื่อการเรียนการสอน หนังสือชุดสำหรับเด็ก "จุดประกายความคิดเพื่อชีวิตที่สดใส" หรือ Bright Minds for a Brighter World สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในประเทศไทย เพื่อใช้ในการเรียนรู้เรื่องการแยกขยะภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน จัดอบรมครูต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม และให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และระยอง เป็นต้น</span></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,APAC,งานวิจัยและนวัตกรรม,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Wed, 27 Jul 2022 08:51:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_hbw-01.jpg?42919" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_hbw-01.jpg?42919</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/hbw-01.jpg?42919</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[HBW_01]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โคเวสโตรเริ่มทำการส่งมอบ TDI แบบหมุนเวียน</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-pioneers-the-supply-of-renewable-tdi-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-pioneers-the-supply-of-renewable-tdi-th/</guid><pp:caseid>499759</pp:caseid><pp:subtitle>อีกหนึ่งก้าวสู่ความสำเร็จเพื่อบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศ</pp:subtitle><pp:summary><![CDATA[<ul><li><strong>การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นอน เบาะเฟอร์นิเจอร์ รองเท้า และเบาะรถยนต์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น</strong></li><li><strong>ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต²</strong></li><li><strong>โซลูชั่นประสิทธิภาพสูงที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที</strong></li></ul>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์และส่วนประกอบทางโพลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการ บริษัทช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลายแง่มุม โคเวสโตร ให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การเดินทางและการขนส่ง อาคารและที่อยู่อาศัย ตลอดจนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โพลีเมอร์จากโคเวสโตร ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและสุขภาพ ตลอดจนในอุตสาหกรรมเคมีด้วย</p><p style="text-align:start;">กลุ่มบริษัทโคเวสโตรมุ่งที่จะมีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2 และโคเวสโตรสร้างยอดขายได้ประมาณ 15.9 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ 2564 บริษัทมีโรงงานผลิต 50 แห่งทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 17,900 คน (คำนวณจากจำนวนพนักงานประจำ) ณ สิ้นปี 2564</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p><a href="https://covestro.com/th"><span>โคเวสโตร</span></a><span>ขยายการผลิตกลุ่มวัตถุดิบหมุนเวียน และนำเสนอผลิตภัณฑ์ Toluene Diisocyanate (TDI) แบบหมุนเวียนให้กับลูกค้าของเรา ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต2 โดยยังคงไว้ซึ่งคุณภาพไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากฟอสซิล โดย TDI เป็นวัตถุดิบสําคัญในการผลิตโฟมโพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่น ซึ่งช่วยเพิ่มความนุ่มสบายให้กับที่นอน เบาะเฟอร์นิเจอร์ เบาะรถยนต์ รวมถึงรองเท้า ซึ่งโคเวสโตรได้ผลิต TDI แบบหมุนเวียนที่โรงงานในเมืองดอร์มาเกน (Dormagen) ประเทศเยอรมัน และโรงงานในเมืองเซาจิง (Caojing) ประเทศจีน ซึ่งทั้ง 2 โรงงานนี้ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISCC PLUS</span></p><p><span>การนำเสนอ TDI แบบหมุนเวียน<sup>1</sup> หรือ แบบสมดุลมวลสารนับเป็นก้าวสำคัญในการทำให้วัตถุดิบทางเคมีนี้มีความยั่งยืนมากขึ้น โดย ดร. เคลาส์ เชฟเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของโคเวสโตรได้อธิบายว่า "เมื่อหลายปีก่อน เราได้พัฒนาเทคโนโลยีก๊าซที่ช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานในการผลิต TDI หลังจากนั้นเรามุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยมลพิษในกระบวนการผลิต โดยหันมาใช้พลังงานสีเขียว ซึ่งเป็นการพัฒนาและเดินหน้าไปสู่ความกลางทางสภาพภูมิอากาศ3 และเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการใช้วัตถุดิบหมุนเวียนแบบสมดุลมวลสาร โดยเรามุ่งมั่นในการลดการปล่อยมลพิษตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการนําเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการลดคาร์บอนอีกด้วย"</span></p><p><span>คุณสุเชตา โกวิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของโคเวสโตร กล่าวว่า "การเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์แบบสมดุลมวลสาร ทำให้เราสามารถช่วยลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมายทางด้านสภาพภูมิอากาศและผลักดันการเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ในขณะเดียวกันเราเองก็มุ่งเน้นในการใช้วัตถุดิบทางเลือก และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า” โดย TDI แบบหมุนเวียนนี้มาในรูปแบบของโซลูชั่นแบบดรอปอิน ซึ่งหมายความว่าลูกค้าของเราสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตที่มีอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนทางเทคนิค</span></p><p style="text-align:start;">โฟมโพลียูรีเทน (PU) ชนิดยืดหยุ่นที่ผลิตจาก TDI และ polyols แบบสายโซ่ยาว (Long Chain) เป็นวัตดุดิบที่สําคัญในการผลิตเบาะรองนั่งและที่นอน โดย TDI แบบหมุนเวียนตอบโจทย์ความต้องการสำหรับการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยที่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพที่ดี มีความนุ่มสบาย และยังระบายอากาศได้ดี เช่นเดียวกับ TDI ที่ใช้ฟอสซิลในการผลิต นอกจากนี้ยังตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังมองหาวัตถุดิบทางเลือกสำหรับเบาะในรถยนต์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p><h3 style="text-align:start;">Sinomax เป็นผู้ริเริ่มเพื่อความยั่งยืน</h3><p style="text-align:start;">เมื่อปลายปีที่แล้วโคเวสโตรได้ลงนามในสัญญาทางการค้ากับบริษัท Sinomax ซึ่งเป็นผู้ผลิต และจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนระดับโลกในประเทศจีน ซึ่งทั้งสองบริษัทมีความมุ่งมั่นในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และ Sinomax ต้องการที่จะเป็นลูกค้ารายแรกที่ใช้ TDI แบบใหม่ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่ง TDI แบบสมดุลมวลสารนี้มาจากโรงงานผลิตของโคเวสโตรในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งได้รับการรับรอง ISCC PLUS และสามารถจัดส่งได้ทั่วโลก ทำให้โคเวสโตรสามารถมอบ TDI แบบสมดุลมวลสารได้มากขึ้น</p><p style="text-align:start;">วิธีในการทำสมดุลมวลสารนั้น วัตถุดิบที่ได้จากมวลชีวภาพ หรือของเสียจะถูกนำไปสกัดวัตถุดิบ และใช้หลักคณิตศาสตร์มาคำนวณคุณลักษณะและผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยประหยัดวัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในขณะที่ยังคงคุณภาพไว้ไม่ต่างจากการผลิตด้วยฟอสซิลอย่างเดียว โดยผู้ผลิตสามารถใช้สูตรผลิต อุปกรณ์ และกระบวนการผลิตเดิม โดยที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น และช่วยบรรลุเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศได้อีกด้วย</p><hr><p><i><span><sub><sup>1</sup> TDI แบบหมุนเวียนที่ผลิตโดยใช้วิธีสมดุลมวลสาร โดยใช้วัตถุดิบหมุนเวียน จากชีวมวลบริสุทธิ์ ของเสียชีวภาพ และสารตกค้าง ในการผลิต TDI หมุนเวียน แบบสมดุลมวลสาร ซึ่งใช้หลักคณิตศาสตร์มาคำนวณคุณลักษณะและผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์</sub></span></i>&nbsp;</p><p><i><span><sub><sup>2</sup> การประเมินภายในวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ทั้งแต่การเป็นวัตถุดิบ จนจบกระบวนการผลิตของโคเวสโตร โดยวิธีการของ LCA ของเราเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14040 และ 14044 คํานึงถึงต้นกําเนิดทางชีวภาพของคาร์บอน ตามข้อมูลเบื้องต้นจากห่วงโซ่อุปทาน ไม่มีการใช้มาตรการชดเชย</sub></span></i></p><p><i><span><sub><sup>3</sup> "การผลิตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ" ซึ่งเป็นเป้าหมายของโคเวสโตร คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2035 สำหรับกิจกรรมใน scope 1 และ scope 2</sub></span></i></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,เศรษฐกิจหมุนเวียน,โฟม,ไม้และเฟอร์นิเจอร์,ยานยนต์,กีฬาและนันทนาการ,ดอร์มาเกน,เยอรมนี,EMLA,วัสดุ,อุตสาหกรรม,เซี่ยงไฮ้,จีน,APAC,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Mon, 18 Jul 2022 14:31:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220324-covestro-offers-mass-balanced-tdi-pic-2.jpg?46008</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220324_Covestro-Offers-Mass-Balanced-TDI-Pic-2]]></pp:imageTitle><pp:imageDescription><![CDATA[TDI แบบหมุนเวียนจากโคเวสโตรจะถูกนำมาใช้ในการผลิตโฟมโพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่นสำหรับเพิ่มความนุ่มสบายให้ที่นอน]]></pp:imageDescription></item><item>
                        <title>ธุรกิจเกื้อกูลสังคมของโคเวสโตร ในเวียดนาม ชนะรางวัลในโครงการ The Water and Energy for Food Grand Challenge (WE4F)</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-inclusive-business-vietnam-wins-big-league-grant-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/covestro-inclusive-business-vietnam-wins-big-league-grant-th/</guid><pp:caseid>520291</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p>โคเวสโตรในประเทศเวียดนาม นำโดยกลุ่มธุรกิจเกื้อกูลสังคม (Inclusive Business) ได้เข้าร่วมการแข่งขันในโครงการซึ่งมีผู้สมัครมากกว่า 113 ราย และต้องผ่านการแข่งขันหลายรอบ จนในที่สุดเราได้รับการคัดเลือกและรับรางวัล 200,000 USD จาก The Water and Energy for Food Grand Challenge (WE4F) เมื่อดือนมิถุนายน 2565 โดย WE4F เป็นการก่อตั้งร่วมกันระหว่างกระทรวงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศเยอรมัน (BMZ) กระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาระหว่างประเทศสวีเดน (Sida) และ หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (USAID) ซึ่งเปิดตัวโครงการในงาน World Water Week 2019 และงาน Social Capital Markets 2019 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการผลิตอาหารตลอดห่วงโซ่คุณค่า ด้วยการใช้น้ำและพลังงานให้มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนมากขึ้น รวมถึงเพิ่มรายได้ให้กับประชากรในพื้นที่ชนบทและในเมือง เพื่อส่งเสริมการรับมือกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก ด้วยยอดขายกว่า 10.7 พันล้านยูโรในปี 2020 ธุรกิจของโคเวสโตรให้ความสำคัญกับการผลิตวัสดุโพลิเมอร์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน และในการดำเนินการนี้ โคเวสโตรกำลังก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักที่เป็นกลุ่มลูกค้าของโคเวสโตร คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และไม้ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นอกจากนี้ยังรวมถึง กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและอึตสหกรรมเคมีเองอีกด้วย โคเวสโตรมีศูนย์การผลิตอยู่ 33 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำและเทียบเท่าประมาณ 16,500 คน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p>รางวัลที่โคเวสโตร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลจำนวน 13 รายได้รับมานี้จะถูกนำไปใช้ในการช่วยเพิ่มรายได้ผู้มีรายได้น้อยกว่า 100,000 คนในประเทศเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ด้วยการสนับสนุนโดมพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตจากโพลีคาร์บอเนตของโคเวสโตร เพื่อใช้ในกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว โดยสนับสนุนเงินทุนบางส่วนในการสร้างโดมพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับชุมชน และการฝึกอบรมด้านการแปรรูปและการจัดการอาหารให้กับเกษตรกร เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผลผลิตของเกษตรกรรายย่อยในธุรกิจอาหาร ลดการสูญเสียในกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร โครงการนี้จะช่วยส่งเสริมการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับกลุ่มเกษตรกร ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการทำฟาร์มของเกษตรกรรายย่อยไปสู่ธุรกิจที่ทำกำไรได้มากขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำธุรกิจอาหารที่กำลังเติบโตอีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p><span>และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา &nbsp;Ms. Mai Pham Phuong&nbsp; ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจกลุ่มธุรกิจเกื้อกูลสังคมของโคเวสโตรยังได้เข้าร่วมประชุมและฝึกอบรมในกรุงเทพฯ ร่วมกับผู้ได้รับทุนคนอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จาก 2 กลุ่ม ได้แก่ ทีมส่วนกลาง และ สำนักเลขาธิการ USAID ซึ่งมาร่วมสนทนา แชร์ไอเดีย และเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน &nbsp;โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน เพื่อหาวิธีในการเพิ่มจำนวนเกษตรกร ปรับปรุงด้านการดำเนินงาน และการเข้าถึงการลงทุน และมีช่วงถามตอบเกี่ยวกับความพร้อมในการลงทุน การวัดผล KPI รวมถึงความเท่าเทียมทางเพศและความยั่งยืน ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างร่วมแชร์ความคิด และยังได้พบปะกับผู้รับทุนคนอื่นๆ ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน &nbsp;ส่วนกิจกรรมในวันสุดท้าย คือการหาพาร์ทเนอร์ที่สามารถช่วยเรื่องการลงทุนให้กับเกษตรกรรายย่อย &nbsp;รวมถึงการเข้าถึงนวัตกรรมที่ช่วยเรื่องการรับมือกับสภาพภูมิอากาศ</span></p><p><span>ในช่วงการฝึกอบรม โคเวสโตรได้แชร์พันธกิจของกลุ่มธุรกิจเกื้อกูลสังคม และพันธะสัญญาต่อหลักการ 3P ของเรา คือ People (ผู้คน), Planet (โลกของเรา) และ Profit (ผลกำไร) &nbsp;ซึ่งการได้รับทุนสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านความยั่งยืนนั้นสามารถเป็นประโยชน์ต่อชุมชนที่ด้อยโอกาสได้&nbsp; โดยกุญแจสู่ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างยั่งยืน คือ ความมุ่งมั่นระหว่างธุรกิจองค์กร เพื่อประโยชน์ต่อผู้คนและโลก กลุ่มธุรกิจเกื้อกูลสังคมนั้นเดินหน้าสู่เป้าหมายในการช่วยผู้ด้อยโอกาสกว่า 10 ล้านคนในปี 2025 ของโคเวสโตร</span></p>]]></description><category><![CDATA[ความยั่งยืน,APAC,Covestro Thailand,Hide TH]]></category>
            <pubDate>Mon, 18 Jul 2022 09:35:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_bi01.jpg?73567" length="0" type="image/jpg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_bi01.jpg?73567</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/bi01.jpg?73567</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[BI01]]></pp:imageTitle></item><item>
                        <title>โชว์ศักยภาพเยาวชนไทยกับไอเดียสุดเจ๋ง</title>
                        <link>https://www.covestro.com/press/th-th/thai-youth-showcased-their-innovative-ideas-th/</link>
                        <guid>https://www.covestro.com/press/th-th/thai-youth-showcased-their-innovative-ideas-th/</guid><pp:caseid>521085</pp:caseid><pp:summary><![CDATA[<p style="text-align:start;"><strong>นักศึกษาจาก ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี “KMUTT CHARGING STATION” คว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวดออกแบบนวัตกรรม “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” ในโครงการ Covestro Innovation Design Contest 2021</strong></p>]]></pp:summary><pp:boilerplate><![CDATA[<h3 style="text-align:start;">เกี่ยวกับโคเวสโตร</h3><p style="text-align:start;">โคเวสโตรเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก ด้วยยอดขายกว่า 10.7 พันล้านยูโรในปี 2020 ธุรกิจของโคเวสโตรให้ความสำคัญกับการผลิตวัสดุโพลิเมอร์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในหลายๆด้าน และในการดำเนินการนี้ โคเวสโตรกำลังก้าวไปสู่การหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักที่เป็นกลุ่มลูกค้าของโคเวสโตร คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง อุตสาหกรรมก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และไม้ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน นอกจากนี้ยังรวมถึง กีฬาและสันทนาการ เครื่องสำอางและอึตสหกรรมเคมีเองอีกด้วย โคเวสโตรมีศูนย์การผลิตอยู่ 33 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำและเทียบเท่าประมาณ 16,500 คน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)</p><p style="text-align:start;"><strong>ข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต</strong></p><p>ข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้อาจมีข้อความที่บ่งชี้ถึงอนาคต โดยใช้ข้อสันนิษฐานและการคาดการณ์ของโคเวสโตร เอจี เป็นพื้นฐาน ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้และที่คาดการณ์ไม่ได้ ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งด้านผลประกอบการจริง สถานการณ์ทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการพัฒนาของบริษัทในอนาคต โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หมายรวมถึงปัจจัยที่อยู่ในรายงานสาธารณะของโคเวสโตร ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โคเวสโตร<span>&nbsp;</span><a href="https://www.covestro.com/">www.covestro.com</a><span>&nbsp;</span>ทั้งนี้ โคเวสโตรจะไม่ขอรับผิดชอบในการอัพเดทข้อความบ่งชี้ถึงอนาคตต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงตามสถานการณ์หรือการพัฒนาในอนาคต</p>]]></pp:boilerplate><description><![CDATA[<p style="text-align:start;">20 ธันวาคม 2564: เยาวชนไทยได้แสดงความสามารถให้เห็นกันอีกครั้งในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ Covestro Innovation Design Contest 2021 (IDC 2021) โครงการประกวดออกแบบนวัตกรรม “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)” ภายใต้แนวคิด “เสริมพลังสู่เส้นทางการหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way)” เพื่อผลักดันไอเดียนวัตกรรมการใช้พลังงานสะอาดและการหมุนเวียนอย่างมีคุณค่า จัดโดย โคเวสโตร ผู้นำด้านวัสดุ โพลิเมอร์ระดับโลก ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผลงาน KMUTT CHARGING STATION มีความคิดสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรม ตอบโจทย์การใช้งาน EV Car และสามารถนำแนวคิดไปพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตเพื่อใช้งานได้จริง รวมถึงยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกของผู้ใช้งานในด้านต่างๆ อีกด้วย</p><p style="text-align:start;">โครงการประกวดออกแบบนวัตกรรม Covestro Innovation Design Contest 2021 (IDC 2021) ได้ประกาศผลรางวัลผู้ชนะเลิศจากเวทีการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาทีมนักศึกษาที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย และสามารถนำเสนอไอเดียการออกแบบ “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)” ภายใต้แนวคิด “เสริมพลังสู่เส้นทางการหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way)” ได้อย่างตอบโจทย์ทั้งทางด้านไอเดียเชิงนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืน รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำไปพัฒนาเพื่อการใช้งานได้จริงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับปริญญาตรีทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพด้านการคิดและพัฒนานวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 185,000 บาท โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงาน ได้แก่ นายวฤต รัตนชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนายพิชิต พงษ์ประเสริฐ หัวหน้างานพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), นายชาญณรงค์ แก่นทอง นายกสภาสถาปนิก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด ได้แก่ นางสาวกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคอาเซียน และนายชัยยุทธ แจ้งเจนรบ ผู้จัดการโรงงาน ศูนย์การผลิตโพลีคาร์บอเนต ร่วมให้เกียรติเป็นคณะกรรมการตัดสิน</p><p style="text-align:start;"><strong>ดร.ทีโม่ สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด</strong><span>&nbsp;</span>กล่าวว่า “โคเวสโตร ได้จัดการประกวดในโครงการนี้มาต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้วในปีนี้ ด้วยความตั้งใจและวัตถุประสงค์ที่มุ่งขับเคลื่อนแนวคิดเชิงนวัตกรรมให้กับเยาวชนเด็กรุ่นใหม่ เปิดเวทีให้น้องๆ ได้แสดงศักยภาพและความสามารถทางความคิด ไอเดียเชิงนวัตกรรม และการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนและสังคมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป พร้อมๆ กับการส่งเสริมความยั่งยืน ซึ่งหัวข้อการแข่งขันปีนี้มีความน่าสนใจและค่อนข้างท้าทายมากที่นักศึกษาจะได้แสดงไอเดียออกแบบสถานีชาร์จ EV ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และทางโคเวสโตรเอง ก็มุ่งเน้นแนวคิดไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน และพยายามอย่างมากในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดสายการผลิตทั้งหมดของเรา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) และเราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของโลกคือกุญแจสำคัญในการเปิดโอกาสให้เราได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่นำเราไปสู่โลกที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนในการดูแลรักษาโลกของเรา ถึงแม้ว่าโครงการ IDC จะเป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยส่งเสริมแนวคิดเชิงนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนความยั่งยืน แต่เราเชื่อว่าความพยายามนี้พร้อมกับการจับมือร่วมกับองค์กรต่าง ๆ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความยั่งยืน พร้อมส่งมอบโลกที่น่าอยู่นี้ไปยังคนรุ่นต่อไปในอนาคตของได้”</p><p style="text-align:start;">“และผมขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นักศึกษาทุกทีมที่ได้รับรางวัลจากเวทีการแข่งขันในปีนี้ และขอชื่นชมทุกคนที่มองเห็นปัญหา และหาแนวทางการแก้ไข ร่วมกันนำเสนอไอเดียดีๆ ในการออกแบบ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นโจทย์ของปีนี้ ซึ่งเราอยากเห็นแนวคิดใหม่ๆ ที่ยอดเยี่ยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต และขอขอบคุณทาง EGAT อีกครั้งที่มีเป้าหมายและร่วมกันสนับสนุนแคมเปญนี้ด้วยกัน”<span>&nbsp;</span><strong>ดร.ทีโม่</strong><span>&nbsp;</span>กล่าวทิ้งท้าย</p><p style="text-align:start;"><strong>คุณวฤต รัตนชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong><span>&nbsp;</span>ได้กล่าวถึงแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังก้าวเข้ามามีบาทบาทสำคัญในโลกและในประเทศไทย ซึ่งกำลังร่วมกันหาแนวทางการสร้างความยั่งยืนให้กับโลก และโจทย์ของโครงการ IDC 2021 นี้ถือได้ว่าจะมีประโยชน์กับสังคมในวงกว้าง “ถ้าไอเดียการออกแบบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของน้องๆ จะช่วยส่งเสริม และทำให้คนอยากหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาด และช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศให้กับโลกได้ นั่นคือประโยชน์ที่น้องๆ สามารถสร้างให้กับโลกใบนี้”<span>&nbsp;</span><strong>คุณวฤต</strong><span>&nbsp;</span>กล่าว</p><p style="text-align:start;">ผลงานของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 ทีมที่ผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้าย ได้แสดงถึงศักยภาพ ทั้งแนวคิดในการตอบสนองต่อปัญหาที่เป็นอยู่และความความคิดสร้างสรรค์ในออกแบบนวัตกรรม “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)” ซึ่งตอบโจทย์เกณฑ์การตัดสินได้เป็นอย่างดีเยี่ยม รวมถึงรูปแบบการนำเสนอผลงานของแต่ละทีมที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน สร้างความความประทับใจให้กับคณะกรรมการตัดสินเป็นอย่างมาก โดยผลงาน<span>&nbsp;</span><strong>“KMUTT CHARGING STATION” ของที่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</strong><span>&nbsp;</span>สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง โดยได้รับรางวัลเป็นทุนการศึกษามูลค่า 80,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร</p><p style="text-align:start;">สำหรับ<strong>รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน DENOTOL</strong><span>&nbsp;</span>จาก ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร พร้อมทุนการศึกษาจำนวน 50,000 บาท</p><p style="text-align:start;"><strong>รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน Camellia Charging Station</strong><span>&nbsp;</span>จาก ทีมมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร พร้อมทุนการศึกษามูลค่า 30,000 บาท</p><p><span style="text-align:start;">นอกจากนี้ รางวัลชมเชยอีก 3 รางวัล ประกอบด้วย ผลงาน ECO-FRIENDLY MINI EV CHARGING STATION จาก ทีมสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง, ผลงาน Power Treecharg จาก ทีมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และผลงาน Green Tower Station จาก ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้รับทุนการศึกษา รางวัลละ 5,000 บาท และรางวัล Popular Vote ทีมที่มีผู้ชื่นชอบได้รับการโหวตมากที่สุด คือผลงาน DENOTOL จาก ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รับทุนการศึกษาพิเศษ 10,000 บาท</span></p>]]></description><category><![CDATA[งานวิจัยและนวัตกรรม,APAC,Thailand,Hide TH,Covestro Thailand]]></category>
            <pubDate>Sun, 17 Jul 2022 11:42:00 +0200</pubDate>
            <enclosure url="https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220722-thai-youth-03.jpeg?10000" length="0" type="image/jpeg" />
                <pp:image>https://content.presspage.com/uploads/2529/500_20220722-thai-youth-03.jpeg?10000</pp:image>
                <pp:imageOriginal>https://content.presspage.com/uploads/2529/20220722-thai-youth-03.jpeg?10000</pp:imageOriginal><pp:imageTitle><![CDATA[20220722_thai_youth_03]]></pp:imageTitle></item></channel>
                    </rss>